มิสคอลฟิลด์ : มารดาแห่งการศึกษาคนตาบอดไทย
posted on 07 May 2008 23:54 by nupomme in blindพึ่งอ่านหนังสือชื่อ The Kingdom Within จบ (ภาษาไทยชื่อ อาณาจักรภายใน) หนังสือเล่มนี้เล่าถึงชีวิตของสตรีตาบอดชาวอเมริกันคนหนึ่งชื่อ เจเนวีฟ คอลฟิลด์ (Genevieve Caulfield) เพื่อนๆ คงสงสัยว่าแล้วไงเหรอ ก็แค่ผู้หญิงตาบอดคนหนึ่งเท่านั้นเอง ใช่ค่ะ...เธอเป็นผู้หญิงตาบอด แต่เธอไม่ใช่ผู้หญิงตาบอดธรรมดาๆ น่ะสิคะ เพราะว่าเธอคือคนที่ทำให้คนตาบอดไทยได้มีวันนี้ ได้เรียนหนังสือ มีความรู้ มีงานทำ มีอนาคตที่ดีขึ้นกว่าเมื่อก่อน
มิสคอลฟิลด์ (หรือที่พวกเราคนตาบอดไทยมักเรียกกันสั้นๆ ว่า “แหม่ม”) เกิดเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 1888 ที่เวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา เธอสูญเสียดวงตาไปเมื่ออายุได้เพียง 2 เดือน จากความสะเพร่าของแพทย์ที่ทำขวดยาอันตรายหกราดหน้าของเธอทำให้ตาบอดทั้งสองข้าง
ถึงแม้จะตาบอดแต่มิสคอลฟิลด์ก็ได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีจากพ่อแม่ เธอได้เข้าเรียนที่โรงเรียนสอนคนตาบอดจนจบ ต่อจากนั้นไปเรียนที่ Trinity College และไปต่อปริญญาตรีที่วิทยาลัยครูของมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย เพราะอยากจะเป็นครูไปสอนภาษาอังกฤษที่ประเทศญี่ปุ่น
ความฝันที่อยากจะไปประเทศญี่ปุ่นนั้นเริ่มขึ้นเมื่อเธออายุได้ 17 ปี ได้ฟังบทความที่ครูของเธออ่านอัดเสียงให้ บทความนั้นพูดถึงเรื่องที่ทางรัฐแคลิฟอร์เนียมีความคิดที่จะส่งเด็กญี่ปุ่นไปเรียนอยู่ในโรงเรียนเฉพาะแยกจากเด็กอเมริกัน มิสคอลฟิลด์รู้สึกว่านั้นเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เธอจึงมีความคิดที่อยากจะไปประเทศญี่ปุ่น ไปทำงานที่นั่น เพื่อสร้างความเข้าใจที่ดีระหว่างคนอเมริกันและคนญี่ปุ่นขึ้น
หลังจากผ่านไป 15 ปี ความฝันของเธอก็ได้เป็นจริง เธอได้ไปประเทศญี่ปุ่นและได้ไปเป็นครูสอนภาษาอังกฤษในโรงเรียนมัธยมและรับสอนพิเศษด้วย และที่ญี่ปุ่นนี่เองที่เธอได้เจอกับคนไทยหลายคน เธอได้พูดคุยกับคนไทยเหล่านั้นและสอบถามเกี่ยวกับความเป็นอยู่ของเด็กตาบอดในประเทศไทย ให้เดาว่าพวกเค้าตอบเธอว่าอะไรคะ...ประเทศไทยไม่มีคนตาบอดค่ะ!!!มิสคอลฟิลด์รู้สึกประหลาดใจและไม่ค่อยอยากจะเชื่อซะเท่าไหร่ จนกระทั่งเธอได้พบกับนายแพทย์ฝนทอง แสงสิงแก้ว ที่เป็นคนบอกเธอว่ามีเด็กตาบอดในเมืองไทยสิ ทำไมจะไม่มี ด้วยความรู้นี้เองทำให้มิสคอลฟิลด์มีความคิดที่อยากจะทำอะไรเพื่อคนตาบอด (ที่จริงเธอก็อยากทำให้คนตาบอดญี่ปุ่นเหมือนกัน แต่พวกเค้ามีโรงเรียน มีบริการต่างๆ ดีอยู่แล้ว) เธอจึงมาเปิดโรงเรียนสอนคนตาบอดในเมืองไทย
โรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพฯ เป็นโรงเรียนสอนคนตาบอดแห่งแรกในประเทศไทย ตั้งขึ้นเมื่อปี 2482 จากเงินทุน 800 ดอลล่าร์ของมิส เริ่มแรกเป็นเพียงบ้านเช่าเล็กๆ มีเด็กนักเรียนไม่กี่คน กว่าจะได้ย้ายมาอยู่ในที่ตั้งปัจจุบันที่สี่แยกตึกชัยก็ต้องย้ายกันอยู่หลายครั้ง ยิ่งในช่วงสงครามก็ต้องย้ายหนีระเบิดไปเรียนกันที่หัวหินด้วย
ในสมัยแรกโรงเรียนไม่ได้รับการสนับสนุนอะไรจากรัฐบาลไทยเลย เพราะผู้ใหญ่สมัยนั้นหลายคนไม่เห็นถึงความสำคัญของการสอนเด็กตาบอด มีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งพูดว่า “จะสอนไปทำไมเสียเวลาเปล่า สอนเด็กตาบอดก็เหมือนสอนโต๊ะกับเก้าอี้นั่นแหล่ะ” แต่ถึงจะไม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล มิสคอลฟิลด์ก็ไม่ท้อถอย เธอยังคงมุ่งมั่นในการดำเนินงานตั้งโรงเรียนต่อไป เธอไปออกงานรัฐธรรมนูญ (ไม่รู้แปลว่าอย่างนี้หรือเปล่า ในหนังสือเค้าเขียนว่า Constitution Fair) เพื่อหาผู้สนใจที่จะมาเป็นกรรมการโรงเรียนและเพื่อก่อตั้งมูลนิธิ เพราะการก่อตั้งมูลนิธิเป็นทางเดียวที่จะทำให้เธอสามารถขอรับบริจาคเงินเพื่อมาดำเนินการโรงเรียนได้
ในงานมิงคอลฟิลด์ได้โชว์การอ่านเขียนอักษรเบรลล์ การพิมพ์ดีด การอ่านแผนที่ภาพนูน (สมัยนี้ก็ยังโชว์แบบนี้อยู่ แต่อาจเพิ่มเป็นการโชว์การใช้คอมพิวเตอร์ด้วย) คนที่มาชมหลายคนไม่เชื่อว่ามิสจะตาบอดจริง บางคนคิดว่าเธอเป็นสายลับ (ช่วงสมัยกำลังจะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 พอดี) มีผู้ชายคนนึงให้เธอพิมพ์ตามที่เค้าบอกหลายย่อหน้า พอเสร็จเค้าก็บอกให้เธออ่าน เธอบอกว่าอ่านไม่ได้เพราะมองไม่เห็น ผู้ชายคนนั้นถึงเชื่อว่าตาบอดจริงๆ ไม่ได้แกล้ง อย่างไรก็ตามการไปออกงานครั้งนี้ถือได้ว่าประสบความสำเร็จ เพราะมิสได้กรรมการมูลนิธิตามที่ต้องการ
การดำเนินการและการเรียนการสอนของโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพฯ ดำเนินไปได้ด้วยดี มีการพาเด็กนักเรียนไปตามงานเพื่อแสดงความสามารถหลายครั้งเพื่อเรี่ยไรเงินเข้าโรงเรียน ครั้งหนึ่งเป็นงานของสมาคมสตรีที่มีภรรยานายกรัฐมนตรี จอมพล ป. พิบูลย์สงคราม เป็นแม่งาน ในครั้งนี้โรงเรียนได้รับบริจาคเป็นเงินจำนวนไม่น้อยจากทั้งบรรดาภรรยาคนใหญ่คนโตทั้งหลายในสมัยนั้น และจากท่านนายกรัฐมนตรีเองด้วย และหลังจากงานนี้เองที่ทางรัฐบาลไทยได้เริ่มเข้ามามีบทบาทในการให้เงินสนับสนุนแก่โรงเรียน และในเวลาต่อมาท่านจอมพล ป. พิบูลย์สงครามอีกนั่นแหล่ะที่ได้ช่วยให้รัฐบาลได้มอบที่ตั้งของโรงเรียนในปัจจุบันให้แก่ทางโรงเรียน
ในฐานะคนตาบอดไทยคนหนึ่งและเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพฯ ด้วย เราอยากจะบอกว่าซาบซึ้งและสำนึกในบุญคุณของมิสเจเนวีฟ คอลฟิลด์ มาก เพราะถ้าไม่มีความมุ่งมั่น ความตั้งใจของมิสที่จะจัดการศึกษาให้แก่เด็กตาบอดในเมืองไทย ก็ไม่รู้ว่าคนตาบอดไทยและคนพิการอื่นๆ ในประเทศไทยจะมีชีวิตเป็นอย่างไร (ต้องขอบอกด้วยความภาคภูมิใจว่าคนตาบอดเป็นคนพิการประเภทแรกในประเทศไทยที่ได้รับการศึกษา หลังจากที่มีโรงเรียนสอนคนตาบอดขึ้นแล้ว ต่อมาจึงได้มีการตั้งโรงเรียนสำหรับเด็กพิการประเภทอื่นๆ ตามมา)
เพราะฉะนั้นในวาระดิถีอันดีครบรอบวันเกิด 120 ปี ของมิสเจเนวีฟ คอลฟิลด์ พอดี เราจึงอยากขอเชิญชวนเพื่อนๆ ทุกคนที่ได้ผ่านมาอ่านเอ็นทรี่นี้ช่วยกันรำลึกถึงสตรีตาบอดชาวอเมริกันคนหนึ่งที่มีคุณูปการมากมายแก่การศึกษาของคนตาบอดไทยด้วยค่ะ
ป.ล. ขอขอบคุณ มิสเตอร์จอห์น มิลเล่อร์ (อาสาสมัครชาวอเมริกันอีกเหมือนกัน) ที่เป็นคนแปลหนังสือเล่มนี้เป็นไฟล์อักษรเบรลล์ส่งผ่านมาให้ได้อ่านค่ะ