วันนี้ได้อ่านผลการสำรวจของ American Foundation for the Blind (AFB) ที่เค้าสำรวจเกี่ยวกับความคิดเห็นของผู้พิการทางสายตาในอเมริกาที่มีต่อแบงก์ดอลล่าร์สีเขียวๆ ที่พวกเราคุ้นเคยกันดี คือเรื่องมันเริ่มมาเมื่อปลายปีที่แล้ว (ถ้าเราจำไม่ผิด) ว่ามีการฟ้องร้องเรื่องความไม่เท่าเทียมกันในการเข้าถึงการใช้แบงก์ดอลล่าร์ของผู้พิการทางสายตาในอเมริกา คนทั่วไปอ่านแล้วอาจฟังดูแปลกๆ แต่เราจะเล่าให้ฟังว่าทำไมเค้าถึงต้องฟ้องร้องกัน

สาเหตุก็คือว่าแบงก์ดอลล่าร์นั้นมีอยู่สีเดียวคือสีเขียว ไม่ว่าจะมีมูลค่าเท่าไหร่ก็ตาม แถมยังมีขนาดเท่ากันไปหมดเสียอีกด้วย ด้วยเหตุนี้ผู้พิการทางสายตาจึงไม่สามารถบอกได้ด้วยสัมผัสหรือสีว่าแบงก์ที่พวกเค้ามีหรือได้รับทอนมานั้นมีมูลค่าเท่าไร พวกเค้าต้องพึ่งคนสายตาปกติให้ช่วยบอกให้ว่าแบงก์อะไรเป็นแบงก์อะไร หรือมีบางคนก็ต้องใช้เทคโนโลยีอย่างสแกนเนอร์ช่วยในการแยก (เว่อร์ไปมั๊ยเนี่ย ผู้พิการทางสายตาต้องใช้เทคโนโลยีช่วยแยกแบงก์ ในขณะที่คนสายตาปกติไม่ต้องทำอะไรเลย) เพราะอย่างนี้ผู้พิการทางสายตาจึงแก้ไขด้วยการมีวิธีการพับแบงก์ที่มีมูลค่าต่างกันในรูปแบบต่างๆ (อันนี้เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพวกเค้าพับแบบไหน คงต้องลองให้แอ๊ปเปิ้ลไปสืบดู)

นี่ก็เลยเป็นที่มาว่าทำไมจึงมีการฟ้องร้องเรื่องการไม่สามารถเข้าถึง และความไม่เท่าเทียมกันเกี่ยวกับการใช้แบงก์ดอลล่าร์เกิดขึ้น เราคิดว่ามันก็คงไม่เว่อร์เกินไปหรอกที่มีคดีแบบนี้เกิดขึ้น ก็อเมริกาเค้าก็ชอบฟ้องร้องกันอยู่แล้วด้วยนี่ ไม่งั๊นอาชีพทนายความจะรุ่งเหรอ

เอาล่ะมาเล่าถึงประสบการณ์อันน้อยนิดของเราเกี่ยวกับการแยกแบงก์มั่งดีกว่า เมื่อเกือบสี่ปีที่แล้วเรากับเพื่อนอีกคนหนึ่งก็มีโอกาสได้เดินทางไปเข้าร่วมการอบรมของผู้หญิงพิการนานาชาติที่ Eugene, Oregon เป็นเวลาสามอาทิตย์ พวกเราไปอยู่กับ host แล้วเค้าก็พยายามสอนให้เราดูแบงก์และเหรียญเหมือนกัน แต่ไม่สามารถเจ้าค่ะ เหรียญเค้าก็มีหลายแบบ (แต่ถ้าอยู่นานอีกนิดอาจพอแยกได้ เพราะอย่างน้อยก็มีรูปร่างและขนาดไม่เท่ากัน) แต่สำหรับแบงก์นี่หมดสิทธิ์ ไม่ว่าจะอยู่นานแค่ไหนก็ไม่มีทาง host เราเค้าบอกว่าที่จริงในแบงก์ดอลล่าร์แต่ละมูลค่าจะมีหน้าประธานาธิบดีต่างกันไป แล้วที่ด้านหนึ่งของแบงก์ก็จะมีตัวเลขที่ตัวโตกว่าอีกด้านหนึ่ง อันนี้สำหรับผู้พิการทางสายตาที่มองเห็นเลือนรางก็อาจพอแยกได้ แต่ถ้าสำหรับคนที่เกือบมองไม่เห็นแล้วอย่างเราก็ไม่มีทาง แต่เราก็สังเกตว่าเวลาไปซื้อของตามร้าน เวลาที่แคชเชียร์ทอนเงินเค้าก็จะค่อยๆ ทอนให้เราแล้วก็บอกไปด้วยว่าทอนอะไรมาให้เท่าไหร่แล้ว อันนี้ก็ดี แต่ก็ต้องวัดใจและเชื่อใจกันพอสมควร เพราะถ้าเกิดเจอคนไม่ซื่อสัตย์ขึ้นมาล่ะ จะทำไง แต่จากประสบการณ์สามอาทิตย์ของเราก็นับว่าผ่านไปได้ด้วยดี

คราวนี้มาดูแบงก์ของไทยเรามั่ง ที่จริงเราอยากบอกว่าเมืองไทยเรามีแบงก์ที่สวยงาม และเหมาะสำหรับผู้พิการทางสายตาไม่น้อย เพราะว่าแต่ละใบก็จะมีขนาดไม่เท่ากัน และมีสีที่แตกต่างกันไปอย่างค่อนข้างชัดเจนอีกด้วย (แต่รู้สึกว่าแบงก์ยี่สิบกับห้าสิบบาทรุ่นใหม่จะสีคล้ายกันไปเล็กน้อยสำหรับคนสายตาเลือนราง) แต่ก็ยังดีที่ยังมีขนาดไม่เท่ากัน ทำให้สามารถเอามาวัดเทียบกันได้ ก็เลยมีการคิดทำที่วัดแบงก์สำหรับคนตาบอดขึ้นมาโดยอาจารย์ของมหาวิทยาลัยสวนดุสิตท่านหนึ่งที่เป็นผู้พิการทางสายตาเหมือนกัน ที่วัดแบงก์นี้ก็จะเป็นแผ่นพลาสติกที่มีบานพับ เวลาใช้เราสามารถสอดปลายด้านหนึ่งของแบงก์ที่ต้องการวัดเข้าไปตรงกลาง แล้วพับแบงก์ลงมา ปลายแบงก์อีกด้านหนึ่งก็จะไปจรดกับเส้นใดเส้นหนึ่งที่มีอักษรเบรลล์กำกับว่ามีมูลค่าเท่าใด ใช้ง่ายและสะดวกพกพาดี แล้วเหรียญของไทยเราก็มีไม่มากเกินไป แยกได้ไม่ยาก แต่โดยส่วนตัวเราไม่สามารถคลำจุดเบรลล์ที่มีอยู่ที่เหรียญสิบได้ (เคยลองสังเกตุกันมั๊ยเอ่ยว่าที่ขอบนอกของเหรียญสิบมีจุดเบรลล์บอกราคาอยู่ด้วย) แต่เนื่องจากเหรียญสิบมีสองสีและมีขอบที่ค่อนข้างสัมผัสได้ง่ายจึงไม่มีปัญหาในการแยก

มาดูแบงก์ปอนด์กันมั่ง แบงก์ปอนด์ก็พอแยกได้เหมือนกันเพราะว่ามีขนาดไม่เท่ากัน สีนั้นถึงจะต่างกัน แต่ก็ค่อนข้างอ่อน จึงค่อนข้างลำบากอยู่บ้างในการแยกสำหรับสายตาอย่างเรา ตัวปัญหาของเงินสกุลนี้อยู่ที่เหรียญค่ะ เพราะว่ามีเหรียญเยอะเหลือเกิน มีตั้งแต่ 1p, 5p, 10p, 20p, 50p, 1 ปอนด์ และ 2 ปอนด์ ก่อนที่เราจะมาเรียนที่นี่ก็มีพี่คนตาบอดที่เคยมาเรียนก่อนเราเค้าสอนให้ลองจับที่ขอบเหรียญดู สำหรับเหรียญ 1 และ 2 ปอนด์ นั้นไม่ยาก เพราะว่าหนาและหนักกว่าเหรียญอื่น เหรียญ 20p และ 50p ก็ไม่ยากเหมือนกันเพราะว่ามีขอบเป็นเหลี่ยมๆ และมีขนาดต่างกันมาก แต่เหรียญ 5p กับ 1p นี่สิ มีขนาดใกล้เคียงกันมาก ถึงจะสีต่างกันแต่สำหรับคนตาบอดสนิทคงไม่สามารถบอกได้ด้วยสี พี่เค้าก็สอนให้จับดูที่ขอบ เพราะว่าเหรียญ 5p จะมีขอบขรุขระ ในขณะที่ 1p จะมีขอบเรียบ และท้ายสุดเหรียญ 10p กับ 2p ที่ก็มีขนาดใกล้เคียงกันก็หลักการเดียวกันค่ะ คือ 10p จะมีขอบขรุขระ และ 2p ขอบเรียบ แล้วทีนี้ก็มีคนถามว่าถ้ามีขอบขรุขระกับขอบเรียบเหมือนกันจะแยกระหว่าง 5p กับ 10p และ 1p กับ 2p ได้ยังไง ก็ไม่ยากเพราะขนาดไม่เท่ากัน เหรียญเล็กกว่ามีมูลค่ามากกว่าเหรียญใหญ่ค่ะ ก่อนที่เราจะมาเราก็เลยต้องหาเหรียญมานั่งหัดคลำดูก่อน เผอิญในเมืองไทยได้มาแต่เหรียญปอนด์ เลยต้องมาเรียนต่อที่อังกฤษ เรียกได้ว่า on the job training มั๊ง

พวกเราภูมิใจกันมากที่สามารถแยกเหรียญของอังกฤษออกได้ เพราะพี่เค้าเล่าว่ามีเพื่อนเป็นคนตาบอดอังกฤษเองเค้ายังไม่รู้เลยว่าเหรียญอะไรเป็นเหรียญอะไร เพราะว่าส่วนใหญ่เค้าให้คนดูให้ตลอด แล้วก็มีบางที่ที่ทำเหมือนอเมริกาคือเวลาทอนก็จะบอกให้เลยว่าเท่าไหร่ อิๆ ต้องให้คนตาบอดไทยมาสอนซะนี่

ส่วนแบงก์ของประเทศอื่นๆ นี่ยังไม่เคยเห็นค่ะ แต่อย่างแบงก์หยวนนี่เคยเห็นนานมาแล้ว ตอนนั้นยังพอมองเห็นอยู่ก็เลยไม่ได้สนใจมากเท่าไหร่ ก็เลยจำไม่ได้แล้ว อ้อ! เมื่อปีที่แล้วไปมาเลเซียก็ได้เห็นเงินริงกิตเหมือนกัน แบงก์เค้าก็ไม่เท่ากัน มีแบงก์หนึ่งริงกิตจิ๋วมาก น่ารักดีเราชอบ

หวังว่าคงพอได้ความรู้กันไปบ้างไม่มากก็น้อยนะคะ

หมายเหตุ : คำว่า ผู้พิการทางสายตา, คนตาบอด และคนสายตาเลือนราง นั้นมีความหมายต่างกันไปนะคะ แล้วจะกลับมาขยายความในตอนต่อไปค่ะ


edit @ 2007/04/29 05:48:12

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อ่านแล้วก็เข้าใจเลยค่ะ
เอาใจช่วยนะคะ
i think so
yuu nee(ame'ka)doo bank yak kaw bank thai mak
โอ๋...กลายเป็นเรื่องใหญ่ไปเลย

แต่เราว่าก็จริงของเขานะ

ขนาดเดียวกัน สีเดียวกัน

จะแยกออกยังไงหว่า??

น่าจะหาทางปรับปรุงแก้ไขสักหน่อย

ของไทยนี่แหละดีสุดแล้ว

ขนาดต่างกัน สีต่างกัน (บางครั้งยังใช้ผิดใช้ถูกเลย)
เป็นสิ่งที่สมควรฟ้องร้องมากเลยครับ เรื่องอะไรจะต้องทำให้คนกลุ่มนึงลำบากด้วยล่ะเนอะ

ชอบเนื้อหามากครับ ขอ Add เลยละกัน

#4 By Oktopaz on 2007-04-29 08:20

โอ เพิ่งทราบนะคะเนี่ยว่ามีจุดเบรลบอกราคาในเหรียญสิบด้วย แต่เห็นด้วยค่ะว่าเงินของไทยนี่มีขนาดหลากหลายแล้วก็แบ่งง่ายกว่าเงินต่างประเทศ เงินต่างประเทสบางครั้งขนาดใกล้ๆกันจนคนตาดียังจับผิดจับถูกเลยค่ะ อ้อ แต่ตอนนี้มีเหรียญสองบาทของไทยที่น่าสับสนอยู่เหมือนกันนะคะ

เอาใจช่วยค่ะ

#5 By reafre on 2007-04-29 09:03

แหมโดยพาดพิงค์อีกแล้วเรา เอาล่ะยอมรับเลยว่าเคยไปอยู่มาก็หลายประเทศ เรื่องการแยกแบงค์ล่ะก็ต้องยกนิ้วให้ที่นี่ บอกตามตรงไม่มีทางจริง ๆ สำหรับคนตาบอดสนิท ก็อย่างที่ว่า แล้วเรื่องเอาเครื่องสแกนมาใช้นี่ก็จริง เพราะชีวิตคนที่นี่มีความเป็นเอกเทศน์สูงมาก กล่าวคือตัวใครตัวมันถ้ายูไม่พูดไม่บอก ไอก็ไม่สน แต่ก็ไม่ได้ว่าไม่ดีหรอกนะมันเป็นธรรมเนียมวัฒนธรรมของเขา อ้าวว่าไปโน่นกลับมาเรื่องแบ็งค์ต่อ เคยถกประเด็นเรื่องนี้กันในห้องเรียนเหมือนกัน แต่ครูว่าคงยากเพราะต้องปรักปรุงกันยกใหญ่ ทั้งเครื่องเอทีเอ็ม เครื่องขายตั๋ว เครื่องขายน้ำ...สารพัด เขาอ้างกันว่ามันไม่คุ้มกัน ต้องเสียงบประมาณอีกมหาศาล เราก็เข้าใจนะ
ถ้าถามเรา เราชอบเงินสกุลเยนที่สุด เพราะแบ็งค์เขาก็ไม่ซ้ำขนาดแถมยังมีรอยนูนเล็ก ให้สัมผัสได้ที่มุมแบงค์ ลองไปสังเกตดูแล้วกัน ส่วนเหรีญแม้จะมีหลายค่าแต่ก็ไม่ยาก เอาแค่นี้ก่อนแล้วกัน



#6 By Apple (149.159.2.18) on 2007-05-02 00:31

พี่ปอม เอาอีก เขียนมาเยอะๆ นะชอบอ่าน

#7 By พี (58.8.10.119) on 2007-05-22 13:07

โห เหรียญสิบของเรามีอักษรเบรลล์ด้วยหรือคะ ไม่เคยรู้มาก่อนเลยยยย

ของคนไทยเนี่ยดีจังนะคะ สวยด้วย อิอิ

#8 By ☂rain ~Usagi★ on 2007-05-28 21:24

มันก็ไม่เท่าเทียมกันจริงๆ แหละุครับ

จงภูมิใจเถิดที่เกิดเป็นไทย

ครับผม

#9 By apple666 (Nopphasul) on 2007-10-18 14:56

ผ่านมาบอกค่ะ
เดี๋ยวนี้ ที่มุมล่างขวาของแบงค์ไทยเรา เคยจับดู แต่ละราคา ทำตัวนูนไม่เหมือนกันนะคะ ไม่รู้ใช่อักษรเบลล์หรือเปล่า

#10 By ทฟสะ (202.90.6.36) on 2007-11-01 12:54

ขอบคุณค่ะที่กรุณาแวะมาบอก จะลองไปหามาจับดูนะคะ

#11 By blind bookworm on 2007-11-01 16:09

คุณกำลังใจดีมากเลยค่ะ

#12 By joyzezero on 2007-12-08 16:48

very good.

#13 By tamanit (58.8.36.78) on 2008-02-23 12:10

จุดเบรลล์บนเหรียญสิบใช่ที่มีสี่จุดรึเปล่า??
เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าเป็นอักษรเบรล

#14 By Mika on 2008-02-26 11:30