เฮ้อ หายไปหลายวัน ยุ่งหัวเกือบฟูเลย งานก็ยังไม่เรียบร้อยแต่อยากกลับบ้านแล้วอ่ะ โอเคๆ เปลี่ยนเรื่องดีกว่า วันนี้ไม่ได้จะมาเขียนเรื่องงานวิจัย แต่อยากมาเขียนเรื่องประสบการณ์การขึ้นรถเมล์ที่อังกฤษต่างหากล่ะ คนตาบอดกับเรื่องรถเมล์นี่คงเป็นเรื่องฮ๊อตฮิตเลยนะ พลาดไม่ได้ ไปอ่านบล๊อกเพื่อนมาสองคนแล้วเค้าก็มีเรื่องนี้กันทั้งนั้น เลยขอมาเขียนเล่ามั่ง เดี๋ยวตกเทร็นด์ เมื่อประมาณสองอาทิตย์ก่อนเรากับเพื่อนๆ ไปรับอาจารย์และท่านผู้ใหญ่ที่มาจากเมืองไทยกันที่สถานีรถไฟในเมือง เนื่องจากว่าพวกเราก็แค่นักเรียนธรรมดาๆ ก็เลยไม่มีรถหรูๆ ขับกะเค้านะคะ เลยต้องพึ่งบริการสาธารณะ ที่จริงเราไม่ค่อยชอบนั่งรถเมล์เข้าเมืองสักเท่าไหร่ เพราะรถที่นี่เค้าเปิดฮีตเตอร์แทนเปิดแอร์ (หน้านี้ไม่เปิดแล้ว เปิดหน้าต่างแทน) แถมถนนที่นี่ก็มีวงเวียนเยอะมาก ทำให้เราปวดหัวคลื่นไส้ทุกครั้งที่ต้องนั่ง แต่ก็ยังดีที่ระยะทางที่ต้องนั่งนั้นไม่นานเกินไป พวกเราเดินไปรอรถที่ป้าย รถที่นี่ก็ตรงเวลาใช้ได้ รอไม่นานรถก็มา ตอนที่กำลังจะก้าวขึ้นเพื่อนเราบอกว่าคนขับเค้าลดระดับรถลงด้วยล่ะ เพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องก้าวขึ้นจากฟุตบาธ แค่เดินเฉยๆ เราก็อ๋อ เหรอ พึ่งรู้น่ะนี่ ขึ้นรถแบบนี้มาก็หลายครั้ง สังเกตุว่าไม่ต้องก้าวขึ้นเหมือนรถที่เมืองไทย ก็ยังนึกว่าที่นี่เค้าทำฟุตบาธให้เท่ากับบันไดของรถ พึ่งถึงบางอ้อกันวันนี้เองว่าที่จริงไม่ใช่ฟุตบาธหรอก แต่เป็นรถต่างหากที่ลดระดับลงได้ (สงสัยคงจะเป็นรถเมล์พื้นต่ำที่เราเคยได้ยินมา ที่เหมาะสำหรับให้คนนั่งรถเข็นขึ้นได้น่ะ) แต่จริงๆ เราว่ามันก็เหมาะสำหรับคนตาบอดอย่างเรา คนชรา คนที่ถือของเยอะๆ เด็กๆ และที่จริงก็คนทั่วๆ ไปด้วย บ้านเราน่าจะมีมั่ง การขึ้นรถครั้งนี้ทำให้นึกถึงครั้งที่ไปเยี่ยมเพื่อนที่ St. Andrews, Scotland ว่าตอนขากลับที่พวกเราขึ้นรถเมล์จะไปสถานีรถไฟ พี่ที่ไปด้วยกันก็บอกว่ามีคนนั่งรถเข็นขึ้นด้วยล่ะ เราได้ฟังเช่นนั้นก็รู้สึกดีว่าที่นี่เค้ามีระบบสาธารณูปโภคเอื้อต่อคนพิการดี ไม่เหมือนกับที่บ้านเราที่คนที่นั่งรถเข็นจะไปไหนทีก็ลำบาก จะขึ้นรถเมล์ก็ไม่ได้ ต้องขึ้นแต่แท็กซี่ แล้วแถมแท็กซี่บางคันเห็นคนนั่งรถเข็นก็ไม่รับอีก เคยมีครั้งนึงเห็นคุณลุงเข็นรถอยู่บนพื้นถนนที่รถวิ่งเลย! อันตรายมากกก แต่ทำไงได้ล่ะ เข็นบนฟุตบาธก็ไม่ได้เพราะฟุตบาธไม่เรียบ แถมเวลาขึ้นลงฟุตบาธก็ไม่มีทางลาดอีก ทำไมชีวิตคนพิการไทยถึงต้องลำบากผจญกับอันตรายอย่างนี้นะ บ้านเราก็เคยมีความพยายามจะอำนวยความสะดวกคนตาบอดขึ้นรถเมล์เหมือนกันนะ ด้วยการติดเสียงให้กับรถเมล์สายสิบสองไง มีอยู่สายเดียวนะ เหตุผลที่ติดให้สายสิบสองก็เพราะว่าเค้าบอกว่าคนตาบอดใช้เยอะ เนื่องจากมันผ่านโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพฯ และสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย เอ่อคนตาบอดเดินทางกันแค่นี้เหรอเจ้าคะ ไม่ต้องไปไหนกันเลย แต่ถึงจะมีเสียงนะ เราว่ามันก็ช่วยไม่ได้มาก เพราะบางทีคนขับก็ไม่เปิดเสียง หรือบางทีเราเคยรอขึ้นรถสายนี้ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โอเค วันนั้นคนขับเปิดเสียงค่ะ แต่รถอยู่ไหนล่ะ? อย่างที่รู้ๆ กันว่าที่อนุสาวรีย์ฯ นี่รถเมล์จะจอดเยอะมากกกกกก บางทีโน่นจอดอยู่เลนนอกโน่นแน่ะ ถ้าคนตาบอดไปคนเดียวจะไปหารถสายสิบสองเจอได้ไงอ่ะ ถึงรถจะมีเสียงก็ตาม หรือถึงจะหาเจอก็ต้องฝ่าด่านรถเมล์สายอื่นๆ ออกไปอีกหลายชั้น อันตรายจริงๆ ชีวิตข้าพเจ้าและเพื่อนๆ อีกครั้งนึงตอนนั้นเรานั่งรถจากสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทยมาที่อนุสาวรีย์ฯ เพื่อจะต่อรถไฟฟ้า ปรากฏว่ารถเมล์จอดเลนนอกเจ้าค่ะ ลงไปเสร็จแล้วตกใจเลย ทำไงดีหว่ามองก็ไม่เห็น คนขับก็อุตส่าห์ใจดีนะ ตะโกนลงมาบอกผู้โดยสารที่ลงป้ายนี้ด้วยกันให้ช่วยคนตาบอดด้วยครับ เราก็คิดอยู่ในใจว่า อ้าว แล้วทำไมไม่ไปจอดข้างในล่ะฟะ จะได้ไม่ต้องลำบากกัน วันนั้นโชคดีมีคุณแม่ใจบุญมากับลูกน้อยคนนึงช่วยพาเราข้ามเลนข้างในไปถึงฟุตบาธได้อย่างปลอดภัย แต่ลองคิดดูสิว่ามันจะทุลักทุเลแค่ไหน มือหนึ่งคุณแม่ก็ต้องจูงลูกเค้า อีกมือหนึ่งก็คอยจูงเรา เฮ้อ! รอดมาได้ดีใจสุดๆ ขอขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คุ้มครองลูกช้างให้เดินทางปลอดภัย ความแตกต่างที่เราเห็นจากการขึ้นรถเมล์ที่อังกฤษและเมืองไทยนั้นไม่ได้มีเฉพาะตัวรถเท่านั้น แต่ตัวคนขับรถเมล์เองก็คงจะได้รับการอบรมวิธีการปฏิบัติตัวกับคนพิการดีกว่า เค้าจะไม่ออกรถจนกว่าจะเห็นว่าเราได้ที่นั่งเรียบร้อยแล้ว หรืออย่างเวลาเราจะลงจากรถถ้ามีคนจะสวนขึ้นมาเค้าก็จะบอกให้คนนั้นรอก่อน ที่บ้านเราก็คงมีเหมือนกันที่คุณกระเป๋ารถเมล์จะคอยดูแลให้ แต่ถ้าเทียบตามสัดส่วนปริมาณแล้ว ก็ถือว่าเป็นส่วนไม่มากนักจากทั้งหมด เอหรือว่ามันจะเป็นเพราะเราอยู่บ้านนอกของอังกฤษนะ ชีวิตมันถึงไม่ต้องเร่งรีบเท่ากับในกรุงเทพฯ ต้องรีบขึ้น รีบลง ไม่งั๊นไม่ทัน
edit @ 2007/05/21 21:44:08

Comment

Comment:

Tweet

แวะมาเยี่ยมชมจ้า
ขอบคุณค่ะที่ช่วยเอาไปเผยแพร่big smile

#12 By blind bookworm on 2009-05-22 05:42

วันนี้ผมโชคดี ที่เดินผ่านมาพบ บทความดีๆที่นี่ ได้ความรู้ที่เป็นประโยชน์หลายๆอย่าง คณป้อมเขียนไว้ตั้งแต่ปี ๐๗ ผมเพิงจะเดินมาพบเอาก็ปี ๐๙ แม้เวลาจะเนิ่นนานไปหน่อย แต่ผลงานของคุณก็เป็นประโยชน์มาก ขอเป็นกำลังใจให้นะครับ แล้วจะแวะเวียนเข้ามาเยี่ยมอีก เมื่อมีโอกาส ตอนนี้ขออนุญาตนำเรื่องนี้ไปลงใน FW mail
ของ Mass-Groups ซึ่งเป็น กลุ่มส่งเมลต่อๆไปของผู้บันลุนิติภาวะแล้ว เผื่อเขาเหล่านั้น จะได้รู้จักสังคมที่ดีของคุณป้อมบ้าง...ขออนุญาตครับ

#11 By akasark (124.121.171.90) on 2009-05-21 06:01

น้องปอมจ้ะ
พี่หมวยนะ
อ่านซะปวดตาเลย
เรื่องหนูน่าสนใจดี
พี่ไปที่ญี่ปุ่นเห็นบริการสาธารณะของเขาที่รองรับ ผู้พิการทุกประเภท แล้วก็ให้นึกสงสารคนของบ้านเรา
ที่ไม่มีอะไรรองรับเลย

เออ
อีกนิดนึง
ปอมช่วยเคาะย่อหน้าหน่อยดีไหม
มันพรื้ดดดดดดดดดดดด
เลยอะ
confused smile

#10 By (124.120.191.36) on 2008-09-26 15:41

อยากขึ้นรถเมล์แบบนี้บ้าง

#9 By tamanit (58.8.34.139) on 2008-01-29 13:34

เลือกเล่นเกมส์ที่นี่
http://clubrot.com/game

#8 By เที่ยวไทย on 2007-09-12 08:09

หนูอยากให้เด็กนักเรียนทุกคนที่ขึ้นรถเมย์ไม่ต้องจ่ายตังเเต่ว่าต้องใส่ชุดนักเรียนไม่ว่าจะเป็นชุดยุวกาชาด เนตนารี
เเละชุดพละไม่ต้องจ่ายตัง
คนพิการที่ขึ้นมาบนรถเมยไม่ต้องจ่าย
พระภิษุสามเณรไม่ต้องจ่าย

#7 By เจน (58.9.48.96) on 2007-05-28 16:36

#6 By เจน (58.9.48.96) on 2007-05-28 16:27

#5 By เจน (58.9.48.96) on 2007-05-28 16:26

ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ คุณเจ้าชายน้อย

อิๆ ถ้าเราเลือกได้นะจะไม่ขึ้นรถเมล์เขียวเด็ดขาด กลัวอ่ะ เคยได้ยินฝรั่งเค้าคุยกันบนรถเมล์ยูโรสีส้ม เค้าเรียกรถเมลเขียวว่า maniac เป็นไงล่ะชื่อเสียงโด่งดัง ไม่รู้คนขับจะรีบไปไหน จะแข่งกันไปทำไม สงสัยว่าเค้าได้ตังค์ตามจำนวนรอบที่เค้าขับได้หรือเปล่านะ

แล้วก็เพราะนิสัยที่คนไทยเราบ่มเพาะว่าต้องลุกขึ้นมาเตรียมตัวก่อนถึงป้ายที่จะลงทั้งๆ ที่รถยังไม่จอดนี่แหล่ะที่ทำให้เราตกรถเมล์ที่อเมริกา (ก็นึกว่าจะเหมือนบ้านเราอ่ะ จอดแค่สองวิ) ทั้งๆ ที่รถเค้าก็ดี มีประกาศบอกป้ายต่างๆ ด้วย แถมมีทางลาดให้คนรถเข็นลงได้สะดวก (แต่กะเหรี่ยงอย่างเราตอนนั้นไม่รู้ เลยตกลงไปกลิ้งเลย) ตอนนี้เรียนรู้แล้วว่าไม่ต้องรีบเหมือนบ้านเรา ให้รถจอดก่อนแล้วค่อยลุกก็ได้ อ้อ แถมมีปุ่มให้กดตรงที่นั่งด้วย ไม่ต้องลำบากหา

#4 By blind bookworm (86.137.222.176) on 2007-05-21 16:56

นี่แหละประเทศไทย ถ้าเรื่องบริการ ขสมก. หรือรถร่วมก็ต้องว่ากันยาว ไม่ว่ารัฐจะเปิดการอบรมกี่รอบต่อกี่รอบให้กับพนักงานแต่เราก็ไม่ค่อยเห็นการเปลี่ยนแปลงสักเท่าไหร่ ยิ่งช่วงที่เราต้องนั่งรถเมล์เขียวบ่อย ๆ เนี่ย... ต้องมีสติ (กำลังสอง) ตลอดเวลา บางทีจอดแบบว่าสองวิแต่คนรอลงเพียบ (ทำได้ไงเนี่ย) ยิ่งเรามองไม่เห็นเนี่ย เออคนที่เขาพอจะใจดีจอดรอจนกว่าจะลงเสร็จก็มี แต่ในทางกลับกันก็มาก ก็ต้องตกโกนเพื่อความปลอดภัยไว้ก่อน ยังไม่ต้องว่ากันถึงความทันสมัยของตัวรถเลย เราอยากให้พนักงานเหล่านี้มีระเบียบวินัย มีการตระหนักรู้ ไม่ใช้เห็นคนพิการแล้วขับหนี (จากประสบการณ์ในต่างแดนนะ ถ้าคนขับเขาเห็นเราถือไม้เท้ารออยู่ตรงป้าย เขาก็จะจอดแล้วจะโกนถามลงมา หรือบอกสายรถให้เรารู้ ดีไหมล่ะ) จะว่าไปค่ารถเมล์บ้านเราก็ไม่ถือว่าถูกแล้วนะ แล้วเมื่อไหร่บริการจะพัฒนาตามอัตราค่ารถบ้างเนี่ย

#3 By Apple (149.159.2.18) on 2007-05-21 07:22

โชคดีมากนะครับ ที่ได้ไปอยู่ที่นู่น อ่านแล้ว สงสารคนพิการในเมืองไทย ที่ไม่มีระบบสาธารณูปโภคดี ๆ อย่างที่อื่นเค้า ทั้ง ๆที่เราก็มีศักยภาพพอที่จะทำได้ แต่ก็ไม่เห็นมีนักการเมืองคนไหนสนใจ

ปกติผมจะไม่ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งนะครับ เพราะรู้สึกเสื่อมศรัทธานักการเมืองสมัยนี้ แต่หลังจากที่อ่านเรื่องนี้ ถ้าใครชูนโยบายช่วยเหลือผู้พิการ ผมจะเลือกเค้าครับ

ที่นี่มีบล๊อกของคนตาบอดอีกคนคือ คุณเปี๊ยกครับ พี่เค้าเขียนได้ดีทีเดียว อุ๊บ เหลือบไปดู Favourite เห็นอยู่ในรายการแล้วนี่

ยินดีที่ได้รู้จักครับ

#2 By เจ้าชายน้อย on 2007-05-20 20:22

ดูที่นู่นอะไรๆก็อำนวยความสะดวกให้คนทุกประเภทเลยเนอะ
ดีจังเลยครับ

#1 By Oktopaz on 2007-05-20 18:57