ไหนๆ ก็สอนวิธีการเขียนอักษรเบรลล์ไปแล้ว จะไม่สอนวิธีการอ่านก็กระไรอยู่นะคะ

วิธีการอ่านก็ไม่ยากค่ะ ถ้าเรารู้แล้วว่าตัวอักษรตัวไหนเขียนด้วยจุดอะไร แต่ทีนี้มัน tricky นิดนึงตรงที่เวลาเราเขียนเราเขียนมาจากขวาไปซ้ายใช่มั๊ยคะ แต่เวลาเราจะอ่านเราต้องอ่านจากซ้ายไปขวาค่ะ ก็อ่านเหมือนเวลาเราอ่านตัวหนังสือปกติทั่วไปน่ะค่ะ สาเหตุที่ทำให้เวลาเขียนกับเวลาอ่านต้องสลับข้างกันก็เพราะว่าเวลาที่เราจิ้ม (เขียน) ลงไปในช่องต่างๆ จุดนูนจะไปปรากฏอยู่ที่อีกด้านของกระดาษค่ะ เวลาที่จะอ่านเลยต้องพลิกกระดาษเอาด้านที่นูนขึ้นมาอ่านค่ะ

เพราะฉะนั้นจากที่จุด 1, 2 และ 3 อยู่ด้านขวาเวลาเขียน เวลาที่พลิกกลับมาอ่านจุดเหล่านี้จะมาอยู่ทางแถวซ้ายแทนค่ะ และจุด 4, 5 และ 6 จากที่อยู่ทางซ้ายเวลาเขียนก็จะมาอยู่ทางขวาเวลาอ่านค่ะ (อย่างตัวอย่างในรูป Code Braille ในเอ็นทรี่ก่อนหน้านี้น่ะค่ะ นั่นเป็นตัวอย่างเวลาอ่านนะคะ) งงไหมเอ่ย? อิๆ ไม่ต้องกังวลค่ะ ถ้าเขียนได้เดี๋ยวก็อ่านได้เองค่ะ

ส่วนที่ว่าเวลาอ่านเราจะอ่านด้วยวิธีอะไรนั้นก็มีให้เลือกหลายแบบค่ะ คืออาจใช้นิ้วชี้ของมือขวาหรือซ้ายก็ได้แล้วแต่ถนัด (แต่ส่วนใหญ่จะเป็นนิ้วชี้ขวาค่ะ ส่วนนิ้วชี้ซ้ายเอาไว้เป็นตัวตาม และเลื่อนมาขึ้นบรรทัดใหม่รอไว้ค่ะ เพื่อที่จะได้ไม่หลงบรรทัด และเพิ่มความเร็วในการอ่านด้วยค่ะ) ส่วนใหญ่กลุ่มที่ใช้นิ้วอ่านก็คือกลุ่มที่ตาบอดสนิทแล้ว หรือว่ามีการมองเห็นไม่เพียงพอที่จะมองเห็นจุดต่างๆ ได้ค่ะ

ส่วนกลุ่มที่มีสายตาเลือนราง หรือกลุ่มบุคคลสายตาปกติ (เช่น คุณครู หรือผู้สนใจคนอื่นๆ) ก็มักจะใช้ตาในการอ่านแทนการใช้นิ้วค่ะ ตอนแรกๆ ที่ฝึกอาจรู้สึกว่าแยกไม่ออก ดูๆ แล้วมันก็เป็นจุดๆ เหมือนกันไปหมด แต่พอฝึกไปเรื่อยๆ ก็จะแยกออกเองค่ะ (ตัวเราเองเมื่อก่อนก็เคยใช้ตาอ่านเหมือนกัน แต่ตอนนี้สายตาแย่ลงก็ต้องเปลี่ยนมาใช้นิ้วแทนค่ะ)

ส่วนกลุ่มสุดท้ายก็คือกลุ่มที่ใช้ริมฝีปากอ่านค่ะ (อันนี้ขอบอกว่าไม่เคยเจอด้วยตัวเองค่ะ แต่เพื่อนที่เรียนอยู่ญี่ปุ่นเล่าให้ฟังค่ะว่าที่นั่นมีคนใช้ริมฝีปากอ่านเบรลล์ด้วย) ฟังแล้วก็รู้สึกว่าน่าจะยากเนอะ ไม่รู้ว่าจะสัมผัสแยกได้ยังไง แต่เราก็คิดว่ามันก็คงเหมือนกับการใช้นิ้วหรือตานั่นแหล่ะ ฝึกๆ ไปก็ได้เอง กลุ่มคนที่ต้องใช้ริมฝีปากอ่านคือกลุ่มคนที่มีความพิการซ้ำซ้อนค่ะ นั่นก็คือนอกจากกลุ่มคนเหล่านี้จะมีความบกพร่องทางการเห็นแล้ว พวกเขายังมีความบกพร่องด้านอื่นๆ อีก หรือบางคนอาจสูญเสียประสาทสัมผัสทางนิ้วมือไปน่ะค่ะ

เอกสารหรือหนังสืออักษรเบรลล์ก็มีสองรูปแบบหลักๆ เหมือนหนังสือปกติค่ะ แบบแรกก็คือหนังสือที่พิมพ์ลงในกระดาษ (Hard Copy) จะต่างก็ตรงที่หนังสือจะมีขนาดใหญ่กว่าหนังสือปกติทั่วไปมาก เพราะว่าอักษรเบรลล์ใช้พื้นที่มากกว่าตัวหนังสือปกติค่ะ แถมยังไม่สามารถปรับขนาด (Font Size) ได้ด้วย ถึงแม้ที่ญี่ปุ่นจะมีการบีบช่องไฟให้เล็กลง หรือในภาษาอังกฤษจะมีการคิดค้นตัวย่อมาเพื่อใช้แทนคำที่ใช้บ่อยๆ แต่อักษรเบรลล์ก็ยังกินพื้นที่มากกว่าตัวหนังสือปกติอยู่ดี แล้วยิ่งในภาษาไทยเรามีสระ วรรณยุกต์ เพิ่มเข้ามาอีก (ทุกอย่างจะเขียนอยู่บนบรรทัดเดียวกัน) โดยเฉลี่ยในหนังสือปกติขนาด A4 หนึ่งหน้า เราอาจต้องใช้ถึง 1.5-2 หน้าเพื่อที่จะเขียนหรือพิมพ์ออกมาเป็นเบรลล์ค่ะ อย่างสมมติ Harry Potter and the Half-blood Prince หนึ่งเล่มปกติที่คนทั่วไปอ่านกัน เราจะได้ออกมาถึงแปดเล่มเบรลล์ค่ะ (ลองดูรูปตัวอย่างแม็กกาซีนเบรลล์ข้างล่างสิคะ เล่มประมาณนั้นน่ะค่ะ)

และด้วยสาเหตุนี้ทำให้หนังสืออักษรเบรลล์ต้องการพื้นที่การจัดเก็บมากกว่าหนังสือทั่วๆ ไปค่ะ ยิ่งไปกว่านั้นการที่จะพกพาไปไหนๆ ก็ไม่สะดวกเท่าค่ะ อย่างไรก็ตามเดี๋ยวนี้มีการเก็บเอกสารอักษรเบรลล์ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์กันมากขึ้นแล้วค่ะ วิธีการที่จะอ่านไฟล์อิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้เราก็จะใช้อุปกรณ์พิเศษที่เรียกว่า Braille Display ค่ะ(ดูรูปประกอบข้างล่างนะคะ) อุปกรณ์ตัวนี้สามารถนำมาเชื่อมต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ทั่วไปได้ แล้วตัวมันก็จะแสดงผลออกมาเป็นจุดเบรลล์อิเล็กทรอนิกส์ค่ะ เรียกว่า Refreshable Braille แต่ราคาแพงมหาศาลเลยค่ะ ดังนั้นจึงยังไม่มีใช้อย่างแพร่หลายกันในบ้านเราค่ะ

เอาไว้คราวหน้าจะมาเล่าเรื่องการผลิตหนังสือเบรลล์ให้อ่านกันนะคะ


edit @ 2007/05/29 02:51:13
edit @ 2007/05/30 04:12:05
edit @ 2007/06/10 23:11:52

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ดีนะ ที่เราตาบอดอย่างเดียว ไม่เป็นอย่างอื่นด้วย เอาไว้จะอ่านเรื่อย ๆ นะครับ

#1 By PjPancake on 2007-05-31 23:34

ดีจังสอนเขียนแล้วยังสอนอ่านด้วย
ขอบคุณนะคะ

#2 By ข้าวฟ่าง (117.47.40.252) on 2008-02-07 18:42

ขอบคุณที่สอนอ่านด้วย แต่เราอยากได้ จุดๆๆๆ พวกนี้อ่า

เราจะเอาไปขึ้นชื่อเอ็มให้เพื่อนๆงงเล่นซะหน่อย จะหาจุดๆ ได้จากที่ไหนง่ะ

#3 By นู๋เล็ก (125.26.54.98) on 2008-04-22 21:33

thank you.

#4 By tamanit (58.8.40.163) on 2008-06-13 15:18