กลับมาเมืองไทยได้อาทิตย์นึงพอดิบพอดี ตอนแรกกะว่าจะเขียนเล่าประสบการณ์การเดินทาง แต่คิดว่าคงเก่าไปแล้ว เอาไว้คราวหลังดีกว่า วันนี้ก็เลยจะมาเล่าประสบการณ์การเดินทางเหมือนกัน แต่ไม่ใช่โดยเครื่องบิน แต่เป็นแท๊กซี่แทน

เพื่อนๆ คงสงสัยว่ามีอะไรน่าสนใจกับการใช้บริการแท๊กซี่ของคนตาบอด ที่จริงมันก็ไม่มีอะไรหรอก ก็แค่หาคนเรียกให้ แล้วเราก็บอกสถานที่ที่จะไป เท่านั้นก็จบ

แต่เผอิญว่าสองสามวันที่ผ่านมาเราเจอแท๊กซี่ใจดี คือวันหนึ่งเรานั่งไปที่โรงเรียนสอนคนตาบอดฯ ตรงแยกตึกชัย พอไปถึงคุณคนขับไม่ยอมเก็บเงินค่ะ บอกว่าอยากช่วย ไอ้เรารึก็เกรงใจ เพราะว่าช่วงนี้เศรษฐกิจก็ไม่ค่อยดี แล้วนี่ก็เป็นการทำมาหากินของเขา เราจ่ายได้เราก็อยากจ่าย สรุปก็เลยได้จ่ายไปห้าสิบบาทจากเจ็ดสิบสาม

เจอครั้งนี้ก็ดีใจมากๆ แล้วนะ ที่ว่ายังมีแท๊กซี่ดีๆ มีคนไทยดีๆ อยู่อีกเยอะแยะ ถึงแม้ว่าข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์หัวสีสมัยนี้จะมีแต่ข่าวฆ่ากัน อะไรกัน มีแต่ข่าวร้ายๆ ทำให้ไม่อยากอ่าน

แต่พอเว้นมาอีกวัน คราวนี้เราไปศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษา ที่อยู่ตรงถนนศรีอยุธยา คุณลุงคนขับคนนี้ก็ใจดีมาก ตอนที่นั่งไปเค้าก็พยายามบรรยายบรรยากาศรอบๆ ที่เราผ่านไปให้ฟัง ตอนแรกเราก็ไม่ได้อะไรมาก เพราะปกติจะไม่ค่อยคุยกะแท๊กซี่ คุณลุงเค้าก็ไม่ได้ว่าอะไรที่คุยแล้วเราไม่คุยตอบ แกก็ยังบรรยายต่อไปตามสมควร พอไปถึงที่ก็เหมือนเดิมค่ะ ไม่ยอมเก็บตังค์ เราถามว่าเท่าไหร่ก็ไม่ยอมตอบ บอกแต่ว่าไม่เอาๆ เค้าอยากช่วย แถมเดินลงมาเปิดประตูให้เราอีก แหมดีจริงๆ

ขอบพระคุณมากนะคะคุณลุงและคุณพี่แท๊กซี่ที่ใจดี มีน้ำใจกับคนตาบอด ขอให้โชคดีเจริญก้าวหน้านะคะ

เราอยากให้มีข่าวดีๆ แบบนี้ให้ได้อ่านกันบ้าง ไม่งั๊นพวกเราก็จะคิดแต่ว่าสังคมทุกวันนี้มีแต่เรื่องแย่ๆ คนเห็นแก่ตัว ในความเป็นจริงแล้วในซอกมุมเล็กๆ ของสังคมเมืองก็ยังมีเรื่องดีๆ ที่น่าสรรเสริญอยู่


edit @ 2007/06/10 19:04:10

Comment

Comment:

Tweet

เป็นความโชคดีของคนตาบอด
W5eWdO fhltxmbx yanfhkwd sodzttjw

#4 By bzAAyowha (89.248.172.50) on 2009-07-28 09:29

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 มกราคม 2551 เวลา บ่ายสามโมงครึ่ง แท๊กซี่สีฟ้า รหัสผู้ขับ 1887 รับผู้โดยสารจากพันธุ์พิทย์พลาซ่า ไปส่งที่หมู่บ้านชาลิสา(หมู่บ้านนักกีฬา) ถนนกรุงเทพกรีฑา ผู้โดยสารลงรถที่บ้านตนเองเวลาประมาณสี่โมงเย็น แท๊กซี่รีบออกรถไป ทั้ง ๆ ของท้ายรถยังไม่ได้เอาออก ตั้งใจโกงไม่ยอมคืนของ คนขับหน้าตาขี้โกงใส่หมวก เพื่อปิดบังหน้าตา

#3 By ไม่ขึ้นแท๊กซี่สีฟ้าอีกแล้ว (125.24.3.74) on 2008-01-26 07:37

ความจริงข่าวแบบนนี้สิคะ ถึงควรจะลงหนังสือพิมพ์
หนังสือพิมพ์ควรลงแต่เรื่องดีๆ บ้าง เพื่อหล่อหลอมคนทางอ้อม
หรืออย่างน้อย ก็เพื่อให้ภาพของความดีมันลงไปอยู่ในจิตใต้สำนึกบ้าง
เผื่อพรุ่งนี้ จะได้ไม่เป็นอย่างวันนี้

เขาสอนกันมาผิดๆ น่ะสิ

#2 By ทฟสะ (202.90.6.36) on 2007-11-08 14:34

ผมเรียนด้านหนังสือพิมพ์มา
และเศร้ามากที่ทราบว่า ข่าวแบบนี้ไม่มีทางได้ลงหนังสือพิมพ์

คนดีมีเยอะ แต่ไม่ได้รับการสนับสนุน