รถเมล์ตาดีเมินคนตาบอด
posted on 10 Jun 2007 16:51 by nupomme in blindอ่านเรื่องนี้แล้วให้รู้สึกสลดใจ ทำแบบนี้แล้วยังคิดจะขึ้นค่าบริการอยู่เรื่อยๆ นี่นะ? แล้วเมื่อไหร่รถเมล์บ้านเราจะพัฒนาได้ทัดเทียมกับรถเมล์ของประเทศอื่นกันล่ะ เอาง่ายๆ แค่ประเทศในเอเชียเรานี่แหล่ะ ไม่ต้องไปเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างยุโรปหรืออเมริกา อย่างในอินเดียนี่เค้าก็มีรถเมล์ที่เป็นมิตรกับคนพิการ โดยรถเมล์จะเป็นรถเมล์พื้นต่ำที่คนพิการที่นั่งรถเข็นสามารถขึ้นได้ (คือพื้นรถเมล์สามารถปรับระดับให้เท่ากับฟุตบาธได้น่ะ) แล้วก็ยังมีการประกาศบอกป้ายต่างๆ สำหรับคนตาบอด (อันนี้ที่จีนก็มีเหมือนกัน) แต่...หันกลับมาดูรถเมล์บ้านเรา...ไม่ต้องเขียนให้ยาวก็คงเข้าใจกันดี
เราไม่ได้เรียกร้องให้มีการลงทุนสูงๆ เพื่อปรับปรุงรถเมล์ใหม่ให้มันเป็นมิตรกับคนพิการมากขึ้นอย่างที่เขียนไว้ข้างบน เพราะที่จริงมีการเรียกร้องกันมานานหลายปีแล้ว แต่สุดท้ายก็ยังไม่มีอะไรก้าวหน้า ยังย่ำอยู่กับที่เหมือนเดิม (หรืออาจจะแย่ลงด้วยซ้ำ) นี่คือเมืองหลวงของประเทศนะนี่ สิ่งที่ควรจะปรับปรุงตอนนี้ก็คือทรัพยากรที่มีอยู่แล้ว หมายถึงรถเมล์ที่มีอยู่ รวมไปถึงทรัพยากรบุคคล (กระเป๋าและคนขับด้วย) ให้ดีขึ้น ไม่ได้จะบอกว่ากระเป๋าหรือคนขับดีๆ ไม่มี แต่เรารู้สึกว่าทุกวันนี้ที่ทำกันอยู่นี่เป็นเพียงความสมัครใจเฉพาะบุคคล ซึ่งจะทำก็ได้ไม่ทำก็ได้ ถ้าใครใจบุญ ใจดีก็ปฏิบัติอย่างดีน่าสรรเสริญ แต่ถ้าใคร...(เติมเอง) ก็ไม่สนใจที่จะทำ อย่างตัวอย่างในเรื่องนี้เป็นต้น
หากในความเป็นจริงแล้วบริการสาธารณะอย่างนี้ มันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ประชาชนชาวไทยทุกคนควรมีสิทธิเข้าถึง ไม่ว่าประชาชนคนนั้นจะเป็นคนพิการหรือไม่ก็ตาม ผู้ให้บริการขนส่งมวลชนไม่มีสิทธิ์เลือกปฏิบัติ ซึ่งผิดทั้งหลักมนุษยธรรมและกฎหมาย (ซึ่งกำลังจะออกมาใหม่)
ลองอ่านกันดูและใช้วิจารณญาณกันดูนะคะว่าเรื่องอย่างนี้มันสมควรแล้วหรือ (อยากจะขอขอบคุณพลเมืองดีคนนั้นที่อุตส่าห์สละเวลาช่วยส่งคนตาบอดขึ้นรถเมล์ค่ะ)
รถเมล์ตาดี เมินคนตาบอด [9 มิ.ย. 50 - 17:35]
ฟังเรื่องร้องเรียน ขสมก.มาแล้วก็เยอะ แต่เทียบกับเรื่องร้องเรียนวันนี้แล้ว มันชวนหงุดหงิดกว่าที่ผ่านมาเยอะ เรื่องราวเป็นเช่นไร เชิญติดตามได้ครับ
คุณหัวปิงปอง...บ่ายแก่ๆของวันศุกร์ที่ 1 มิ.ย. 50 ขณะผมยืนรอรถเมล์ที่ป้ายริมถนน ราชวิถีฝั่งขาออก ใกล้กับโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ ซึ่งอยู่ติดกับแยกตึกชัย
ผมพบกับคุณลุงคุณป้าคู่หนึ่งซึ่งพิการทางสายตาทั้งคู่ (สอบถามได้ความว่าเป็นอาจารย์ สอนอยู่ที่โรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ) ได้ขอความช่วยเหลือให้ช่วยส่งเขาขึ้นรถเมล์
สายที่วิ่งผ่านตลิ่งชัน โดยมี 3 สายที่สามารถไปได้ คือ ปอ.539 ปอ.542 และ ปอ.515 เป็นรถร่วมบริการและรถของ ขสมก.อีกหนึ่งตามลำดับ ผมยินดีอาสาช่วยพร้อมกับยืนคุยด้วย
สักพักผมมองเห็น ปอ.542 วิ่งมาแต่ไกล จึงรีบโบกมือเรียกและหันไปจูงแขนคุณลุงให้เดินมาที่ริมฟุตปาท เพื่อเตรียมขึ้นรถ เป็นจังหวะเดียวกับที่รถชะลอความเร็วเพื่อจะเข้าจอดป้าย
ซึ่ง พขร. ก็มองมาที่ผมกับคุณลุงคุณป้าทั้ง 2 ซึ่งผมกำลังจะส่งเขาขึ้นรถ
แต่ พขร.คนนั้นกลับเร่งเครื่องผ่านหน้าป้ายรถเมล์และเราทั้ง 3 ไปอย่างหน้าตาเฉย เหมือนทำเป็นไม่เห็น!!!!!!!!!!!.......
ขอโทษครับ คุณลุงเขาไม่จอดรับครับ... ผมเอ่ยขึ้น...สงสัยมีอีกคันตามหลังมา...คุณลุงเอ่ยอย่างมองโลกในแง่ดี ทั้งๆที่ตาคุณลุงมองไม่เห็น แต่ผมคิดว่า พขร.คนนั้นตั้งใจที่จะไม่จอดรับต่างหาก
เพราะสายตาที่ พขร.เขามองเรามันฟ้อง
ผมไม่เข้าใจเลยว่าในสังคมไทยทุกวันนี้ ความมีน้ำใจ ความเอื้ออาทรต่อกัน ทำไมมันถึงเหือดแห้งได้ขนาดนี้ พฤติกรรมเช่นนี้ผมมองว่าไม่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับอาชีพที่เป็นงานบริการ
เพราะมันเป็นการไม่ให้เกียรติ พอๆกับดูถูกคนพิการเอามากๆ
ผมขออนุญาตใช้พื้นที่คอลัมน์ของคุณหัวปิงปองช่วยสะท้อนเรื่องราวที่เกิดขึ้นเช่นนี้ให้ด้วย และฝากไปยังพี่น้อง พขร.ทุกท่าน โปรดอย่าใจจืดใจดำกับผู้พิการนักเลย
ขอบคุณครับ ...ผู้ที่อยากเห็นสังคมดีขึ้น
เป็นไงล่ะครับ พฤติกรรมของพนักงานคนขับรถเมล์รายนี้ ซึ่งแม้จะเป็นพนักงานของรถร่วมบริการก็ตาม แต่ ขสมก.ในฐานะผู้กำกับดูแลก็ปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ เพราะพฤติกรรมเช่นนี้ไม่เพียงทำให้รถสายดังกล่าวเสียหายเท่านั้น
แต่มันเสียหายรวมไปทั้งองค์กร
น่าเสียดายที่ผู้ร้องเรียนรายนี้ไม่ได้ให้ รายละเอียดหมายเลขรถ ทะเบียนรถมาให้ เพื่อจะได้ติดตามหาคนผิดมาลงโทษให้หลาบจำ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่อยากฝากให้ ขสมก.ให้ความ
สำคัญมากขึ้นก็คือน้ำใจในการให้บริการของพนักงาน โดยเฉพาะพนักงานของรถร่วมบริการ ทุกวันนี้มันย่ำแย่เช่นที่ร้องเรียนจริงๆ
ขาดทุนก็มหาศาล ยังจะทำงานแบบเจ้าคนนายคนอีก มันเกินไปนะครับ.
หัวปิงปอง
เรื่องนี้ได้มาจาก www.thairath.co.th
edit @ 2007/06/10 19:03:27
ยังไงก็ต้องเจอคนขับรถเมล์ที่ใจดีบ้างล่ะครับ
#1 By Oktopaz on 2007-06-10 17:37