อ่านเรื่องนี้แล้วให้รู้สึกสลดใจ ทำแบบนี้แล้วยังคิดจะขึ้นค่าบริการอยู่เรื่อยๆ นี่นะ? แล้วเมื่อไหร่รถเมล์บ้านเราจะพัฒนาได้ทัดเทียมกับรถเมล์ของประเทศอื่นกันล่ะ เอาง่ายๆ แค่ประเทศในเอเชียเรานี่แหล่ะ ไม่ต้องไปเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างยุโรปหรืออเมริกา อย่างในอินเดียนี่เค้าก็มีรถเมล์ที่เป็นมิตรกับคนพิการ โดยรถเมล์จะเป็นรถเมล์พื้นต่ำที่คนพิการที่นั่งรถเข็นสามารถขึ้นได้ (คือพื้นรถเมล์สามารถปรับระดับให้เท่ากับฟุตบาธได้น่ะ) แล้วก็ยังมีการประกาศบอกป้ายต่างๆ สำหรับคนตาบอด (อันนี้ที่จีนก็มีเหมือนกัน) แต่...หันกลับมาดูรถเมล์บ้านเรา...ไม่ต้องเขียนให้ยาวก็คงเข้าใจกันดี

เราไม่ได้เรียกร้องให้มีการลงทุนสูงๆ เพื่อปรับปรุงรถเมล์ใหม่ให้มันเป็นมิตรกับคนพิการมากขึ้นอย่างที่เขียนไว้ข้างบน เพราะที่จริงมีการเรียกร้องกันมานานหลายปีแล้ว แต่สุดท้ายก็ยังไม่มีอะไรก้าวหน้า ยังย่ำอยู่กับที่เหมือนเดิม (หรืออาจจะแย่ลงด้วยซ้ำ) นี่คือเมืองหลวงของประเทศนะนี่ สิ่งที่ควรจะปรับปรุงตอนนี้ก็คือทรัพยากรที่มีอยู่แล้ว หมายถึงรถเมล์ที่มีอยู่ รวมไปถึงทรัพยากรบุคคล (กระเป๋าและคนขับด้วย) ให้ดีขึ้น ไม่ได้จะบอกว่ากระเป๋าหรือคนขับดีๆ ไม่มี แต่เรารู้สึกว่าทุกวันนี้ที่ทำกันอยู่นี่เป็นเพียงความสมัครใจเฉพาะบุคคล ซึ่งจะทำก็ได้ไม่ทำก็ได้ ถ้าใครใจบุญ ใจดีก็ปฏิบัติอย่างดีน่าสรรเสริญ แต่ถ้าใคร...(เติมเอง) ก็ไม่สนใจที่จะทำ อย่างตัวอย่างในเรื่องนี้เป็นต้น

หากในความเป็นจริงแล้วบริการสาธารณะอย่างนี้ มันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ประชาชนชาวไทยทุกคนควรมีสิทธิเข้าถึง ไม่ว่าประชาชนคนนั้นจะเป็นคนพิการหรือไม่ก็ตาม ผู้ให้บริการขนส่งมวลชนไม่มีสิทธิ์เลือกปฏิบัติ ซึ่งผิดทั้งหลักมนุษยธรรมและกฎหมาย (ซึ่งกำลังจะออกมาใหม่)

ลองอ่านกันดูและใช้วิจารณญาณกันดูนะคะว่าเรื่องอย่างนี้มันสมควรแล้วหรือ (อยากจะขอขอบคุณพลเมืองดีคนนั้นที่อุตส่าห์สละเวลาช่วยส่งคนตาบอดขึ้นรถเมล์ค่ะ)

รถเมล์ตาดี เมินคนตาบอด [9 มิ.ย. 50 - 17:35]

ฟังเรื่องร้องเรียน ขสมก.มาแล้วก็เยอะ แต่เทียบกับเรื่องร้องเรียนวันนี้แล้ว มันชวนหงุดหงิดกว่าที่ผ่านมาเยอะ เรื่องราวเป็นเช่นไร เชิญติดตามได้ครับ

คุณหัวปิงปอง...บ่ายแก่ๆของวันศุกร์ที่ 1 มิ.ย. 50 ขณะผมยืนรอรถเมล์ที่ป้ายริมถนน ราชวิถีฝั่งขาออก ใกล้กับโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ ซึ่งอยู่ติดกับแยกตึกชัย
ผมพบกับคุณลุงคุณป้าคู่หนึ่งซึ่งพิการทางสายตาทั้งคู่ (สอบถามได้ความว่าเป็นอาจารย์ สอนอยู่ที่โรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ) ได้ขอความช่วยเหลือให้ช่วยส่งเขาขึ้นรถเมล์
สายที่วิ่งผ่านตลิ่งชัน โดยมี 3 สายที่สามารถไปได้ คือ ปอ.539 ปอ.542 และ ปอ.515 เป็นรถร่วมบริการและรถของ ขสมก.อีกหนึ่งตามลำดับ ผมยินดีอาสาช่วยพร้อมกับยืนคุยด้วย

สักพักผมมองเห็น ปอ.542 วิ่งมาแต่ไกล จึงรีบโบกมือเรียกและหันไปจูงแขนคุณลุงให้เดินมาที่ริมฟุตปาท เพื่อเตรียมขึ้นรถ เป็นจังหวะเดียวกับที่รถชะลอความเร็วเพื่อจะเข้าจอดป้าย
ซึ่ง พขร. ก็มองมาที่ผมกับคุณลุงคุณป้าทั้ง 2 ซึ่งผมกำลังจะส่งเขาขึ้นรถ

แต่ พขร.คนนั้นกลับเร่งเครื่องผ่านหน้าป้ายรถเมล์และเราทั้ง 3 ไปอย่างหน้าตาเฉย เหมือนทำเป็นไม่เห็น!!!!!!!!!!!.......

ขอโทษครับ คุณลุงเขาไม่จอดรับครับ... ผมเอ่ยขึ้น...สงสัยมีอีกคันตามหลังมา...คุณลุงเอ่ยอย่างมองโลกในแง่ดี ทั้งๆที่ตาคุณลุงมองไม่เห็น แต่ผมคิดว่า พขร.คนนั้นตั้งใจที่จะไม่จอดรับต่างหาก
เพราะสายตาที่ พขร.เขามองเรามันฟ้อง

ผมไม่เข้าใจเลยว่าในสังคมไทยทุกวันนี้ ความมีน้ำใจ ความเอื้ออาทรต่อกัน ทำไมมันถึงเหือดแห้งได้ขนาดนี้ พฤติกรรมเช่นนี้ผมมองว่าไม่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับอาชีพที่เป็นงานบริการ
เพราะมันเป็นการไม่ให้เกียรติ พอๆกับดูถูกคนพิการเอามากๆ

ผมขออนุญาตใช้พื้นที่คอลัมน์ของคุณหัวปิงปองช่วยสะท้อนเรื่องราวที่เกิดขึ้นเช่นนี้ให้ด้วย และฝากไปยังพี่น้อง พขร.ทุกท่าน โปรดอย่าใจจืดใจดำกับผู้พิการนักเลย
ขอบคุณครับ ...ผู้ที่อยากเห็นสังคมดีขึ้น

เป็นไงล่ะครับ พฤติกรรมของพนักงานคนขับรถเมล์รายนี้ ซึ่งแม้จะเป็นพนักงานของรถร่วมบริการก็ตาม แต่ ขสมก.ในฐานะผู้กำกับดูแลก็ปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ เพราะพฤติกรรมเช่นนี้ไม่เพียงทำให้รถสายดังกล่าวเสียหายเท่านั้น
แต่มันเสียหายรวมไปทั้งองค์กร

น่าเสียดายที่ผู้ร้องเรียนรายนี้ไม่ได้ให้ รายละเอียดหมายเลขรถ ทะเบียนรถมาให้ เพื่อจะได้ติดตามหาคนผิดมาลงโทษให้หลาบจำ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่อยากฝากให้ ขสมก.ให้ความ
สำคัญมากขึ้นก็คือน้ำใจในการให้บริการของพนักงาน โดยเฉพาะพนักงานของรถร่วมบริการ ทุกวันนี้มันย่ำแย่เช่นที่ร้องเรียนจริงๆ

ขาดทุนก็มหาศาล ยังจะทำงานแบบเจ้าคนนายคนอีก มันเกินไปนะครับ.

หัวปิงปอง

เรื่องนี้ได้มาจาก www.thairath.co.th


edit @ 2007/06/10 19:03:27

Comment

Comment:

Tweet

น่าสงสารคนตาบอด
6Q0whT ayuyjbjj tmlbiibb qdvrqxxs

#9 By oHciAGmXQYimoWeoDsd (89.248.172.50) on 2009-07-28 09:29

สังคมที่เปลี่ยนไปเทคโนโลยีมีมากขึ้นแต่จิตใจคนกลับมีแต่ความเห็นแก่ตัว น่าเศร้า คนเราถ้าเลือกได้ก็ไม่มีใครอยากตาบอดหรอก

#8 By ปุ๊ (124.122.250.50) on 2009-03-17 23:18

ทำงานบริการแต่ไม่เต็มใจบริการ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำไปทำไม น่าจะหางานอื่นทำดีกว่าไม่รู้ว่ามีใครบังคับให้มาขับรถ
หรือเปล่า? น่าจะมีมาตรฐานที่ีสูงกว่านี้ทั้งตัวบุคคลและระบบ

#7 By ผ่านมา (116.58.231.242) on 2007-11-22 12:49

เลือกเล่นเกมส์ที่นี่
http://clubrot.com/game

#6 By เที่ยวไทย on 2007-09-12 08:09

สยองมากมากค่ะ
จากmai

#5 By ดาวเรือง (58.10.149.225 /192.168.3.21) on 2007-07-19 09:54

สยองมากมากค่ะ
จากmai

#4 By ดาวเรือง (58.10.149.225 /192.168.3.21) on 2007-07-19 09:54

เจอถมไป ทำไมมีแต่คนเขียนสื่อถึงแต่เรื่องแย่ ๆ เนอะ รับกรรมกันต่อไป เฮ่ออออ

#3 By PjPancake on 2007-06-11 06:14

แหม เชียร์กันจั๊งงงงงคู่เนี่ยะ อิจฉานะคะ

ใช่แล้วอ่านแล้วน่าโมโหมากมากมากมากถึงมากที่สุด อย่าหาว่าอย่าโง้นอย่างงี้เลยนะคะแต่รถเมล์ที่เมืองไทยเนี่ยะยังห่วย ต่อให้ติดแอร์ปิดกระจกแค่ไหนก็ห่วยอยู่ พนักงานดีก็มีแต่หาอยาก ขับทีตาบอดตาหลับจะหัวทิ่ม ขึ้นแล้วรู้สึกเหมือนชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้ายยังไงยังงั้น โดยเฉพาะรถเมล์บางกอกเนี่ยะ โหดสุดสุด ขับก็เร็วไม่รู้จะแข่งขันเอาถ้วยนายกกันหรือแข่ง formula กันหรือไงเนอะ

#2 By ลูกเกด on 2007-06-11 00:34

เทียบกับ taxi ใน entry ที่แล้วไม่ติดเลยเนอะ

ยังไงก็ต้องเจอคนขับรถเมล์ที่ใจดีบ้างล่ะครับ

#1 By Oktopaz on 2007-06-10 17:37