รักเธอทุกวัน vs มุมมองของสังคมที่มีต่อคนตาบอด
posted on 29 Jun 2007 14:33 by nupomme in Thoughtsเมื่อคืนดูรักเธอทุกวัน มีอยู่ตอนหนึ่งโรสพาริสาไปพบกับญาติของตัวที่มีภรรยาเป็นคนตาบอด หลังจากที่กลับออกมาจากบ้านญาติโรสถามริสาว่าได้เห็นคู่สามีภรรยาคู่นี้แล้วรู้สึกอย่างไร ริสาตอบไปว่าเธอรู้สึกดีที่แม้ว่าจะเป็นคนพิการแต่ก็ยังสามารถมีความรักและครอบครัวที่อบอุ่นได้ แต่โรสกลับบอกว่าที่เธอต้องการให้ริสาเห็นนั้นตรงข้ามกันกับที่ริสารู้สึกโดยสิ้นเชิง โรสบอกว่าญาติของเธอที่จริงเป็นชายหนุ่มที่มีอนาคตไกล จบจากมหาวิทยาลัยชื่อดังที่เมืองนอก ที่จริงพี่คนนี้ได้รับการเสนองานที่มีอนาคตไกลทั้งในต่างประเทศและในประเทศ แต่พี่เค้าเลือกที่จะทำงานง่ายๆ พื้นๆ เพื่อที่จะได้อยู่ดูแลภรรยาตาบอดของเค้าได้ ทำให้ชีวิตของพี่คนนี้ต้องตกอับ อยู่อย่างอัตคัต สิ่งที่ตัวละครโรสต้องการชี้ให้ริสาเห็นก็คือว่าเธอซึ่งเป็นคนตาบอดนั้นเป็นภาระให้กับวาทิน ริสาจะทำให้วาทินกลายมาเป็นเหมือนญาติของโรสที่ต้องทิ้งอนาคตเพื่อมาดูแลริสา
เรารู้ว่าที่จริงโรสมีความนัยแอบแฝงในการที่เธอทำแบบนี้ก็เพื่อที่จะกำจัดริสาให้พ้นทางไป แต่การสื่อออกมาในรูปแบบนี้ทำให้มองเห็นว่าคนส่วนใหญ่ในสังคมยังมองว่าคนตาบอดเป็นคนไร้ความสามารถ ไม่สามารถดูแลตัวเองได้ ต้องคอยมีคนอื่นดูแลอยู่ตลอดเวลา ถึงแม้ว่าในหลายฉากหลายตอนตัววาทินจะพูดให้ริสาฟังอยู่ตลอดเวลาว่ายังมีคนตาบอดอีกมากมายที่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ อยู่ได้ด้วยตัวเอง แต่ในละครไม่ได้ฉายให้เห็นภาพเหล่านี้ แต่กลับไปฉายถึงครอบครัวของญาติของโรสที่มีภรรยาตาบอด ที่เป็นภาระ ต้องคอยมีคนอยู่ด้วยคอยดูแล อย่างในกรณีของริสานั้นเรายังพออนุโลมที่ว่าเธอต้องคอยมีคนดูแล เนื่องจากเธอยังอยู่ในช่วงที่พึ่งสูญเสียการมองเห็นไปใหม่ๆ ยังอยู่ในช่วงของการปรับตัว ปรับใจให้ยอมรับกับตัวตนในโลกใบใหม่ที่มืดมิด
เราเข้าใจว่า theme หลักของละครเรื่องนี้ไม่ใช่การสะท้อนภาพชีวิตของคนตาบอด แต่เน้นที่ความรักของพระเอกนางเอกเป็นหลัก ทางผู้ผลิตเลยอาจไม่เห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องถ่ายให้เห็นถึงการใช้ชีวิตของคนตาบอด ว่าพวกเขามีการดำเนินชีวิตกันอย่างไรบ้าง พวกเขาอยู่ได้ด้วยตนเองได้อย่างไร (อย่างที่วาทินคอยพูดให้ริสาฟังอยู่เสมอน่ะ) เพราะมันอาจไม่เป็นจุดสำคัญในการดำเนินเรื่อง แต่กลับฉายให้เห็นสภาพของคนตาบอดในรูปแบบที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ ต้องคอยมีคนดูแล (อย่างในกรณีของญาติของโรส) เพราะฉากนี้เป็นจุดหนึ่งที่จะทำให้เรื่องดำเนินไปในทิศทางที่ได้วางไว้
นี่เป็นภาพที่ทางผู้ผลิตละครสื่อออกมาให้คนดูละครได้เห็น แล้วสำหรับคนส่วนใหญ่ที่ไม่ได้มีโกาสพบเห็นคนตาบอดก็อาจไม่รู้ว่าที่จริงแล้วคนตาบอดทำอะไรๆ ได้อย่างที่พระเอกพูดจริงๆ หรือ? ก็พวกเขาไม่เห็นฉากอะไรแบบนี้ในละคร แต่ที่เห็นกลับเป็นฉากที่แสดงให้เห็นถึงความไร้ความสามารถของคนตาบอด ต้องมีคนคอยพาเดิน ต้องมีคนคอยดูแล อะไรพวกนี้
เราไม่มีความรู้ทางการผลิตหนังหรือละครหรอกนะ เลยไม่รู้ว่าถ้าการที่จะสอดแทรกภาพต่างๆ ที่แสดงถึงความสามารถของคนตาบอดเข้าไปในละครนี่จะทำให้เสียเรื่องไปมากเพียงใด ถ้าหากทางผู้ผลิตจะใส่ภาพทั้งสองแง่มุม (คือภาพภรรยาตาบอดของญาติของโรสกับภาพของคนตาบอดทั่วๆ ไปที่สามารถช่วยเหลือตนเองได้) เข้าไป เราว่าคนดูละครก็จะได้รับรู้และเข้าใจ มองและมีทัศนคติต่อคนตาบอดในมุมมองที่แตกต่างออกไป
ในความเป็นจริงแล้วคนตาบอดก็เป็นคนเท่ากับคนสายตาปกติ พวกเรามีหัวใจ มีจิตวิญญาณ มีความคิด ความฝัน ความรู้สึก เท่าๆ กับคนอื่นๆ เพียงแต่ว่าสิ่งที่ต่างออกไปคือสายตาของพวกเราเท่านั้น จุดที่ดีของละครที่ยังแสดงให้เห็นก็คือ การที่ริสาที่ถึงแม้จะตาบอดแต่ก็ยังมีความฝันที่อยากจะเป็นช่างตัดผม อยากจะสร้างบ้านในฝันของพ่อและแม่ให้ได้ และนี่ก็คือความเป็นจริงที่แสดงให้เห็นว่าถึงแม้ว่าเราจะต้องสูญเสียการมองเห็นไป แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องสูญเสียความฝันไปด้วย
พวกเราต่างก็มีจุดมุ่งหมายในการดำเนินชีวิต เพียงแต่ว่าการที่จะบรรลุเป้าหมายเหล่านั้น พวกเราอาจใช้วิธีการที่แตกต่างกันไป เพราะว่าพวกเราทุกคนต่างก็มีความแตกต่างเฉพาะบุคคล
สิ่งที่เราอยากฝากไว้ก็คือ ถึงแม้ว่าละครจะเป็นเพียงละคร (ที่บางคนก็อาจเห็นว่าเป็นอะไรที่ไม่ได้ความรู้ เน้นแต่ความบันเทิงเป็นหลัก) แต่ละครก็มีอิทธิพลไม่น้อยในการเสริมสร้างมุมมองและทัศนคติของคนที่ดูต่อสิ่งต่างๆ รอบตัว ฉะนั้นก่อนที่ผู้ผลิตละครจะสื่ออะไรออกมาในละครจึงควรคิดให้ดีเสียก่อน
ปล. อยากดูแก้วตาพี่ที่ติ๊กแสดงเป็นคนตาบอดอ่ะ ยังไม่ได้ดูเลย มีใครดูแล้วบ้างคะ เป็นยังไงบ้างเอ่ย เล่าให้ฟังหน่อยสิคะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ :P
เราว่าคนตาบอดเค้าก็เหมือนคนตาดีแหละ ทำอะไรหลายๆอย่างได้เหมือนกัน บางทียังดีกว่าด้วยซ้ำ
ถ้าพวกเราสนับสนุน และเค้าได้มีโอกาสได้ศึกษา เค้าไม่เป็นภาระของสังคมแน่นนอน
#1 By aOnG on 2007-06-29 14:40