เมื่อวานนี้ (5 กรกฎาคม) พึ่งได้รับหนังสือเบรลล์ที่เหลือที่เราให้ญาติที่อยู่อเมริกาช่วยสั่งให้เมื่อวันที่ 18 เมษายน (คือได้สองเล่มก่อนหน้านี้มาแล้วตั้งแต่เดือนพฤษภาเห็นจะได้ อันนี้เดาเอา เพราะว่าตอนที่เรากลับมาถึงเมืองไทยตอนต้นมิถุนาเราก็เห็นไอ้เจ้าสองเล่มนั้นแล้ว) เล่มหนึ่งเป็นหนังสืออักษรเบรลล์ที่เป็นเล่มๆ แต่อีกเล่มเป็นซีดี ในนั้นมีไฟล์หนังสืออิเล็กทรอนิกส์เบรลล์ เค้าเรียกว่า PortaBook คือเราจะเอาไอ้เจ้า PortaBook นี้ไปพริ้นต์ออกมาเป็นหนังสือเบรลล์เป็นเล่มๆ หรือจะใช้อ่านจากคอมพิวเตอร์ (โดยมีเครื่องแสดงผลเบรลล์) ต่อพ่วงก็ได้

สองเล่มแรกที่ได้คือเรื่อง Power of Acknowledgement (เล่มนี้ได้ฟรี เพราะว่าเราสั่งหนังสือเกิน 25 ดอลล่าร์ เลยขอเล่มนี้ได้ฟรี) ส่วนเล่มที่มาเป็น PortaBook นั้นคือเรื่อง Touch the Top of the World เป็นหนังสือที่คนตาบอดชื่อ Erik Weihenmayer เขียน เค้าเป็นคนตาบอดคนแรกที่พิชิตยอดเขาเอเวอร์เรสได้ (น่าสนุกดี แต่ยังไม่มีเวลาอ่านเลย)

ส่วนอีกสามเล่มที่พึ่งได้นี้มี The Alchemist (ชื่อภาษาไทยนี่ประมาณ ขุมทรัพย์ที่ปลายฝัน หรือไงนี่ล่ะ เคยเห็นนานมาแล้วจำชื่อไม่ค่อยได้) เล่มที่สองคือ Louis Braille: A Touch of Genius เล่มนี้เป็นประวัติของ หลุยส์ เบรลล์ (เพื่อนๆ คุ้นๆ นามสกุลเค้ามั๊ยคะ ลองเดาดูสิว่าเค้าคือใคร) ติ๊กต๊อกๆๆเค้าก็คือคนตาบอดชาวฝรั่งเศสผู้คิดค้นอักษรเบรลล์ให้คนตาบอดทั่วโลกได้ใช้กันไงล่ะคะ พวกเราคนตาบอดรู้สึกเป็นหนี้บุญคุญคุณหลุยส์คนนี้มากๆ เพราะถ้าเค้าไม่คิดประดิษฐ์อักษรเบรลล์ขึ้นมา พวกเราคนตาบอดก็คงไม่มีโอกาสได้รู้หนังสือกันล่ะ ไว้ถ้าเราอ่านจบแล้วเราจะเอามาเล่าให้เพื่อนๆ อ่านกันนะคะ เล่มสุดท้ายที่คุณไปรษณีย์หอบมาส่งวันนี้ก็คือ Front Porch Tales เล่มนี้เค้าก็แจกฟรีอีกเหมือนกันค่ะ (ของฟรีก็เลยต้องเอาไว้ก่อน เพราะหาหนังสือเบรลล์ในเมืองไทยอ่านยากเหลือเกินนี่นา)

ในเมืองไทยตอนนี้ถ้าเราจะอ่านหนังสือเบรลล์ที่เป็นเล่มๆ นี่เราต้องไปขอรับบริการให้สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทยหรือที่วิทยาลัยราชสุดาช่วยพริ้นต์ให้ ที่พริ้นต์นี่ไม่ได้พริ้นต์ฟรีๆ นะคะ มีค่าใช้จ่ายค่ะ ยกตัวอย่างเรามีหนังสือเรียนหนึ่งเล่มที่เราซื้อมาในราคาสิบปอนด์จากอังกฤษ เราเสียค่าจ้างคนสแกนไปจำไม่ได้ว่าเท่าไหร่ แล้วเราเกิดอยากได้เอามาอ่านเป็นเล่มๆ เราก็เลยไปขอให้วิทยาลัยราชสุดาพริ้นต์ให้ เค้าคิดหน้าละบาท คือแผ่นละสองบาท (ฟังแล้วอาจนึกว่าถูก หน้าละบาทเอง จ้างพิมพ์เค้ายังคิดหน้าตั้งหลายบาท แต่อย่าลืมค่ะว่าหนึ่งหน้าหนังสือปกตินี่ต้องพริ้นต์เฉลี่ยเป็นเบรลล์ประมาณสองหน้าค่ะ) สรุปว่าหนังสือที่คนสายตาปกติอาจซื้อได้ในราคาสิบปอนด์นั้น เราต้องจ่ายเพิ่มอีกหลายเท่าตัวค่ะ เฮ้อ! ต้นทุนการเข้าถึงหนังสือของเราสักเล่มนี่มันช่างแพงหูฉี่เลย

แต่หนังสือที่เราสั่งจากที่อเมริกานี่ทางโรงพิมพ์เค้าขายให้คนตาบอดทั่วโลกในราคาเดียวกันค่ะ แล้วเค้าก็ขายเท่ากับราคาหนังสือที่คนปกติต้องจ่ายเพื่อซื้อหนังสือเล่มนั้นๆ ยกตัวอย่างเช่น Harry Potter and the Deadly Hallow นี่เราก็สามารถสั่งจองล่วงหน้าได้ในราคาเท่ากับที่ร้านหนังสืออย่าง Amazon เค้าเปิดให้คนปกติสั่งจองค่ะ (รู้สึกจะอยู่ที่ราว 18.99 ดอลล่าร์) และที่เจ๋งไปกว่านั้นก็คือทางสำนักพิมพ์ Scholastic ที่อเมริกาเค้าให้ไฟล์หนังสือ Harry Potter กับ National Braille Press (โรงพิมพ์ที่เราสั่งซื้อหนังสือนี่แหล่ะ) มาก่อนที่หนังสือจะวางขายจริง (โดยที่ทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการผลิตจะต้องเซ็นสัญญาว่าจะไม่เปิดเผยความลับเรื่องเนื้อหาออกไปก่อน) เพื่อที่ว่าทางโรงพิมพ์จะได้ผลิตหนังสือ Harry Potter ออกมาให้คนตาบอดได้อ่านพร้อมๆ กับคนปกติด้วยค่ะ (แถมเรายังไม่ต้องไปต่อแถวซื้อเพราะว่าเค้าส่งให้ถึงหน้าประตูบ้านเลยค่ะ) แต่สำหรับเราที่อยู่เมืองไทยก็คงต้องรอไปอีกสักเดือนสองเดือนกว่าที่แฮรี่จะเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาถึง

เพื่อนๆ คงสงสัยสิคะว่าหนังสืออักษรเบรลล์นี่มันก็ช่างเล่มใหญ่เทอะทะซะเหลือเกิน แล้วจะส่งมาจากอเมริกานี่ไม่เสียค่าไปรษณีย์ตายไปเลยเหรอ คำตอบก็คือว่าเราเคยลองถามทางเจ้าหน้าที่เหมือนกันว่าถ้าเราจ่ายค่าส่งนี่จะเป็นเท่าไหร่ เค้าบอกราคามาเราช๊อคเลย (ประมาณห้าเท่าของราคาหนังสืออ่ะ!) ทางเจ้าหน้าที่เค้าแนะนำให้เราส่งแบบ Free Matter for the Blind อันนี้เป็นข้อตกลงของไปรษณีย์ทั่วโลกค่ะว่าสามารถส่งเอกสารเบรลล์ของคนตาบอดได้ฟรี แต่ว่าส่งครั้งนึงต้องไม่เกินเจ็ดกิโลค่ะ (และก็ดีที่กระดาษที่เค้าใช้มีน้ำหนักเบา) คือพวกหนังสือเหล่านี้จะถูกส่งมาทางเรือ ต้องใช้เวลาประมาณเดือนครึ่งถึงสองสามเดือนจากอเมริกาถึงเมืองไทย แล้วบางทีก็มาในสภาพมอมแมม กะรุ่งกะริ่ง (กล่อง/ซอง ที่ใส่) เล็กน้อย แต่ก็โอเคนะ ก็เค้าส่งให้เราฟรีนี่นา ไม่งั๊นถ้าต้องเสียค่าส่งอีกคงตายก่อนเลย ไม่รู้จะไปเอาเงินที่ไหนมาจ่าย

ตอนนี้ก็เหลืออีกเล่มเดียวเท่านั้นที่ยังไม่มา (ก็เพราะมันยังไม่ออก) นั่นก็คือ Harry Potter เล่มสุดท้ายน่ะแหล่ะ ไม่เป็นไรอ่านพวกหนังสือที่มาก่อนพวกนี้รอไปพลางๆ ก่อนละกัน :D

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เจ๊ ผมอยากได้บ้างอ้ะ อยากอ่านเรื่อง Braille: A Touch of Genius ด้วย ขอที่ติดต่อซื้อหนังสือบ้างดิ้

#1 By PjPancake on 2007-07-07 04:54

ที่ติดต่อก็อยู่ใน link ในหน้านี้ไง ไปที่ link ที่ชื่อ National Braille Press ไง

#2 By blind bookworm on 2007-07-07 17:56