พึ่งดูกลิ่นแก้วกลางใจจบ ดูไปก็รู้สึกขัดใจไปว่าละครเค้าทำไม่เนียนเลยแฮะ เป็นไปได้ยังไงที่พระเอกจะจำเสียงของคนที่คอยดูแลตัวเองมาตั้งสามเดือนไม่ได้ เพียงแค่ว่ามีผู้หญิงคนนึงมาบอกว่าตัวเองเป็นคนที่ดูแลคุณพระเอกของเรามา คุณพระเอกก็เชื่อเค้าง่ายๆ อย่างนั้นหรือ?

เป็นไปไม่ได้เลยที่คนๆ หนึ่งจะมาอ้างตัวว่าเป็นคนอีกคนหนึ่งได้ง่ายๆ จริงอยู่ที่พระเอกไม่เคยมองเห็นหน้าของผู้หญิงที่ดูแลตัวเองตอนที่ตาบอด แต่การมองเห็นไม่ใช่ทั้งหมดนี่นา คนตาบอดเราก็มองไม่เห็นหน้าตาของผู้คนรอบข้าง หรือผู้คนที่เราพบเจอในแต่ละวัน แต่พวกเรารู้จักคนเหล่านั้นจากน้ำเสียงเฉพาะตัวของพวกเขาต่างหากล่ะ จริงอยู่ว่าเสียงอาจมีคล้ายกันได้ (คล้ายๆ กับฝาแฝดมั๊ยที่มีหน้าตาเหมือนกัน) แต่มันก็ไม่มีทางที่จะเหมือนกันเปี๊ยบไปซะทั้งหมดหรอก ทั้งน้ำเสียง วิธีและลีลาการพูดน่ะ

เอาล่ะ...เราจะไม่ไปพูดถึงความไม่เนียนของละครหรอก เพราะเราดูๆ ไปก็รู้สึกเหมือนว่าตัวเองดูอะไรไร้สาระ (แต่ก็ยังดูอยู่เรื่อยๆ :P) แต่เราจะมาพูดถึงคนหล่อคนสวยในมุมมองของคนตาบอดต่างหากล่ะ

อย่างที่เกริ่นไปข้างบนแล้วว่าคนตาบอดเราไม่สามารถมองเห็นหน้าตาของผู้คนรอบข้างได้ (หรือเห็นก็อาจไม่ชัด) เพราะฉะนั้นพวกเราเลยมองว่าใครหล่อคนไหนสวยจากเสียงของคนๆ นั้นแทน น้ำเสียงของคนเป็นสิ่งแรกที่คนตาบอดมอง(ฟัง) ในขณะที่คนสายตาปกติจะอาศัยดูจากรูปลักษณ์ ถึงแม้ว่าตามหลักศาสนาท่านจะสอนไม่ให้ติดอยู่ที่รูป รส กลิ่น เสียง แต่คนตาบอดก็อดไม่ได้ที่จะฟังว่าเสียงใครหล่อ เสียงใครสวย ใครเสียงเท่ ใครเสียงไม่เพราะ ใครเสียงใหญ่ เสียงคนนี้เหมือนอมอะไรอยู่ (รู้สึกว่าเพื่อนเราจะบอกว่าอมฮอลล์!) โฮ้ยยยย ต่างๆ นานา มากมายหลายเสียง

เมื่อก่อนตอนที่เรายังเรียนอยู่ที่โรงเรียนสอนคนตาบอดเรายังพอมองเห็นเลือนรางอยู่ อาจเรียกได้ว่าเยอะพอสมควร เพราะเราสามารถเห็นหน้าตาของคนอื่นๆ ได้ชัดเจน เราก็จะชอบมองว่าใครหล่อใครสวยจากหน้าตาของเค้า ทั้งๆ ที่เพื่อนๆ ในห้องเรียนเราจะวิจารณ์เสียงคนโน้นว่ายังงี๊ เสียงคนนี้ว่ายังงั๊น เราก็ไม่เห็นรู้สึกว่ามันจะมีความสลักสำคัญอะไรเลย มองหน้าตาดีกว่า แต่...พอเรามามองไม่เห็นนี่สิ เราถึงได้เข้าใจเพื่อนๆ ของเรามากขึ้น เพราะเดี๋ยวนี้เราไม่สามารถมองคนจากหน้าตาได้อีกต่อไป เราก็สังเกตว่าตัวเองเริ่มหันมามองคนจากเสียงแทน แต่เราก็รู้สึกว่าน้ำเสียงของคนนั้นไม่ได้เป็นกับดักให้เราหลงติดอยู่กับมันมากเท่ากับหน้าตาของคน เพราะฉะนั้นหลังๆ มานี่เราเริ่มมองคนทะลุผ่านเปลือกนอกเหล่านี้เข้าไปสัมผัสถึงเนื้อแท้ของคนๆ นั้นได้ง่ายขึ้น ทำให้เราได้รู้จักและมองเห็นว่าที่จริงแล้วในสังคมยังมีคนดีๆ อยู่อีกไม่น้อย

แต่จะปฏิเสธว่าพวกเราคนตาบอดไม่สนใจเรื่องหน้าตาหรือน้ำเสียงซะเลยก็คงจะไม่จริง เพราะว่าพวกเราก็ยังเป็นมนุษย์ปุถุชนธรรมดาๆ เท่านั้นเอง แล้วทีนี้พวกเราจะรู้ได้ไงเหรอว่าคนที่เราว่ามีเสียงไพเราะทุ้มนุ่มนั้นแท้ที่จริงแล้วเค้ามีหน้าตาอย่างไร คำตอบก็คือพวกเราก็อาศัยถามเอาจากเพื่อนๆ ที่ยังพอจะมองเห็นบ้าง หรือไม่ก็คนสายตาปกติบ้างนั่นแหล่ะ แต่...การมองเห็นหน้าตาแบบนี้ก็เป็นการเห็นแบบผ่านมุมมองของคนมองเห็นคนนั้นแล้วนั่นแหล่ะ ไม่เหมือนกับเสียงที่เราได้ยินเองด้วยหูหรือเนื้อแท้ที่เราสัมผัสได้ด้วยหัวใจของเราเอง

นอกจากการฟังเสียงเพื่อทำความรู้จักแล้ว คนตาบอดยังมีกิจกรรมเสริมพิเศษที่หลายๆ คนชอบทำเป็นกิจกรรมยามว่างเพื่อความบันเทิงและคลายเครียดด้วย (เพื่อนๆ เราหลายคนทำได้ดีมากซะด้วย) กิจกรรมที่ว่านี้ก็คือการเลียนเสียง ทั้งน้ำเสียง ลีลาการพูด และคำหรือประโยคติดปาก ของคนที่มีน้ำเสียงและวิธีการพูดจาที่โดดเด่น อันนี้เพื่อนเราที่เคยไปประชุมกับคนตาบอดประเทศอื่นๆ ยืนยันมาว่าเป็นกิจกรรมสุดฮิตของคนตาบอดทั่วโลกเชียวล่ะ อิๆ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Jay : อิอิ ไม่ได้ดูละครหรอกค่ะ แต่อ่านว่าทำไม่เนียนแล้วขำดี ละครไทยก็อย่างงี้แหละ
ถ้าไม่เห็นหน้าก็ดีไปอีกแบบนะคะ เพราะบางคนใช้หน้าตาเป็นอาวุธ จะได้ไม่หลงกล (เอ๊ะ พูดอะไรงงมั้ยเนี่ย)

#1 By Jay on 2007-07-12 21:23

*0*

ปรกติไมได้ดูละครหรอก แต่กิจกรรมอันหลัวนี้น่าสนใจจริงๆ ^^"

#2 By Gimsong♪ 김성 on 2007-07-12 21:40

ถึงจะมองเห็น แต่ผมว่าหูก็ให้รายละเอียดได้มากกว่าตาจริงๆ นะครับ
ตามันจะเห็นแค่อารมณ์หยาบๆ อย่าง โกรธ ดีใจ เสียใจ อะไรพวกนี้
แต่เสียงมันจะบอกถึงระดับของความรู้สึกต่างๆ นั้นด้วย...
อันนี้ว่าตามประสบการณ์นะครับ คนอื่นอาจจะไม่ได้รู้สึกอย่างนี้

#3 By วัชระ on 2007-07-13 01:31

ปอม ปอไม่แน่ใจว่า ปอมจะได้เมลล์ปอหรือป่าวนะ เพราะช่วงนี้เน็ตที่ทำงานมีปัญหา ยังไงเจอกันพรุ่งนี้นะจ๊ะ ตามสถานที่ที่เรานัดกันไว้ ถ้าใครถึงก่อนโทรหาด้วยนะ แล้วเรื่องเวลา 11.30 โอเคหรือป่าว เรายังไงก็ได้ ขอให้ปอมนัดมา

#4 By ปอรี่ (202.44.135.35 /10.20.35.71, 202.28.72.148) on 2007-07-13 08:47

ปอม ๆๆ เดี๊ยววันนี้เย็นๆค่ำๆ ปอโทรไปหานะ ให้เลิกทำงานก่อนนะ

#5 By (202.44.135.35 /10.20.35.71, 202.28.72.148) on 2007-07-13 12:44

โอเคจ้ะปอ

#6 By blind bookworm on 2007-07-13 16:07

เรื่องแบบนี้เพิ่งจะรู้จริง ๆ ครับ ขอบคุณที่เอามาบอกเล่ากันนะครับ

ตอนนี้ผมกำลังพยายามจะอ่านหนังสืออยู่ครับ แล้วจะส่งไปให้ฟังนะ ว่า เสียงผมหล่อหรือเปล่า แต่อาจจะรอนานหน่อยนะ เพราะหาที่เงียบ ๆ กับช่วงเวลา่ว่าง ๆ ยังไม่ได้เลยครับ

ป.ล. ผมไม่ได้โทรไปเช็คหรอกนะครับว่ามีคนอ่านเรื่อง "นั่งฝั่งตะวันตื่น ยืนฝั่งตะวันตก ของ ทรงกลด บางยี่ขัน" หรือยัง แต่ถึงจะมีคนอ่านแล้ว เค้าคงไม่ทิ้งของผมหรอกมั้งครับ

ไม่รู้คนอ่านจะมีความรู้สึกเหมือนอ่าน เรื่องเดียวกัน แต่ต่างคนแปลหรือเปล่านะ

#7 By เจ้าชายน้อย on 2007-07-14 08:24

จำได้ว่าเคยอ่านเจอคุณเจ้าชายน้อยพูดถึงหนังสือเล่มนี้ในบล๊อกของคุณ ยังบอกตัวเองอยู่เลยว่าไว้ต้องไปหามาอ่านบ้าง เพราะท่าทางสำนวนลีลาของคนเขียนนี่ไม่ใช่ย่อยเลย (คุ้นๆ เหมือนคุณเคยเขียนว่าซื้อเพราะคำนำที่มีการเล่นคำระหว่าง "เวียนธูป" กับ "วูบเทียน" อะไรประมาณนั้นใช่ไหมคะ

ลองสอบถามที่ห้องสมุดฯ ดูแล้วค่ะ ตอนนี้ยังไม่มีใครอ่านเรื่องนี้นะคะ เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วงค่ะ แล้วถึงมีคนอ่านแล้วก็อย่างที่คุณเจ้าชายน้อยว่าแหล่ะค่ะ เราไม่ทิ้งหรอก เพราะว่าหนังสือทุกเล่มมีคุณค่าสำหรับพวกเราค่ะ เพียงแต่ว่าที่ไม่อยากให้อ่านซ้ำเพราะว่าการจะอ่านหนังสือเสียง (แปรรูปหนังสือ) แต่ละเล่มน่ะค่ะ มันต้องใช้ทรัพยากรเยอะ ทั้งเวลา คนอ่าน ฯลฯ ดังนั้นถ้าเป็นไปได้เลยไม่อยากให้มีซ้ำกันค่ะ เพราะว่าหนังสือในท้องตลาดทั่วไปยังมีมอีกมากมายที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ สู้เอาเวลา และทรัพยากรที่มีไปผลิตหนังสือหลากหลายเล่ม (ที่ไม่ซ้ำกัน) ไม่ดีกว่าหรือ ตอนนี้ทางองค์กรคนตาบอดเองก็พยายามมีการประสานงานระหว่างหน่วยงานเรื่องรายชื่อหนังสือที่แต่ละที่ผลิตค่ะ จะได้ไม่ผลิตซ้ำกันค่ะ

แล้วจะรอฟังนะคะ แต่ไม่ต้องรีบค่ะ ค่อยๆ เก็บเล็กผสมน้อยไปวันละนิดละหน่อยตามสะดวกค่ะ ยังไงก็ขอบคุณคุณเจ้าชายน้อยไว้ ณ ที่นี้เลยนะคะ

#8 By blind bookworm on 2007-07-14 16:13

ชอบจังค่ะ

#9 By b613 on 2007-07-15 11:25

พี่ยังไม่ได้อัพบล็อกจ้ะ ช่วงนี้ยังขี้เกียจอยู่เลยได้แต่อ่านบล็อกชาวบ้านไปก่อน เรื่องนี้เขียนดีจังปอม หนุกดีพี่ชอบ

#10 By barai (86.139.6.2) on 2007-07-15 22:04

ลองนั่งคิดดูเล่น ๆ ขำ ๆ นะ จำได้ว่ามีรายการทศกรรณ์พันหน้า (ไม่รู้ว่าเดี๋ยวนี้ยังมีอยู่เป่า) คอยทายหน้าตาของคนดัง ถ้าเปลี่ยนจากทายหน้าเป็นทางเสียงดู จะมีใครตอบได้ไหมเนี่ย ขอรับรองว่าธรรมชาติสร้างมาไม่มีใครหรอกที่จะมีเสียงเหมือนกันเปี๊ยบ แม้แต่ฝาแฝดไข่ใบเดียวกันก็ตามเหอะ ขนาดการทดสอบประสาทสัมผัสทางกลิ่นหรือรสยังมีเกมส์โชว์ทำมาแล้วเลย แบบว่าให้ปิดตาทายอาหารหนะ (อยากเล่นบ้างจัง)

#11 By Apple (149.159.2.18) on 2007-07-16 06:56

อืม...น่าสนุกดีเนอะ เกมทายเสียง

#12 By blind bookworm on 2007-07-16 16:24

แค่คนผ่านมาคับ ไม่มีอะไรจะคอมเม้น แต่ก็ขอเป็นกำลังใจให้นะคับ

#13 By ราคุชุน (124.120.8.109) on 2007-07-17 22:04

#14 By (125.27.122.238) on 2007-08-24 11:40

ชอบ ผอ.อภิรัฐ

#15 By (125.27.122.238) on 2007-08-24 11:42

รักนะรูเปล่า

#16 By (125.27.122.238) on 2007-08-24 11:43

รักโมมากมาก

#17 By (125.27.122.238) on 2007-08-24 11:44

รักนะ

#18 By (125.27.122.238) on 2007-08-24 11:44

โกรธโอมมากด้วย

#19 By (125.27.122.238) on 2007-08-24 11:45