คนหล่อคนสวยในมุมมองของคนตาบอด
posted on 12 Jul 2007 21:03 by nupomme in blindพึ่งดูกลิ่นแก้วกลางใจจบ ดูไปก็รู้สึกขัดใจไปว่าละครเค้าทำไม่เนียนเลยแฮะ เป็นไปได้ยังไงที่พระเอกจะจำเสียงของคนที่คอยดูแลตัวเองมาตั้งสามเดือนไม่ได้ เพียงแค่ว่ามีผู้หญิงคนนึงมาบอกว่าตัวเองเป็นคนที่ดูแลคุณพระเอกของเรามา คุณพระเอกก็เชื่อเค้าง่ายๆ อย่างนั้นหรือ?
เป็นไปไม่ได้เลยที่คนๆ หนึ่งจะมาอ้างตัวว่าเป็นคนอีกคนหนึ่งได้ง่ายๆ จริงอยู่ที่พระเอกไม่เคยมองเห็นหน้าของผู้หญิงที่ดูแลตัวเองตอนที่ตาบอด แต่การมองเห็นไม่ใช่ทั้งหมดนี่นา คนตาบอดเราก็มองไม่เห็นหน้าตาของผู้คนรอบข้าง หรือผู้คนที่เราพบเจอในแต่ละวัน แต่พวกเรารู้จักคนเหล่านั้นจากน้ำเสียงเฉพาะตัวของพวกเขาต่างหากล่ะ จริงอยู่ว่าเสียงอาจมีคล้ายกันได้ (คล้ายๆ กับฝาแฝดมั๊ยที่มีหน้าตาเหมือนกัน) แต่มันก็ไม่มีทางที่จะเหมือนกันเปี๊ยบไปซะทั้งหมดหรอก ทั้งน้ำเสียง วิธีและลีลาการพูดน่ะ
เอาล่ะ...เราจะไม่ไปพูดถึงความไม่เนียนของละครหรอก เพราะเราดูๆ ไปก็รู้สึกเหมือนว่าตัวเองดูอะไรไร้สาระ (แต่ก็ยังดูอยู่เรื่อยๆ :P) แต่เราจะมาพูดถึงคนหล่อคนสวยในมุมมองของคนตาบอดต่างหากล่ะ
อย่างที่เกริ่นไปข้างบนแล้วว่าคนตาบอดเราไม่สามารถมองเห็นหน้าตาของผู้คนรอบข้างได้ (หรือเห็นก็อาจไม่ชัด) เพราะฉะนั้นพวกเราเลยมองว่าใครหล่อคนไหนสวยจากเสียงของคนๆ นั้นแทน น้ำเสียงของคนเป็นสิ่งแรกที่คนตาบอดมอง(ฟัง) ในขณะที่คนสายตาปกติจะอาศัยดูจากรูปลักษณ์ ถึงแม้ว่าตามหลักศาสนาท่านจะสอนไม่ให้ติดอยู่ที่รูป รส กลิ่น เสียง แต่คนตาบอดก็อดไม่ได้ที่จะฟังว่าเสียงใครหล่อ เสียงใครสวย ใครเสียงเท่ ใครเสียงไม่เพราะ ใครเสียงใหญ่ เสียงคนนี้เหมือนอมอะไรอยู่ (รู้สึกว่าเพื่อนเราจะบอกว่าอมฮอลล์!) โฮ้ยยยย ต่างๆ นานา มากมายหลายเสียง
เมื่อก่อนตอนที่เรายังเรียนอยู่ที่โรงเรียนสอนคนตาบอดเรายังพอมองเห็นเลือนรางอยู่ อาจเรียกได้ว่าเยอะพอสมควร เพราะเราสามารถเห็นหน้าตาของคนอื่นๆ ได้ชัดเจน เราก็จะชอบมองว่าใครหล่อใครสวยจากหน้าตาของเค้า ทั้งๆ ที่เพื่อนๆ ในห้องเรียนเราจะวิจารณ์เสียงคนโน้นว่ายังงี๊ เสียงคนนี้ว่ายังงั๊น เราก็ไม่เห็นรู้สึกว่ามันจะมีความสลักสำคัญอะไรเลย มองหน้าตาดีกว่า แต่...พอเรามามองไม่เห็นนี่สิ เราถึงได้เข้าใจเพื่อนๆ ของเรามากขึ้น เพราะเดี๋ยวนี้เราไม่สามารถมองคนจากหน้าตาได้อีกต่อไป เราก็สังเกตว่าตัวเองเริ่มหันมามองคนจากเสียงแทน แต่เราก็รู้สึกว่าน้ำเสียงของคนนั้นไม่ได้เป็นกับดักให้เราหลงติดอยู่กับมันมากเท่ากับหน้าตาของคน เพราะฉะนั้นหลังๆ มานี่เราเริ่มมองคนทะลุผ่านเปลือกนอกเหล่านี้เข้าไปสัมผัสถึงเนื้อแท้ของคนๆ นั้นได้ง่ายขึ้น ทำให้เราได้รู้จักและมองเห็นว่าที่จริงแล้วในสังคมยังมีคนดีๆ อยู่อีกไม่น้อย
แต่จะปฏิเสธว่าพวกเราคนตาบอดไม่สนใจเรื่องหน้าตาหรือน้ำเสียงซะเลยก็คงจะไม่จริง เพราะว่าพวกเราก็ยังเป็นมนุษย์ปุถุชนธรรมดาๆ เท่านั้นเอง แล้วทีนี้พวกเราจะรู้ได้ไงเหรอว่าคนที่เราว่ามีเสียงไพเราะทุ้มนุ่มนั้นแท้ที่จริงแล้วเค้ามีหน้าตาอย่างไร คำตอบก็คือพวกเราก็อาศัยถามเอาจากเพื่อนๆ ที่ยังพอจะมองเห็นบ้าง หรือไม่ก็คนสายตาปกติบ้างนั่นแหล่ะ แต่...การมองเห็นหน้าตาแบบนี้ก็เป็นการเห็นแบบผ่านมุมมองของคนมองเห็นคนนั้นแล้วนั่นแหล่ะ ไม่เหมือนกับเสียงที่เราได้ยินเองด้วยหูหรือเนื้อแท้ที่เราสัมผัสได้ด้วยหัวใจของเราเอง
นอกจากการฟังเสียงเพื่อทำความรู้จักแล้ว คนตาบอดยังมีกิจกรรมเสริมพิเศษที่หลายๆ คนชอบทำเป็นกิจกรรมยามว่างเพื่อความบันเทิงและคลายเครียดด้วย (เพื่อนๆ เราหลายคนทำได้ดีมากซะด้วย) กิจกรรมที่ว่านี้ก็คือการเลียนเสียง ทั้งน้ำเสียง ลีลาการพูด และคำหรือประโยคติดปาก ของคนที่มีน้ำเสียงและวิธีการพูดจาที่โดดเด่น อันนี้เพื่อนเราที่เคยไปประชุมกับคนตาบอดประเทศอื่นๆ ยืนยันมาว่าเป็นกิจกรรมสุดฮิตของคนตาบอดทั่วโลกเชียวล่ะ อิๆ
ถ้าไม่เห็นหน้าก็ดีไปอีกแบบนะคะ เพราะบางคนใช้หน้าตาเป็นอาวุธ จะได้ไม่หลงกล (เอ๊ะ พูดอะไรงงมั้ยเนี่ย)
#1 By Jay on 2007-07-12 21:23