ระบบสมองกล...ช่วยคนตาบอด
posted on 19 Jul 2007 12:06 by nupomme in Newsมีงานประดิษฐ์น่าสนใจมาให้อ่านกันอีกแล้วค่ะ หลายๆ ครั้งมักได้อ่านข่าวงานประดิษฐ์สร้างสรรค์โดยฝีมือนักศึกษาไทยมากมายหลายชิ้นที่ถ้าได้รับการสนับสนุนน่าจะสามารถพัฒนาต่อยอดออกมาให้คนพิการไทยได้ใช้จริง (เหมือนอย่างที่กล่าวในข่าวนี้) แต่...ก็ยังไม่เห็นของจริงเสียที มักได้เห็นตามนิทรรศการงานประชุมทางวิชาการต่างๆ เสียมากกว่า (เอ...หรือว่าเค้ามีออกมาใช้กันแล้วแต่เรายังไม่รู้หว่า...)
อย่างไรก็ตาม งานประดิษฐ์ที่เข้ารอบเป็นทีมที่สามในข่าวนี้น่าสนใจมาก เพราะถึงแม้ว่าคนตาบอดเราจะมีไม้เท้าช่วยนำทาง แต่ก็อย่างที่เขาว่าคือคนตาบอดไม่สามารถมองเห็นสิ่งกีดขวางที่อยู่เหนือระดับหน้าอกขึ้นไปจนถึงศรีษะได้ เพราะไม้เท้าก็ได้แค่ใช้นำทางอยู่ที่พื้น แต่หลายครั้งหลายคราสิ่งกีดขวาง เช่น ป้ายโฆษณา มันอยู่เหนือหัวคนเดิน เราจำได้ว่าเคยเดินชนเข้าไปจังๆ เจ็บมากๆ ไม้เท้าไม่เหมือนกับสุนัขนำทาง (guide dog) ที่มันจะได้รับการฝึกฝนให้สามารถเตือนคนตาบอดที่เดินตามมันให้รู้ได้ว่ามีสิ่งกีดขวางอยู่เหนือหัวหรือเปล่า
อยากรู้เหมือนกันว่าไม้เท้าจะส่งสัญญาณเตือนภัยว่ามีสิ่งกีดขวางให้คนตาบอดได้รู้ด้วยระบบการสั่นสะเทือนนี่ คนตาบอดจะรู้ได้อย่างไรหนอว่าสิ่งกีดขวางที่ส่งสัญญาณมานั้นอยู่ตรงหน้า ทางด้านซ้าย ทางด้านขวา หรือทางไหน คือ...เราเป็นคนไม่ค่อยมีเซ้นส์เรื่องพวกนี้น่ะ :P มักเจ็บตัวจากการเดินทางเป็นประจำ เฮ้อ! อยากให้มีการพัฒนาให้ออกมาใช้ได้เป็นรูปธรรมจริงๆ เร็วๆ จังเลย
แต่...เราว่าถึงแม้จะมีสิ่งประดิษฐ์อัจฉริยะอย่างนี้ การที่ทางผู้เกี่ยวข้องจะช่วยทำให้ทางที่คนต้องเดิน เช่น ทางเท้า ให้ปราศจากสิ่งกีดขวางได้มากที่สุดก็น่าจะเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุได้ดีที่สุด จริงอยู่ว่าสิ่งประดิษฐ์นี้น่าจะเป็นประโยชน์และใช้ได้จริงกับคนตาบอดที่ต้องเดินทางไปไหนมาไหนด้วยตนเอง แต่คนตาบอดก็คงจะต้องตื่นตัวน่าดูเลยเวลาเดินทาง สมมติเดินไปบนทางเท้าที่มีทั้งเสาไฟฟ้า เสาป้ายโฆษณา ป้ายหาเสียง ป้ายโฆษณาที่ห้อยมาจากข้างบน กิ่งของต้นไม้ที่ยื่นออกมานอกรั้วบ้านหรือหน่วยงานต่างๆ รถเข็นขายของที่ตั้งเรียงราย โต๊ะ เก้าอี้ ของร้านอาหารที่บางทีเอาออกมาตั้งอยู่บนทางเท้า ฯลฯ อีกมากมายที่บรรยายไงก็ไม่หมดนี่ ไอ้เจ้าเครื่องส่งสัญญาณมันคงจะสั่นไม่หยุด สั่นตลอดเวลา แล้วทีนี้คนตาบอดก็จะไม่สามารถรู้ได้ว่าสิ่งกีดขวางนั้นมันอยู่ตรงไหนกันแน่ บางทีอาจหลบพ้นจากอย่างหนึ่ง แต่เดินไปจ๊ะเอ๋เข้ากับอีกอย่างหนึ่งก็ได้ (เจอมาเองกะตัว)
เพราะฉะนั้นสิ่งที่ดีที่สุดก็คือการลดสิ่งกีดขวางบนทางเท้าให้ได้มากที่สุด ผนวกเข้ากับอุปกรณ์พิเศษอย่างเช่นไม้เท้าในเรื่องนี้ การเดินทางของคนตาบอดจึงจะเป็นไปได้อย่างปลอดภัยขึ้น
เนคเทค เผยผลสุดยอด ๓ ทีมเข้ารอบชิงชนะเลิศการแข่งขันพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยระบบสมองกลฝังตัว ครั้งที่๑ (Embedded Systems on New Industrial Design Camp and Contest
Yr 2007
ดร.พันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ(เนคเทค/สวทช.) กล่าวถึงเกณฑ์ในการตัดสินผลงานโดยดูจาก รูปแบบผลิตภัณฑ์
ความอัจฉริยะ และการตลาด โดยนำผลงานของ ๓ ทีมที่คัดเลือกมาพัฒนาต่อให้สามารถใช้ได้จริง "๑๐ ผลงานการออกแบบพัฒนาผลิตภัณฑ์สมองกลฝังชิพอัจฉริยะ เกิดจากการคิดค้นสร้างสรรค์และพัฒนาเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่สมบูรณ์แบบด้านระบบสมองกลฝังตัว
การดีไซน์รูปลักษณ์ และการวางแผนการตลาด โดยมีการนำความรู้ในห้องเรียนมาปรับใช้พัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างเป็นรูปธรรม และสามารถนำไปต่อยอดให้ใช้ได้จริงในเชิงพาณิชย์"
ผลงานที่ผ่านเข้ารอบ ๓ ทีมสุดท้ายจะได้รับเงินสนับสนุนทีมละ ๒๕๐,๐๐๐ บาท เพื่อเข้าร่วมแข่งขันรอบชิงชนะเลิศที่จะมีขึ้นในเดือนกันยายน ๒๕๕๐ โดยทีมผู้ชนะเลิศจะได้รับโล่เกียรติยศ
พร้อมเงินรางวัลมูลค่า ๑๕๐,๐๐๐ บาท รองชนะเลิศอันดับ๑ ได้รับโล่เกียรติยศพร้อมเงินรางวัลมูลค่า ๑๐๐,๐๐๐ บาท รองชนะเลิศอันดับ๒ ได้รับโล่เกียรติยศ พร้อมเงินรางวัลมูลค่า
๕๐,๐๐๐ บาท ซึ่ง ๓ ทีมที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายได้แก่ ทีมแรกจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทำระบบป้ายแสดงสินค้าอิเล็ก ทรอนิกส์แบบไร้สาย (
ทำคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คสำหรับผู้พิการทางสายตา (AmBraille) "เก่ง - ณัฐวุฒิ สุวรรณรัตน์" นักศึกษาชั้นปีที่ ๔ เป็นตัวแทนของกลุ่มกล่าวว่า ลักษณะพิเศษของโน๊ตบุ๊คคือสามารถรับส่งข้อมูลเป็นภาษาเบรลล์ได้
และสามารถแปลเป็นภาษาไทยและอังกฤษได้เหมือนคอมพิวเตอร์ ซึ่งในอนาคตจะพัฒนาให้เป็นระบบ Speed Recognize โดยคลิ๊กที่บรรทัดนั้นแล้วจะเป็นเสียงอ่านทั้งประโยค ทีมสุดท้ายที่ผ่านเข้ารอบเป็นทีมจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า
เจ้าคุณทหารลาดกระบัง ทำเครื่องช่วยสำรวจตำแหน่งสิ่งกีดขวางของผู้พิการทางสายตา เพื่อลดอุบัติเหตุการเดินทาง (
๓ หนึ่งในสมาชิกของทีม กล่าวว่าจุดเด่นของทีมคือมีงานวิจัยที่ตอบสนองต่อผู้ใช้จริง และกระบวนการทำงานจะอาศัยสัญญาณอัลตร้าโซนิกจับวัตถุกีดขวาง และการทำงานของไม้เท้าจะเป็นระบบอัตโนมัติซึ่งหากไม่ได้ใช้งานภายใน
๑๕ วินาทีจะสามารถดับได้เอง ซึ่งช่วยประหยัดพลังงานได้ด้วย "แรงบันดาลใจคือ อยากทำไม้เท้าตรวจจับสิ่งกีดขวางที่มีความสูงตั้งแต่หน้าอกจนถึงศีรษะสำหรับผู้พิการทางสายตา
ซึ่งมีจุดเด่นคือทีมเรามีงานวิจัยที่ตอบสนองต่อผู้ใช้จริง มีการลงพื้นที่สอบถามและทดลองผลิตภัณฑ์กับผู้พิการทางสายตาด้วยตนเอง กระบวนการทำงานคือ การส่งสัญญาณคลื่นเสียงความถี่สูง
(Ultra Sonic) จับวัตถุกีดขวาง แล้วสัญญาณจะสะท้อนกลับมาหากพบวัตถุในระยะที่กำหนดไว้ โดยไม้เท้าจะสั่นสะเทือนเพื่อเตือนให้หลบหลีกได้ทัน ซึ่งหากมีการใช้งานตัว
Contact switch จะถูกสัมผัสตลอด ส่งผลให้การทำงานเป็นไปแบบอัตโนมัติ แต่หากไม่ใช้งาน contact switch จะดับภายใน ๑๕ วินาทีช่วยประหยัดพลังงานได้อีกทาง ซึ่งปัญหาที่พบขณะนี้คืออุปกรณ์ไม่สามารถกันน้ำได้
โดยจะมีการพัฒนาต่อโดยใช้วัสดุตัวใหม่ที่มีความสามารถกันน้ำและขนาดเล็กกว่านี้ ส่วนในด้านการออกแบบ ต้องการลดขนาดให้เล็กลงเพื่อความเหมาะสมสำหรับใช้งานได้จริง"
ที่มาของข่าว: ผู้จัดการออนไลน์ 16 ก.ค. 2550
แต่อย่างว่า ผลประโยชน์ไม่เข้าใครออกใคร วิธีที่ทำได้คือพวกเรากันเองต้องสนับสนุนส่งเสริมเด็กๆ เหล่านี้ด้วยการกระจายข่าวกันปากต่อปากแบบนี้แหละครับ เขาจะได้มีกำลังใจ แล้วเราก็จะได้มีสิ่งประดิษฐ์ฝีมือคนไทยที่ไม่แพงใช้ด้วย
#1 By วัชระ on 2007-07-20 00:32