เราได้ยินข่าว(วงใน)จากพี่คนตาบอดที่ได้มีโอกาสไปร่วมสำรวจเส้นทางเล่ามาว่า กทม. ตั้งใจจะทำเป็นทางเท้าตัวอย่าง ก็คงต้องรอดูกันต่อไปว่าพอทำเสร็จออกมาใช้จริงแล้วจะเป็นอย่างไร จะใช้ได้จริงหรือเปล่า ทำไมถึงจะใช้ไม่ได้จริง ลองไปอ่านเรื่องนี้ดูนะคะ

และอีกหนึ่งประเด็นสำคัญก็อย่างที่เค้าว่าในข่าวน่ะแหล่ะ ที่ว่าเมื่อทำทางเท้าเสร็จแล้ว ถ้าเกิดมีการขุดเพื่อซ่อมหรือทำอะไรก็แล้วแต่ ควรทำทางเท้าที่ถูกขุดให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิมเหมือนก่อนที่จะถูกขุด เพราะจากประสบการณ์ที่เกิดมาอยู่ในกรุงเทพฯ นี่ เจอบ่อยที่ถนนดีๆ หรือทางเท้าเค้าทำไว้ดีๆ แล้ว วันดีคืนดีมีคนมาขุดๆๆ เพื่อทำอะไรสักอย่าง พอเสร็จเรื่องก็...คิดว่าทุกคนคงมีประสบการณ์พบเจอมาด้วยตัวเอง ไม่รู้ว่าทำไมถึงทำให้ถนนกลับมาดีเหมือนเดิมไม่ได้ ล่าสุดนี่ก็ถนนแถวบ้านเลย พึ่งโดนขุดไป แล้วตอนนี้ก็เอาซีเมนต์มาแปะหน้าทำให้ไม่เรียบเหมือนเดิม หรืออย่างแถวโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพฯ ทางเท้าเคยมีเบรลล์ บล๊อก แต่พอโดนขุด เบรลล์ บล๊อก ที่เคยมี ที่โดนขุดออกไปก็ไม่ยักได้กลับมาเหมือนเดิม

อย่างไรก็ตามเราในฐานะประชาชนคนตาบอดไทยคนหนึ่งก็ได้แต่หวังว่าการริเริ่มทำทางเท้าตามในข่าวนี้จะเป็นการเริ่มต้นและเป็นตัวอย่างที่ดี ให้แก่ชุมชนอื่นๆ ต่อไป

เมื่อวันที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๕๐ ชาวชุมชนมหาดเล็กหลวง ตัวแทนคนพิการจาก DPI/AP ได้หารือร่วมกับสำนักงานเขตปทุมวัน เรื่องการปรับทางเท้า บนถนนราชดำริ ให้เอื้ออำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ

และปราศจากอุปสรรคตลอดเส้นทาง ได้ผลสรุป ดังนี้ ๑) จะประสานความร่วมมือกับองค์กรต่างๆ เพื่อแก้ไขและปรับปรุงทางเท้าบนทางเส้นดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัท

ห้างร้าน ที่มีสำนักงานตั้งอยู่ในบริเวณนั้น จะต้องมีส่วนร่วมในการแก้ไขปรับปรุงทางเท้านี้ ๒) จะทำการหารือและขอความร่วมมือกับ ๒.๑) กลุ่มแนวร่วมองค์กรต่างๆ

ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (เป็นเจ้าภาพหลัก) สำนักงานเขตปทุมวัน สสส. สภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย บริษัทนันทวัน และCPAC , SCG (บริษัทปูน) ๒. ๒) กลุ่มผู้ทำหน้าที่เกี่ยวกับการขุดถนน

และเปลี่ยนย้ายสายไฟ สายโทรศัพท์ ได้แก่ การไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง และ๒.๓) เจ้าของสถานที่ อาคารที่อยู่ถนนเส้นทางดังกล่าว ๓) กำหนดการหารือกับหน่วยงานต่างๆ

ในวันที่ ๒๐ ก.ค. ๕๐ เพื่อหาแนวร่วมดำเนินงาน โดยมีประเด็นสำคัญในการหารือคือ หลังจากที่มีการปรับปรุงเส้นทางดังกล่าวให้ปราศจากอุปสรรคแล้ว จะต้องทำข้อตกลงร่วมกันว่าหากมีการ

ขุด หรือปรับปรุงเส้นทางดังกล่าว ต้องทำให้มีสภาพเช่นเดิม เช่น มีทางลาด มีเบรลล์บล็อก ไกด์นิ่งบล็อก พื้นเรียบ การบดอัดพื้นเหมือนเดิม ๔) ในเบื้องต้นจะทำการสำรวจเส้นทางดังกล่าวโดยละเอียดอีกครั้ง

ในวันที่ ๑๗ ก.ค. ๕๐ โดยมีผู้แทนคนพิการ ผู้แทนคนตาบอด ผู้แทนคนหูหนวก เพื่อจำแนกจุดที่ต้องแก้ไข และนำเสนอบริษัทห้างร้านที่ต้องมีส่วนร่วมที่รับผิดชอบ เช่น

บริษัทห้างร้านที่อยู่ในบริเวณนั้น และ ๕) จะเริ่มดำเนินการตั้งแต่ เดือนกรกฎาคม ถึง เดือนตุลาคม ๒๕๕๐ หากดำเนินการแล้วเสร็จในเดือนตุลาคม ในวันที่ ๑๑ พ.ย.

๕๐ จะได้เชิญผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีเปิดเส้นทางดังกล่าว พร้อมทั้งเชิญคนพิการจากทั่วประเทศร่วมกิจกรรมในพิธีเปิด

ที่มาของข่าว: องค์การคนพิการสากลประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก๑๓ กรกฎาคม ๒๕๕๐

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ตามไปอ่านเรื่องโน้นมาแล้วครับ เป็นเส้นและปุ่มที่มีประโยชน์มากเลย ผมก็เพิ่งรู้

แต่เรื่องการใช้งานจริงและซ่อมบำรุง ฟังดูคล้ายๆ กับเรื่องลิฟท์ผู้พิการที่สถานีรถไฟฟ้าเลยนะครับ คือสักแต่ว่ามีไปอย่างนั้น ใช้งานจริงไม่ได้ (หรือไม่ค่อยเปิดให้ใช้งาน)
รักษาสิทธิ์ของเราให้เต็มที่ครับ เขาไม่เห็นเรา เราก็เอาไม้เคาะหัวให้เขาหันมาเห็นให้ได้ ^_^

#1 By วัชระ on 2007-07-23 23:22

สองสามวันก่อนอ่านเรื่องคุณแล้วไปเล่าต่อให้คนข้างใจฟัง
คนข้างใจเลยเล่าเรื่องค่ายที่นักนิยมธรรมชาติเคยจัดเพื่อเด็กที่บกพร่องทางสายตาให้ฟังค่ะ
ครั้งหนึ่ง ถามเด็กๆว่าอยากไปไหน เล่าเรื่องให้เลือกสถานที่
ปีนั้นเด็กๆอยากไปน้ำตก พี่ๆก็แอบกลุ้มใจว่าขึ้นไปยาก
น้องจะไปกันได้หรือเปล่า ทางที่เตรียมไว้จะพร้อมไหม
แต่วินาทีที่เห็นรอยยิ้มของน้อง ตอนที่ค่อยๆก้าวเท้าลงไปตรงน้ำตื้นๆ
...ค่อยๆเอามือสัมผัสก้อนหินเบาๆแล้วลงนั่ง
ไม่เปล่าเปลืองเลย แม้ว่าน้องที่พาขึ้นมาจะมองไม่เห็นด้วยตา
...หากภาพในใจคงจะสวยแจ่มชัด
คนข้างใจเล่าว่า
รอยยิ้มนั้นแลกได้กับทุกความเหนื่อย ความกังวลที่มี


น้าจูน จากบล็อกจดหมายถึงหนูนุ่นค่ะ
อันที่จริงมีบล็อกอื่นๆจากบล็อกจดหมายถึงหนูนุ่นอีกสองที่
สงสัยว่า ถ้าเป็นบล็อกที่ใส่เสียงเพลงไว้อย่างล็อกอินชื่อ "ฉันรักจดหมายรัก"
...จะเป็นอุปสรรคกับการอ่านไหมคะ

บล็อกที่เครื่องอ่านภาษาอ่านได้ดี
ควรมีลักษณะอย่างไร
เราควรจะบรรยายภาพไว้ด้วยดีไหม
จะได้ใช้โปรแกรมอ่านภาษาได้

เขียนอีกเยอะๆนะคะ ชอบอ่านจริงๆ

เรื่องลิฟท์บนสถานีรถไฟฟ้านี่ไม่เคยเจอกับตัวเองค่ะ (เพราะว่าสถานีที่ขึ้นประจำไม่มีลิฟท์) แต่เคยได้ยินมาจากเพื่อนๆ คนตาบอดหลายคนที่มีประสบการณ์ว่ามีไว้ก็จริง แต่ไม่ค่อยได้เปิดใช้ พอจะมีคนพิการมาใช้สักทีก็ต้องใช้เวลาเปิดลิฟท์กันกว่ายี่สิบนาทีขึ้นไปค่ะ (ไม่รู้ว่าทำไมถึงได้ต้องใช้เวลานานขนาดนั้น) เคยมีน้องตาบอดคนนึงมาฝึกงานสายเพราะว่ามัวแต่รอเจ้าหน้าที่เปิดลิฟท์ให้ใช้!

#3 By blind bookworm on 2007-07-24 11:59

สำหรับบล๊อกที่มีการใส่เสียงเพลงนั้น ถ้าเจ้าของบล๊อกเอาเพลงไปฝากไว้ที่เว็บอื่นที่มีพื้นที่รับฝากโดยที่ไม่ได้ใช้ Flash พวกเราก็สามารถกด Esc เพื่อให้เพลงหยุดได้ค่ะ แต่ถ้าใช้ flash ในการใส่เพลงนี่ก็หมดสิทธิ์ค่ะ (อันนี้เท่าที่เคยคุยกับน้องคนตาบอดที่เค้าเก่งคอมฯ กว่าน่ะค่ะ) โดยมากที่พวกเราไม่สามารถจัดการให้เพลงที่ใส่ไว้หายไปได้ พวกเราก็ต้องเลิกอ่านบล๊อกนั้นหรือหน้าเว็บนั้นๆ ไปโดยปริยายค่ะ เพราะว่าเสียงเพลงกับเสียงโปรแกรมอ่านจอภาพจะตีกัน ทำให้ฟังไม่รู้เรื่องค่ะ และโดยมากเสียงเพลงก็จะดังกว่าเสียงโปรแกรมของเราซะด้วย :(

การช่วยอธิบายภาพที่คุณเอามาใส่ไว้บนบล๊อกหรือหน้าเว็บนี้เป็นสิ่งที่ดีมากๆ เลยค่ะ เพราะว่ามันจะช่วยให้โปรแกรมอ่านจอภาพสามารถอ่านข้อความเหล่านั้นได้ ทำให้เราคนตาบอดรู้ได้ว่าเป็นรูปอะไรค่ะ

ดีจังเลยค่ะพาน้องๆ ไปเที่ยวด้วย หลายครั้งคนปกติมักจะคิดสงสัยว่า เอ...แล้วคนตาบอดจะไปได้ไหมหนอ เค้าจะลำบากไหมหนอ คนตาบอดก็เหมือนกับคนปกติทั่วๆ ไปค่ะ คือมีทั้งคนที่ชอบผจญภัยและคนที่ไม่ค่อยผจญภัยเท่าไหร่ แต่ถ้ามีคนพร้อมที่จะพาพวกเราไปด้วย พวกเราก็รู้สึกดีแล้วค่ะ

#4 By blind bookworm on 2007-07-24 13:02