ได้อ่านข่าวนี้แล้วทำให้นึกย้อนกลับมาถึงตัวเราเองตอนที่รอ เปลี่ยนกระจกตา เมื่อหลายปีที่แล้ว เราเองก็เคยเป็นหนึ่งในจำนวนผู้ป่วยหลายพันคนที่เฝ้ารอด้วยความหวังมากมายที่มีอยู่เต็มหัวใจ เฝ้ารอถึงวันที่จะได้กลับไปมองเห็นชัดอีกครั้ง ถึงแม้ทุกวันนี้เราจะไม่สามารถมองเห็นได้เหมือนอย่างเมื่อก่อนอีกแล้ว แต่เราก็ได้เคยมีช่วงเวลาดีๆ ช่วงที่ได้มองเห็นโลกแจ่มชัดเก็บไว้เป็นความทรงจำของเราตลอดไป

ผู้ช่วยศาสตราจารย์แพทย์หญิงลลิดา ปริยกนก ผู้อำนวยการศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทยกล่าวว่าปัจจุบันมีผู้ป่วยกระจกตาพิการที่ขึ้นทะเบียนรอรับดวงตาอยู่ถึง ๓,๙๓๓

รายซึ่งแต่ละปีศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทยจะได้รับการบริจาคดวงตาน้อยกว่าผู้ป่วยที่รอรับทั้งๆ ที่ดวงตาเป็นอวัยวะที่จัดเก็บง่ายที่สุดแต่ขณะเดียวกันก็เป็นอวัยวะที่ได้รับบริจาคน้อยที่สุดเช่นกัน

เนื่องจากประชาชนกลัว เพื่อให้งานจัดหาและบริการดวงตาเป็นไปอย่างกว้างขวางขึ้นศูนย์ดวงตาฯ จึงได้จัดตั้งศูนย์ดวงตาภาคขึ้นในโรงพยาบาลศูนย์ของกระทรวงสาธารณสุขและโรงพยาบาลของมหาวิทยาลัยที่อยู่ในภูมิภาคต่างๆ

ซึ่งปัจจุบันทั้งหมด ๑๐ แห่งแต่อย่างไรก็ตามปัจจุบันศูนย์ดวงตาทั้ง ๑๐ แห่งประสบปัญหาการขาดแคลนดวงตาโดยมีผู้มีจิตศรัทธาเข้ามาลงทะเบียนบริจาคดวงตาต่ำกว่าเป้าหมายจึงต้องเร่งประชาสัมพันธ์เชิญชวนการบริจาคดวงตาให้มากขึ้นเพื่อดำเนินการช่วยเหลือผู้ป่วยที่รอรับดวงตาที่ยังรอความหวังอยู่อีกเป็นจำนวนมาก

ที่มาของข่าว: สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ ๒๓ ก.ค. ๒๕๕๐

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ร่วมกันทำบุญ เนื่องในวันเข้าพรรษานะครับ ..
ทำบุญ ทำได้หลายแบบ การบริจาคก็เป็นแบบหนึ่งครับ ..

ส่งเสริมพุทธศาสนากันเถอะ


ปล. - มีบล็อกฟรีแจกจ้า...
ไม่กี่วันก่อนเพิ่งฟังข่าวเหมือนกันครับ เห็นว่าไม่เฉพาะกระจกตาเท่านั้น แต่อวัยวะอย่างอื่นก็ไม่เพียงพอเกือบทุกอย่าง...เหมือนที่คุณ nupomme ว่า จำนวนผู้บริจาคกับความต้องการไม่พอดีกัน

ส่วนเรื่องตา เคยได้ยินว่าบางคนมีความเชื่อว่าถ้าบริจาคดวงตาไปแล้ว เกิดชาติหน้าจะตาโบ๋ ...ก็ไม่รู้จะบอกยังไงดี T_T

#2 By วัชระ on 2007-07-28 23:13

เรื่องการบริจาคร่างกายเราก็กลัวๆเหมือนกันค่ะ
ไม่รู้ว่าทำไมถึงได้กลัว แต่คิดว่าจะบริจาคนะคะ
แต่ยังไม่ได้เริ่มทำเลย
เดี๋ยวต้องไปประชาสัมพันธ์กันเนอะ

#3 By Little Little on 2007-07-29 07:42

เมื่อก่อนผมก็รอครับ คิวยาวมากกก รอไปรอมา นานเกินไป ตาข้างซ้ายเสียไปเลยงะ
ต่อจากนั้น เลยสั่งจากต่างประเทศตลอดเลย
เรื่องการบริจาค ผมว่าเรากลัวกันไปเองมากกว่าครับ การบริจาค น่าจะถือเป็นการให้ทาน ให้ชีวิตใหม่กับคนอีกคน
ผมว่ามันเป็นสิ่งดีนะครับ

#4 By ลูกแมวสีฟ้า on 2007-07-29 09:08

อยากบริจาคกระจกตาด้วยเหมือนกัน...หาโอกาสก่อง...ว่าแต่...บริจาคแล้วก็อยากเห็นตอนที่เค้าเอาไปใช้เนาะ...ซึ่งมันเป็นไปบ่ได้...น่าเสียดาย... ("__ __)

#5 By Monboysama on 2007-07-29 11:13

เราก็เคยสั่งตาจากอเมริกาเหมือนกันค่ะ ก่อนที่จะได้จากที่ต่อคิวที่สภากาชาดไทย ของเรานี่ใช้เวลารอทั้งหมดร่วมสองปีเต็มค่ะ

#6 By blind bookworm on 2007-07-30 16:50

เห็นด้วยนะคะ ที่ว่าการบริจาคเป็นการให้ทาน เราว่าแทนที่จะทำให้ผู้บริจาคต้องเกิดใหม่เป็นคนตาโบ๋นี่ การบริจาคดวงตาให้กับผู้ที่ต้องการนี่น่าจะทำให้ผู้บริจาคได้มีดวงตาที่สวยสดใสมากกว่านะคะ (อันนี้สำหรับคนเชื่อเรื่องกรรมค่ะ)

#7 By blind bookworm on 2007-07-30 17:05