สังสรรค์กับเพื่อนตาบอด
posted on 03 Sep 2007 12:42 by nupomme in blindมีพี่คนหนึ่งถามมาว่าทำไมเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยเขียนเล่าประสบการณ์สนุกๆ เลย ก็ขอตอบว่ามันยังไม่มีน่ะสิคะพี่ :P แต่วันนี้เลยขอถือโอกาสเล่าถึงประสบการณ์ธรรมดาๆ เมื่อวานนี้สักหน่อยค่ะ
เมื่อวานได้มีโอกาสไปสังสรรค์กับเพื่อนๆ มาค่ะ เป็นเพื่อนเก่าสมัยเรียนที่โรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพฯ ค่ะ มีทั้งรุ่นพี่ รุ่นน้องรุ่นเพื่อน (โรงเรียนสอนคนตาบอดเป็นโรงเรียนเล็กค่ะ มีนักเรียนไม่มาก ส่วนใหญ่จึงค่อนข้างรู้จักกันเกือบหมด) ไม่ได้เจอกันนาน กว่าจะรวมตัวกันได้ก็เล่นเอาเหนื่อย เพราะเดี๋ยวนี้ต่างคนก็ต่างมีภารกิจหน้าที่ต่างๆ กันไป นัดเจอกันยากจริงๆ
อ่านแล้วดูเหมือนเยอะเนอะ แต่รวมกันจริงๆ วันนี้ได้แค่เก้าคนเองค่ะ เพราะบางคนก็ไม่ว่าง มาไม่ได้ บางคนก็อยู่ต่างจังหวัด แต่อย่างน้อยก็เป็นความรู้สึกดีๆ ที่เราได้มาเจอกัน ทานข้าวกัน สอบถามสารทุกข์สุขดิบ ปล่อยมุข เฮฮาตามประสาพวกเราคนตาบอด
งานนี้ไม่มีเพื่อนๆ สายตาปกติของพวกเราคนไหนมาร่วมเลยค่ะ ตาบอดล้วน เอ...มีเลือนรางด้วย (รวมทั้งตัวเราด้วย) เพื่อนๆ คงสงสัยสิคะว่าแล้วพวกเราจะสั่งอาหาร ตักอาหาร กันเองได้อย่างไร ไม่มีปัญหาค่ะ เพราะพวกที่พอมองเห็นก็ช่วยตักให้พวกที่มองไม่เห็น หรือไม่พวกที่มองไม่เห็นก็ตักเองได้ค่ะ แค่บอกให้รู้สักหน่อยว่าอาหารจานไหนอยู่ที่ไหน (แต่ส่วนใหญ่ก็มักจะตักจานใกล้ๆ มือน่ะแหล่ะค่ะ) นอกจากนั้นพนักงานที่ร้านก็บริการพวกเราดีมากเลยค่ะ เรื่องการสั่งอาหารนี่ก็ให้พนักงานแนะนำและอ่านเมนูให้พวกเราเลือกค่ะ ก็ร้านอาหารเค้าไม่ได้มีเมนูเป็นอักษรเบรลล์ให้อ่านนี่นา (แต่เคยได้ยินว่าร้านอาหารบางแห่งในต่างประเทศเค้าทำเมนูเป็นอักษรเบรลล์ด้วย) เจ๋งจริงๆ ถ้าร้านไหนในเมืองไทยอยากจะลองทำดูบ้างก็ได้นะคะ แล้วพวกเราจะไปอุดหนุนค่ะ :D
พวกเรานัดเจอกันก่อนที่โรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพฯ บนถนนราชวิถี ที่อยู่ติดกับแยกตึกชัยน่ะค่ะ สาเหตุที่นัดที่นี่เพราะเป็นสถานที่ที่พวกเราคุ้นเคยกันดี และการไปร้านอาหารจากโรงเรียนก็ง่ายมากๆ พอรวมตัวกันได้ครบ พวกเราก็โดยสารรถแท๊กซี่ไปกันค่ะ แค่เลี้ยวขวาตรงสี่แยกตึกชัยเพื่อเข้าสู่ถนนพระราม 6 วิ่งตรงไปเรื่อยๆ แล้วมองทางซ้ายมือก็จะพบร้านอาหารชื่อ ช้อนเงิน ช้อนทอง จุดหมายของพวกเราค่ะ
ลงจากรถได้พวกเราก็ทำการประกอบร่างเป็นรถไฟขบวนยาวเลยค่ะวันนี้ มีหัวขบวนเป็นน้องที่มีสายตาเลือนราง ธรรมดารถไฟจะมีขนาดไม่ยาวมากถ้ามีคนนำทางหลายคน แต่เผอิญวันนี้มีคนนำทางแค่คนเดียว เลยไม่สามารถแยกเป็นขบวนย่อยๆ ได้
เพื่อนๆ อย่าพึ่งงงนะคะว่ากำลังพูดถึงการไปทานข้าวที่ร้านอาหาร ไหงมันมาพูดถึงรถไฟได้ไงเฉยเลย คือยังงี๊ค่ะ การนำทางคนตาบอดนี่อย่างที่เพื่อนๆ บางคนอาจเคยอ่านเจอจากที่อื่น (หรืออาจเคยประสบพบเห็นด้วยตาตัวเอง) มาแล้วบ้างนะคะ ว่าจะมีคนสายตาปกติ (หรือคนสายตาเลือนรางที่พอมองเห็นบ้าง) อยู่ข้างหน้าเป็นคนนำ จากนั้นก็จะมีคนที่มองเห็นน้อยกว่าคนนำ หรือมองไม่เห็นเลยมาจับข้อศอกของคนนำค่ะ จับต่อๆ กันไปอย่างนี้จนกลายเป็นแถวยาวค่ะ พวกเราเลยอุปมาอุปไมยเหมือนเป็นขบวนรถไฟค่ะ พอนึกภาพออกกันนะคะ การนำทางแบบนี้เป็นสากลค่ะ ไม่ว่าเพื่อนๆ จะเจอคนตาบอดชาติไหนก็ตาม ก็จะเห็นพวกเค้าเดินเรียงกันเป็นแถวยาวแบบนี้ค่ะ จะยาวมากแค่ไหน มีคนตาบอดจับข้อศอกต่อกันกี่คน อันนี้ก็คึ้นอยู่กับว่ามีคนนำทางเยอะมากน้อยแค่ไหนค่ะ อีกอย่างหนึ่งที่อยากเล่าให้ฟังขำๆ ก็คือการอุปมาอุปไมยวิธีการนำทางแบบนี้ค่ะ เคยอ่านเจอจากหนังสือที่คนตาบอดที่อังกฤษเค้าเขียนเล่าประสบการณ์ตัวเองน่ะค่ะ คือถึงแม้ว่าการนำทางนี้จะเหมือนกัน แต่พวกเค้าไม่ยักเปรียบเทียบเป็นขบวนรถไฟเหมือนพวกเราคนไทยค่ะ แต่กลับเปรียบเป็นจรเข้แทนค่ะ (เปรียบได้น่ากลัวจังเลยเนอะ)
เอาล่ะค่ะ ย้อนกลับมาภายในร้าน พอพวกเราเข้าไปถึงห้องที่ได้โทร.มาจองไว้ล่วงหน้าก็พบกับเพื่อนอีกสองคนที่ล่วงหน้ามาแล้ว พอทุกคนนั่งลงประจำที่เรียบร้อย บริกรสองสาวก็เริ่มเสิร์ฟอาหารที่ได้สั่งไว้ มาถึงตอนนี้เสียงที่จ้อกแจ้กจอแจเหมือนนกกระจอกแตกรังของพวกเราก็เงียบลงชั่วคราว (เนื่องจากหิวกันมากค่ะ) แต่...หลังจากที่เงียบทานอาหารกันไปได้สักพัก เพื่อนๆ คงพอเดาได้นะคะว่าเสียงต่างๆ ก็จะค่อยๆ เริ่มกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
พวกเรานั่งคุยและทานอาหารอร่อยๆ กันไปได้สักสองชั่วโมงกว่าก็ถึงเวลาที่งานเลี้ยงจะต้องเลิกราค่ะ เรารู้สึกว่าเวลามันช่างผ่านไปรวดเร็วเหลือเกิน ยังคุยกันไม่เต็มอิ่มเลย เอาไว้คราวหน้าค่อยนัดกันใหม่นะเพื่อน
คิดถึงจังเลย ไม่ได้ไปกินข้าวดูหนังด้วยกันนานเป็นปีแล้วนะเนี่ย
คิดถึงคุณปอมด้วยนะ บ๊ายบายจ้า
#1 By Little Little on 2007-09-03 13:28