นี่...นั่น...โน่น

posted on 26 Sep 2007 00:03 by nupomme in blind

นี่...นั่น...โน่น...ตรงนี้...ตรงนั้น...ตรงโน้น...นี่ไง...นั่นไง...โน่นไง

คำฮิตติดปากของคนมองเห็นเมื่อถูกถามว่าอะไรอยู่ที่ไหน ที่จริงคำเหล่านี้ก็ไม่ได้ผิดอะไรหรอกค่ะที่จะใช้กันเมื่อบอกตำแหน่งของของที่ถูกถามหา

แต่...สำหรับคนตาบอดที่ไม่สามารถมองเห็นคำพูดเหล่านี้ประกอบการชี้นิ้วของผู้พูด คำเหล่านี้นับว่าไม่มีความหมายที่จะบอกตำแหน่งของสิ่งของที่ต้องการหาได้เลย สิ่งที่พวกเราต้องการคือคำขยาย คำอธิบายที่ละเอียดมากขึ้นค่ะ

จากประสบการณ์ตรงของตัวเองที่ต้องหาของต่างๆ ในบ้านเป็นประจำ (เพราะชอบมีคนช่วยย้ายไปจัดเข้าที่ให้เรียบร้อย) นั้น ก็มักจะมีคำถามว่า ไม้เท้าอยู่ไหน นาฬิกาอยู่ไหน เป็นต้น และคำตอบที่มักได้รับจากแม่ก็จะเป็นการชี้นิ้วและบอกว่า ตรงนี้ไง อยู่ตรงโน้น เป็นต้น

เอ่อ...ไอ้เจ้า ตรงนี้ ตรงโน้น ของแม่น่ะมันตรงไหน??? อันนี้ไม่ได้เอาแม่สุดที่รักมาเผานะคะ เพียงแต่พอเจอหลายครั้งเข้าเลยอยากเอามาเล่าไว้เป็นอุทธาหรณ์ให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันค่ะ ว่าถ้าเกิดใครมีโอกาสได้ช่วยเหลือคนตาบอดหาของ ก็ช่วยกรุณาบอกให้ชัดเจนขึ้น เช่น อยู่ที่เก้าอี้โต๊ะกินข้าว อยู่ที่โต๊ะคอมพิวเตอร์ เป็นต้น ค่ะ เพราะถ้าคนตาบอดหาของที่อยู่ในบ้านการบอกตำแหน่งของสิ่งของที่ไม่ได้ถูกเคลื่อนย้ายเป็นประจำจะช่วยให้พวกเราสามารถหาของเจอได้ง่ายและเร็วขึ้นค่ะ (แถมไม่อารมณ์เสียด้วย) เพราะพวกเราคนตาบอดได้สร้างความคุ้นเคยกับสิ่งของในบ้านและรู้ว่าอะไรอยู่ที่ไหนเรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้นเวลาที่มีการเคลื่อนย้ายเปลี่ยนแปลงเฟอร์นิเจอร์ในบ้านก็ควรมีการบอกกล่าวให้สมาชิกคนตาบอดในบ้านได้รับรู้ด้วย เพื่อสร้างความคุ้นเคยใหม่ และเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น

ในกรณีที่เป็นสถานที่ที่คนตาบอดไม่คุ้นเคย เพื่อนๆ อาจช่วยบอกด้วยการนำมือของคนตาบอดไปแตะที่สิ่งของชิ้นนั้นๆ หรือที่ๆ สิ่งของชิ้นนั้นๆ วางอยู่ค่ะ วันก่อนไปตัดผมที่ร้านทำผม ช่างประจำเค้าจะนำไปที่เตียงสระ แทนที่เค้าจะบอกให้ยืดยาวว่าจะให้เราขึ้นเตรียงสระเตียงไหน ซ้ายหรือขวา เค้าก็จะนำมือของเราไปแตะที่ขอบของเตียงที่เค้าต้องการให้เราขึ้นไปนอน หรือตอนที่พามาที่เก้าอี้ เค้าก็จะจับมือเราไปแตะที่พนักเก้าอี้เพื่อให้เราทราบว่าเก้าอี้อยู่ตรงไหน จะได้กำหนดตำแหน่งนั่งลงได้ถูก นี่เป็นวิธีการที่ได้รับการแนะนำอย่างเป็นทางการในหนังสือที่ให้ความรู้การช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพของคนตาบอด

เพราะฉะนั้นเมื่อช่างคนนี้ทำแบบนี้ เราจึงอดรู้สึกแปลกใจนิดๆ ไม่ได้ว่าเค้าเคยได้รับการอบรมมาหรือเปล่า พอถามเค้าก็บอกว่าเปล่า เคยดูแลคนชรา และเค้าลองคิดถึงตัวเองว่าถ้ามองไม่เห็นแล้วเค้าจะทำยังไง เท่านั้นก็ออกมาเป็นการนำอย่างที่เค้านำเรา

เอ...พูดถึงเรื่องการพูด ไหงกลายเป็นเรื่องการนำทางได้ล่ะ เอาล่ะ...หวังว่าเพื่อนๆ คงได้ประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อยค่ะ

Comment

Comment:

Tweet

แวะมาทักทาย
mKUDtt jpyjfqgp lydqghfe ryezbxrm

#8 By JbHPyvDgHbdStQMmqjS (89.248.172.50) on 2009-07-28 09:32

เคยใช้คำพวกนี้เหมือนกัน
แต่แย่กว่าเพราะเราพูดว่า..ไอ้นั่นน่ะ
พี่เราก็อึ้งไปพัก..แล้วก็บอกว่า อย่าพูดว่าไอ้นั่น ...ไอ้นี่..มันคิดได้2แง่2ง่าม
ปัจจุบันนี้เลยระวังตัวแจ ไม่ใช้คำนี้เลยทั้งกับคนตาดีหรือตาบอดก็เถอะconfused smile sad smile

#7 By สำราญใจ (202.28.179.3) on 2009-01-22 16:04

thank you.

#6 By tamanit (58.8.34.212) on 2008-02-01 09:37

เขียนดีครับ เล่าสนุก ชอบอ่าน

แถมได้ความรู้

#5 By yyswim (125.24.84.38) on 2007-11-28 22:17

ยังไม่มีโอกาสได้ใกล้ชิดกับคนตาบอดจริงๆเลยน้า...
แต่ถ้ามีโอกาสเมื่อไรล่ะก็ ไม่ลืมคำแนะนำนี้แน่นอนค่ะ cry

#4 By hikaru on 2007-10-17 11:55

ความจริงแล้ว การเอาใจเขามาใส่ใจเรา เป็นหัวใจสำคัญในการอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขครับ

#3 By apple666 (Nopphasul) on 2007-10-01 16:06

ขอบคุณครับ เป็นผมคงเผลอไปเหมือนกัน ...ตรงนั้นไง นั่นอ่ะ ^_^

#2 By วัชระ on 2007-09-26 00:48

ช่างทำผมน่ารักจังเลยครับ เอาใจเขามาใส่ใจเรา ปอนจะจำไว้ครับแต่โดยส่วนตัวแล้วไม่ค่อยได้พบกับคนมองไม่เห็นสักเท่าไรนัก แต่ถ้ามีโอกาสจะได้ทำตัวถูก

#1 By ปอนปอน on 2007-09-26 00:25