Self Service Cashier

posted on 17 Oct 2007 04:51 by nupomme  in England
 

วันนี้ไปเจออาจารย์ที่ปรึกษามา มีงานต้องทำอีกเพียบเลย แต่...จนแล้วจนรอดตั้งแต่กับมาถึงบ้านก็ยังไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย มัวแต่นั่งเล่นอะไรก็ไม่รู้ เคยคุยกับเพื่อนที่เป็น research student เหมือนกัน (ที่นี่เค้าเรียกเด็กที่เรียนเอกหรือทำโทที่เน้นการวิจัยว่างั๊น) ว่าหลังจากได้ไปเจออาจารย์พวกเรามักจะรู้สึกเหมือนกับได้ทำงานไปเยอะแล้วสำหรับวันนั้น แต่จริงๆ แล้วไปเจออาจารย์แค่ชั่วโมงกว่าๆ เป็นอย่างมาก :P

 

แต่วันนี้ไม่ได้จะมาเล่าเรื่องการไปพบอาจารย์ที่ปรึกษา เราจะมาเล่าถึงเหตุการณ์ระหว่างทางจากออฟฟิศอาจารย์ก่อนถึงบ้านต่างหากล่ะ (ที่จริงมันก็คงไม่มีอะไรน่าสนใจมากนักหรอก แต่อยากเอามาเขียนเฉยๆ อิๆ)

 

ระยะทางจากบ้านเราถึงคณะนี่ต้องใช้เวลาเดินประมาณ 15-20 นาที เมื่อก่อนรู้สึกว่าไกล แต่มาอยู่ที่นี่นานๆ ก็เริ่มชินกับการเดิน แล้วก็ไม่ได้รู้สึกว่าไกล แถมได้ออกกำลังกาย (ที่ไม่ค่อยได้ออก) อีกต่างหาก ถ้าเป็นเมืองไทยระยะทางเท่านี้คงต้องขอโดยสารยานพาหนะอะไรสักอย่างไปแล้ว

 

ทีนี้ตรงกลางระหว่างบ้านกับคณะของเราก็จะมีช้อปปิ้งเซ็นเตอร์แห่งเดียวในละแวกนี้ตั้งอยู่ (เขียนแค่นี้คงพอนึกออกกันแล้วใช่มั๊ยว่าก่อนกลับมานั่งเล่นที่บ้านเราแว้บไปไหนมา) ปิ๊งป่อง! ถูกต้องแล้วคร้าบบบ ก็แวะเข้าไปช้อปนะสิ เปล่า...เราไม่ได้ไปคนเดียวนะ ไปกับพี่ที่บ้านที่เค้าเดินไปเจออาจารย์เป็นเพื่อนกับเรา ที่จริงเราเดินไปคณะเองไม่ได้ เพราะตรงคณะไม่มีทางม้าลายข้ามถนน (สะพานลอยแบบบ้านเราก็ไม่มี) เลยต้องมีคนพาไปเสมอ ดีที่เดี๋ยวนี้ด้วยเทคโนโลยีเราสามารถนั่งทำงานอยู่บ้านได้ ไม่งั๊นคงต้องลำบากหาคนไปส่งทุกวัน

 

กลับมาที่การช้อปปิ้งของพวกเราดีกว่า ที่จริงจุดมุ่งหมายหลักของพวกเราคือเข้าเทสโก้ (ก็เทสโก้โลตัสบ้านเราน่ะค่ะ) เพื่อหาอาหารเที่ยง เพราะเกิดอยากอ้วนกันและขี้เกียจทำกับข้าวก็เลยซื้อพิซซ่ามาหม่ำกัน

 

พอได้อาหารที่ต้องการแล้ว พวกเราก็มาที่ช่องจ่ายตังค์ค่ะ ทีเด็ดอยู่ที่ช่องจ่ายตังค์ตรงนี้เอง เนื่องจากพวกเรามีของน้อยชิ้นเลยเลือกไปที่ช่องทางด่วน ที่ช่องนี้เดี๋ยวนี้เค้ามีเครื่องมาตั้งให้ลูกค้าจัดการจ่ายตังค์เองแล้วค่ะ คือเราต้องเอาของชิ้นต่างๆ ผ่านเครื่องสแกนบาร์โค้ดให้มันดังติ๊ดๆ น่ะค่ะ พอเสร็จก็ใส่บัตรเดบิตหรือเครดิตเข้าไป กดรหัส รับบัตรและใบเสร็จ เท่านี้เอง เสร็จเรียบร้อย ง่ายจริงๆ

 

ทีแรกแอบตื่นเต้นเล็กน้อยเพราะไอ้เจ้าเครื่องนี้มันมีเสียงพูดบอกขั้นตอนต่างๆ ด้วยค่ะ ไอ้เรารึก็นึกว่า แหม...ดีจัง พูดได้ด้วย งี๊คนตาบอดอย่างเราก็น่าจะลองเล่นได้น่ะสิ แต่...ความหวังมีอยู่ได้แป๊บเดียวค่ะ เพราะว่ามันไม่ได้พูดตลอด ตอนใส่บัตรเดบิตหรือเครดิตลงไปแล้ว มันดันมาหยุดพูดตรงขั้นตอนที่จะให้ใส่รหัส แล้วแถมการกดคำสั่งต่างๆ มันก็ต้องกดบนหน้าจอเรียบๆ ของเครื่องซะอีก โถ...อดเลยเรา

 

แล้วพอมานั่งนึกดูตอนนี้ว่าถ้าเราคนตาบอดจะมัวแต่ไปมะงุมมะงาหราเพื่อจ่ายตังค์ด้วยไอ้เจ้าเครื่องนี้ตอนชั่วโมงเร่งด่วนและคนเยอะอย่างตอนเที่ยงนี่คงจะถูกคนที่ต่อหลังตีหัวเอา หรือไม่เค้าก็คงรีบเข้ามาช่วยแทน มันจะได้รีบๆ จ่าย รีบๆ ไปซะที (แต่กะว่าถ้าตอนไม่ค่อยมีคนนี่ก็อยากลองเล่นดูเหมือนกัน ฮิๆ)

 

ไม่รู้บ้านเรามีเครื่องแบบนี้หรือยังคะ พี่ที่ไปด้วยกันบอกว่าเค้าคิดว่น่าจะมี แต่ไม่แน่ใจ ใครทราบช่วยบอกที...  

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ยังไม่เคยเห็นเลยนะคะ โถ...ก็บ้านเราน่ะ กฏทางด่วนยังไม่ค่อยเคารพกันเลย มีวันนึงไปซื้อของ เจ๊คนนึงจูงลูก เข็นรถมาหนึ่งคันมาเข้าช่องทางด่วน พนักงานก็บอกแล้วว่า ตรงนี้ให้ไม่เกินสิบชิ้นนะคะ เจ๊แกก็ยังพูดว่า ก็ไม่มีใครหนิ ไม่เห็นเป้นไรเลย แถมทำท่าเหมือนในหนังไทยคือ ยิ้มๆๆ เชิดหน้า ชั้นจะจ่ายใครจะทำไม...

วันนั้นเสียว่าไปกับแม่ ถ้าไปคนเดียวคงจะเข้าไปต่อว่าสักหน่อยแล้ว

#1 By hikaru on 2007-10-17 11:49

ไม่น่าจะมีนะครับปอนว่า...เพราะไทยเรายังต้องพัฒนาคนอีกหลายเรื่องเลยครับ... ส่วนช่องทางด่วนก็มีพนักงานมายืนเก็บตังค์ธรรมดาครับ..แต่ช่องทางด่วนต้องใช้เงินสดเท่านั้น ไม่รับบัตรเดบิตหรือเครดิตครับ (คาดว่าเพราะมันจะทำให้ช้า) แล้วของต้องไม่เกิน 10 ชิ้น ที่จริงคุณปอมลองดูก็ได้นะครับน่าสนุกแต่ต้องระวังเรื่องจำนวนเงินหน่อยก็ดีนะครับ..เพราะเหมือนกับเตะเนื้อเข้าปากหมาเลยทีเดียวsad smile confused smile

#2 By ปอนปอน on 2007-10-17 12:39

น้องปอนพูดซะเห็นภาพ เตะเนื้อเข้าปากหมาsad smile

#3 By Little Little on 2007-10-17 12:47

ลำบากเลยนะครับ touch screen นี่ก็ใช่ว่าจะมีประโยชน์มากมายอะไร

sad smile

#4 By apple666 (Nopphasul) on 2007-10-18 14:46

ฟันธงค่ะว่าที่เมืองไทยไม่มี ที่ออสเตรเลียยังไม่มีเลยค่ะ
ช่องทางด่วนของที่นี่(เมลเบิร์น)จะใช้เด็กนักเรียนนักศึกษาที่มาทำงานพิเศษแทน
(อันที่จริงก็แทบทุกเคาน์เตอร์เป็นเด็กๆหมดเลยค่ะ เค้าสนับสนุนให้เด็กหาเงินเอง)

#5 By songsage on 2007-10-18 16:13