ข้อที่น่าสนใจคือข้อเก้าค่ะ แนะนำให้อ่านเรื่อง ไอ้เจ้าเส้นสีเหลืองๆ บนทางเท้านี้คืออะไรกันหนอ? ประกอบค่ะ เผื่อจะได้เห็นภาพมากขึ้น

 

วันอาทิตย์ที่ 11 พฤศจิกายนนี้ ทางกรุงเทพมหานครกับหน่วยงานเอกชนที่ช่วยกันลงทุนสร้างทางเท้าที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ จะเปิดทางเท้าที่เค้าว่าจะทำเป็นทางเท้าต้นแบบของเมืองไทยที่ย่าน ถ. ราชดำริ ค่ะ ถ้าเพื่อนๆ คนไหนพอมีเวลาว่างจะแวะไปเที่ยวชมกันก็ได้นะคะ ทราบมาว่าเค้าจะปิดถนนและมีการออกร้านของคนพิการ มีการแสดงอะไรพวกนี้ด้วยน่ะค่ะ น่าเสียดายมากที่เราติดอยู่ที่นี่ ไม่งั๊นต้องไม่พลาดงานนี้แน่นอน

 สุดท้ายก็หวังว่าหลังจากที่เรามีทางเท้าต้นแบบที่ ถ. ราชดำริ นี้แล้ว เมืองไทยเราจะมีทางเท้าที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างปลอดภัยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และหวังว่าเหตุการณ์ในเรื่อง ไอ้เจ้าเส้นสีเหลืองๆ บนทางเท้านี้คืออะไรกันหนอ? และอย่างที่คุณไมตรี ลิมปิชาติ ได้แสดงความคิดเห็นไว้ตามบทความข้างล่างนี้คงจะไม่เกิดขึ้นอีก (หรือแค่ลดลงก็ยังดี)  

หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ คอลัมน์ สบายๆ สไตล์ไมตรี โดย ไมตรี ลิมปิชาติ ได้กล่าวว่า ได้อยู่เที่ยวในโตเกียวหลายวัน เห็นความแตกต่างระหว่างคนญี่ปุ่นกับคนไทย

คือ ๑) คนญี่ปุ่นกินกันเร็วมาก ไม่เดินทอดน่องแบบสบายๆ เหมือนคนไทย ๒) คนญี่ปุ่นแต่งกายดี คนทำงานสวมสูท เสื้อเชิ้ตสีขาวเป็นหลัก (ยกเว้นวัยรุ่น) ๓) คนญี่ปุ่นสุภาพเรียบร้อย

พบกันก็โค้ง ๔) คนญี่ปุ่นกินอาหารเสียงดังไม่เรียบร้อยเหมือนคนไทย ๕) คนญี่ปุ่นมีรูปร่างเหมือนคนผิดส่วนช่วงล่างจากเท้าถึงเอวจะสั้น ๖) คนญี่ปุ่นโดยเฉพาะผู้หญิง

โดยเฉลี่ยมีหน้าตาและความงามสู้ผู้หญิงไทยไม่ได้ ๗) ที่ญี่ปุ่นไม่มีขอทาน หรือมีแต่น้อยเต็มที ๘) ผู้ชายญี่ปุ่นชอบดื่มเหล้า ร้านเหล้าจึงมีเต็มเมือง และชอบสูบบุหรี่ด้วย

๙) คนญี่ปุ่นโดยเฉลี่ยไม่อ้วน อาจเพราะต้องเดินมาก อยู่ในญี่ปุ่นสิ่งที่ชื่นชมของทางการญี่ปุ่นมาก ๆ คือ จะเดินไปทางไหน ไม่ว่าศูนย์การค้า รถโดยสาร สถานที่ท่องเที่ยว

จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับคนพิการให้เห็นเสมอ เช่น ที่จอดรถเฉพาะคนพิการ ห้องน้ำสำหรับคนพิการ และทำทางเฉพาะให้คนพิการสามารถใช้รถเข็นผ่านไป และผ่านขึ้นที่สูงได้สะดวก

ทางเท้าเกือบทุกแห่งจะทำให้คนตาบอดเดิน โดยทำแผ่นคอนกรีตชนิดพิเศษปูลงพื้น มีทั้งแบบเป็นเส้นๆ และเป็นปุ่ม แบบเป็นเส้น หมายถึงให้คนตาบอดเดินตรงไปได้เลย แต่พอถึงทางแยกจะมีปุ่ม

คนตาบอดสามารถเลี้ยวไปตามทางที่ต้องการได้ เพราะเท้าที่สัมผัสกับพื้นจะรู้สึกได้ ที่สถานีรถไฟแต่ละแห่ง จะมีการปูพื้นที่ว่าให้คนตาบอดได้รู้ เป็นแนวยาวขนานไปกับรางรถไฟ

เพื่อกันไม่ให้คนตาบอดเดินตกลงไปจนถูกรถไฟชนได้ นอกจากนี้ยังปูพื้นเป็นปุ่มตรงจุดที่ประตูรถไฟเปิดด้วย เพื่อให้คนตาบอดได้ยืนรออยู่ที่ประตูได้พอดี เนื่องจากญี่ปุ่นทำทางให้คนตาบอดเป็นผลดี

จึงทำให้ทุกประเทศทั่วโลกจะทำทางที่ว่านี้ โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ ในประเทศไทยก็มี ที่ซอย ๑๐๑/๑ ถ.สุขุมวิท ทางเท้ามีการปูพื้นสำหรับให้คนตาบอดได้ใช้ แต่คนตาบอดเข้าไปใช้

รับรองว่าต้องเดินชนตู้โทรศัพท์ สอบถามได้ความว่า เขตพระโขนง กรุงเทพฯ ทำทางให้คนตาบอดเดิน แล้ววันหนึ่งก็มีตู้โทรศัพท์ถูกนำมาตั้งคร่อมทางของคนตาบอด ทางเดินสำหรับคนตาบอดเป็นสิ่งจำเป็น

เพราะทำให้คนตาบอดสามารถช่วยตัวเองได้ แต่ต้องทำให้ครบทุกแห่งทั่วเมือง นอกจากนี้ประเทศไทยได้จัดให้มีห้องน้ำคนพิการ และถ้านั่งรถออกไปนอกเมืองจะพบว่า สถานีบริการน้ำมันจะมีห้องน้ำให้คนพิการ

มีโถส้วมที่นั่งได้เหมือนนั่งเก้าอี้ ไม่ต้องนั่งยอง ห้องก็กว้าง และมีราวเหล็กให้จับ ทั้งที่เมืองไทยมีสิ่งอำนวยความสะดวกให้คนพิการและผู้สูงอายุน้อย แต่คนญี่ปุ่นกลับพากันมาใช้ชีวิตในเมืองไทยมากขึ้น

โดยมาอยู่ครั้งละหลายเดือน บางคนอยู่ยาวเป็นปีๆ เหมือนเป็นบ้านของเขาเอง แต่ถ้าไปถามคนไทยที่พิการ เชื่อว่าต่างก็อยากไปอยู่ที่ญี่ปุ่นทั้งนั้น  

 ที่มา:หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ คอลัมน์ สบายๆ สไตล์ไมตรี โดย ไมตรี ลิมปิชาติ 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อื้มม พายก็เห็นบ่อยเลยนะ braille block ที่นำพาไปชนตู้โทรศัพท์ หรือไม่ก็พาไปตกท่อเนี้ย ไม่รู้จะฝึกความตื่นเต้นและการเอาตัวรอดไปถึงไหน ให้เดินตาม braille block ในเมืองไทย กลัวแทนจริงๆ ค่ะ

อยากให้บ้านเรามีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการเหมือนในญี่ปุ่นจังเน๊อะangry smile

#1 By p-i-e on 2007-11-09 19:31

อ่อ น่าเห็นใจนะครับ ยิ่งไอ้เรื่องตู้โทรศัพท์ที่ว่านั่นหน่ะ

#2 By ปิงกรู on 2007-11-09 19:32

เวลาขึ้นรถเมล์ของคนพิการก็มีเครื่องช่วยงับ สะดวกมากๆ ทำให้ไม่คิดว่าเป็นปมด้อยเลยนะ

รถเข็นสำหรับผู้พิการก็สปีดเร็วมาก

อยากขอบคุณที่เค้าใส่ใจกันและกันถึงขนาดนี้

ชาติอื่นน่าเอาเปนแบบอย่าง
ผมเคยไปญี่ปุ่นครั้งนึง
เวลาเราขึ้นรถเมล์ เขาห้ามเปิดมือถือนะครับ
รบกวนสัญญาณเครื่องกระตุ้นหัวใจของบางคนครับ

แถมเมื่อคนขับรถเจอคนอาการไม่ค่อยดีแล้ว
ขนาดไม่ได้อยู่บนรถเมล์ เขายังจอดรถแล้วลงไปช่วยเลยครับ

เมื่องไทยนะหรอ รีบขับให้คนรีบๆ....

confused smile

#4 By My Goddy on 2007-11-09 20:22

อะไรดีๆเราก็น่าจะรับมาปฏิบัติกันนะ
เรื่องตู้โทรศัพท์ ไม่ต้อตั้งงมาคร่อมทางก็ได้นี่นา
เราเคยเจอทางที่พาไปชนบันไดสะพานลอยด้วย ชนเสาไฟฟ้าก็มี
งงเหมือนกันว่าทำไมถึงทำทางแบบนี้

#5 By Little Little on 2007-11-09 20:22

ญี่ปุ่น กินข้าวเงียบๆถือว่าเสียมารยาทครับ กินดังๆ ถือว่าอร่อยมาก คนทำจะดีใจ

เด็กจะลุกให้ผู้ใหญ่นั่งบนรถไฟ เพราะถือว่าแข็งแรงกว่า

ถ้าเราไปลุกให้ คนชรานั่ง จะกลายเป็นเสียมารยาท เหมือนไปหาว่าเค้าแก่ sad smile

ไปอยู่โน่นนี่มารยาทในชีวิตประจำวันกลับหัวกลับหางเยอะเลย

#6 By house on 2007-11-09 20:35

เคยชมเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการของชาวญี่ปุ่น ในรายการของคุณกฤษณะค่ะ ต่างกันมากกับบ้านเรา
ชาวญี่ปุ่นที่มาเที่ยวบ้านเรา น่ารักดีค่ะ
ลูกค้าที่ซื้อของที่ร้าน ส่วนมากยังเป็นวัยรุ่น
แต่รู้จักค้าขาย น่าเอาเยี่ยงอย่างมักมากค่ะconfused smile

#7 By warmness on 2007-11-09 21:51

ถ้าไม่เป็นคนพิการคงไม่เข้าใจถึงความเดือดร้อนของพวกเค้า
ต้องด่าอีบริษัทที่มันเอาตู้โทรศัพท์ไปตั้งขวางนะครับ... มันช่างไม่มีความคิดจิตสาธารณะเอาเสียเลย.. ถนนแถวๆ บ้านปอนที่ทำใหม่ก็มีทางเดินสำหรับคนตาบอดด้วยนะครับ.. แต่ไม่รู้ว่าจะเวิร์คหรือเปล่า เพราะว่ามันเริ่มมีคนเอาของมาวางกีดขวางซะแล้ว

แต่ตอนนี้ปั๊มน้ำมันที่ดีๆ หรือตามจุดจอดรถ สถานศึกษาที่สร้างตึกใหม่ๆ ก็มีห้องน้ำแล้วก็สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการมากขึ้นแล้วนะครับ..เดี๋ยวคงต้องค่อยๆ เริ่มกันไป ถึงแม้ว่าจะอีกหลายสิบปีก็ตามsad smile big smile

#9 By ปอนปอน on 2007-11-09 23:13

อืม...น่าอิจฉาเค้า และน่าแค้นเคืองผู้หลักผู้ใหญ่ของเรามาก T_T

#10 By วัชระ on 2007-11-09 23:13

ผมว่าหลายๆที่ทำทางเดินสำหรับคนตาบอดเหมือนขอไปที ผมเห็นแล้วยังคิดว่าเดินตามเส้นจริงๆอันตรายน่าดู อย่างน้อยตอนข้ามถนนผมก็ไม่เห็นไอ้พื้นตะปุ่มตะป่ำต่อเนื่องข้ามไปจนถึงอีกฝั่ง แล้วอย่างงีจะข้ามได้ตรงไปจนถึงฝั่งตรงข้ามได้ยังไงsad smile
ผมคงต้องไปอยู่ญี่ปุ่นซะแล้ว จะได้หายอ้วนซะที
อิอิ
แต่ว่าแถวนี้ก็เดินได้นะ แต่คนที่เดินในเมืองไทย มักจะถูกมองว่าเป็นคนประหลาด ทำไมก็ไม่รู้เหมือนกัน

ตอนผมไปทำงาน(หาจ็อบ)ตอนจะขึ้นปี 1 สมัย ป.ตรี
ผมเดินวันละสี่ห้าป้ายรถเมล์ ก็ยังไม่เห็นเป็นไรเลย ในขณะที่คนแถวๆ นั้น ป้ายสองป้ายก็ยอมขึ้นยูโรบัส ซึ่งสมัยนั้น ราคาต่ำสุดเริ่มต้นทีสิบสามบาท

ผมเดิน ก็เลยโดนมองประหลาดๆ (เดินจากบิ๊กซีราชดำริ ผ่านสยาม จนถึงหลังสนามกีฬาแห่งชาติครับ)
..เอ...หรือว่าผมประหลาดจริงๆ เนี่ย?

#12 By apple666 (Nopphasul) on 2007-11-13 01:52

อ่านแล้วก็....จะขำดีก็ใช่เพราะว่า... ที่แถวอนุสาวรีย์ก็มีเส้นให้คนตาบอดเดิน แต่ไงไม่รู้เส้นกลับนำมุ่งตรงไปสู่เสาไฟ เฮ้ออออ แต่เชื่อว่าอีกไม่นานหรอก ทุกอย่างต้องค่อยเป็นค่อยไป เริ่มทำดีกว่าไม่คิดจะทำเลยนะ

#13 By ปาระตี on 2007-11-14 02:34