มาต่อกันที่วิธีการปฏิบัติตัวกับคนตาบอดนะคะ วันนี้เราจะมาพูดถึงการอธิบายสภาพแวดล้อมให้คนตาบอดได้รับรู้ และการนำทางคนตาบอดค่ะ

 

1.  เวลาที่บอกทิศทางกับคนตาบอด ให้ใช้คำพูดที่เฉพาะเจาะจงชัดเจน ไม่ใช่ "อยู่ตรงนี้" หรือ "อยู่ตรงนั้น" แต่ให้บอกตำแหน่งที่เฉพาะเจาะจงกับเค้าแทน เช่น "อยู่ทางซ้ายของคุณ" "อยู่ทางขวาของคุณ" "อยู่ข้างหลังของคุณ" หรือ "อยู่ข้างหน้าของคุณ" การใช้ตัวของคนตาบอดเป็นศูนย์กลางในการบอกทิศทางนี้ใช้ได้ผลและง่ายกับคนตาบอดในการกำหนดทิศทางดีค่ะ (ลองอ่านประสบการณ์ตรงของเราได้ที่ นี่...นั่น...โน่น)

 

2.  เมื่อคนตาบอดไปถึงสถานที่ใหม่ๆ ให้ช่วยบอกให้เค้ารู้ว่ามีใครอยู่ที่นั่นบ้าง อธิบายสภาพแวดล้อมภายในสถานที่นั้นๆ อย่าลืมบอกเค้าด้วยว่ามีของอะไรที่อาจเป็นอุปสรรคหรืออันตรายในการเดินและเคลื่อนไหวของเค้า (อย่างเวลาเราไปร้านอาหารบางทีเพื่อนจะบอกว่าข้างหลังปอมมีตู้กระจกนะ เวลาจะใส่เสื้อหรือเลื่อนเก้าอี้ก็ระวังด้วยนะ) และบอกพวกเค้าด้วยว่ามีเด็กหรือสัตว์อยู่ในที่นั้นหรือไม่ (ไม่งั๊นเราอาจเดินชนเด็กล้มก็เป็นได้)

 

3.  อย่าปล่อยคนตาบอดทิ้งไว้กลางห้องโดยที่ไม่มีอะไรให้เค้าจับได้ แต่ปล่อยเค้าไว้ตรงที่ๆ มีโต๊ะ เก้าอี้ หรือกำแพง ที่คนตาบอดจะสามารถจับได้ เพื่อที่ว่าพวกเค้าจะสามารถสร้างความคุ้นเคยกับสิ่งต่างๆ รอบตัว และหาทางเดินไปไหนมาไหนได้

 

4.  คิดถึงความปลอดภัยของคนตาบอด แต่อย่าให้ความห่วงใยตรงนี้ปิดกั้นอิสรภาพของคนตาบอด คุณอาจเคลื่อนย้ายสิ่งกีดขวางให้พ้นทางของคนตาบอด แทนที่จะเคลื่อนย้ายตัวของคนตาบอด

 

5.  คนตาบอดอาจอธิบายถึงสภาพแวดล้อมต่างไปจากที่คุณจะอธิบาย นี่อาจเป็นเพราะพวกเค้ามีข้อจำกัดในการมองเห็นแสงเงาต่างๆ ดังนั้นคุณอาจพูดคุยกับเค้าถึงสิ่งที่เค้าอธิบาย เพื่อที่พวกคุณจะได้เข้าใจกันและกันได้อย่างถูกต้อง

 

การนำทางคนตาบอด

 

1.  ถามคนตาบอดก่อนเสมอว่าเค้าต้องการความช่วยเหลือหรือไม่

 

2.  พูดก่อนที่คุณจะจับแขนหรือมือของคนตาบอดเสมอ (ไม่งั๊นคุณอาจทำให้คนตาบอดตกใจได้ และการพูดช่วยให้คนตาบอดได้รับรู้ถึงตัวตนของคุณ)

 

3.  ถ้าคนตาบอดต้องการความช่วยเหลือจากคุณ ถามเค้าก่อนว่าเค้าต้องการจะไปไหน (เคยมีเพื่อนเล่าให้ฟังว่ามีคนตาบอดคนหนึ่งยืนอยู่ที่ริมฟุตบาธ มีพลเมืองใจดีเดินมาเจอ พอเจอปุ๊บพลเมืองคนนั้นก็นึกว่าคนตาบอดอยากข้ามถนน เลยพาข้ามเรียบร้อยเลยโดยไม่ได้ถามก่อน ที่จริงแล้วคนตาบอดคนนั้นแค่อยาก...จะไปไหนเราก็จำไม่ได้...แต่ที่แน่ๆ คือเค้าไม่ได้อยากข้ามถนนน่ะ)

 

4.  ให้คนตาบอดจับที่ต้นแขนเหนือข้อศอกของคุณเล็กน้อย การจับแบบนี้จะทำให้คนตาบอดเดินอยู่ข้างหลังของคนที่นำทางประมาณครึ่งก้าว การเดินแบบนี้ทำให้คนตาบอดรู้เวลาคุณเลี้ยวหรือเดินขึ้นลงขั้นบันไดหรือฟุตบาธ (คิดว่าข้อนี้เพื่อนๆ คงได้ยินมาบ่อยแล้ว)

 

5.  เดินแบบปกติธรรมดา แต่ไม่ช้าหรือเร็วเกินไป

 

6.  เมื่อคุณเดินมาถึงทางเลี้ยว ขั้นบันไดหรือขอบฟุตบาธ หรือสิ่งกีดขวางต่างๆ หยุดนิดนึงและบอกกับคนตาบอดว่าเค้ากำลังจะเจออะไร เช่น ถ้าเจอบันได คุณอาจบอกว่า "บันไดนะ เดินขึ้น/ลง" เป็นต้น การหยุดจะช่วยให้คนตาบอดได้ตั้งตัวนิดนึงก่อน ไม่อย่างนั้นคนตาบอดอาจก้าวพลาดและพาคุณทั้งคู่ล้มก็ได้ (เราเคยมีประสบการณ์ตรงอีกเหมือนกัน)

 

7.  พาคนตาบอดเดินอ้อมเก้าอี้ และเดินผ่านประตู อธิบายว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่ เผื่อพื้นที่ในการเดินผ่านสิ่งกีดขวางให้คนตาบอดที่เดินตามหลังอยู่ด้านใดด้านหนึ่งของคุณด้วย (เคยเจ็บตัวมาแล้วเหมือนกัน เพราะคนเดินนำลืมเผื่อพื้นที่ให้เราเดินด้วย) แต่ถ้าเป็นที่แคบมากๆ บอกคนตาบอดล่วงหน้า แล้วเค้าจะมาเดินตามหลังคุณ (แบบต่อแถวเรียงหนึ่ง)

 

8.  อย่าพยายามจับให้คนตาบอดนั่งลงบนเก้าอี้ แต่เอามือข้างหนึ่งของเค้าไปแตะที่พนักหรือเท้าแขนของเก้าอี้ หรือขอบโต๊ะ เพื่อที่คนตาบอดจะได้สามารถกะระยะและนั่งลงได้เอง

 

9.  ถ้าคนตาบอดมีสุนัขนำทาง ห้ามไปให้อาหารหรือหักเหความสนใจของมันขณะที่มันกำลังปฏิบัติหน้าที่ (สุนัขพวกนี้ได้รับการฝึกมาอย่างดี พวกมันจะรู้ว่าตอนไหนคือเวลาทำงาน (คือเวลาที่ถูกคล้องสายจูง) และตอนไหนคือเวลาพักผ่อน (เวลาที่ถูกถอดสายจูงออก))

 

แหะๆ ยาวไปหน่อย จบเท่านี้แหล่ะค่ะ ใครอ่านมาถึงบรรทัดนี้ขอปรบมือให้เสียงดังๆ

 ป.ล. แปลและเรียบเรียงจากคู่มือ Mainstreaming Disability ของ VSO เหมือนเดิม

Comment

Comment:

Tweet

เปะปะผ่านมาเจอ...
เป็นบล็อกที่มีประโยชน์มากเลยค่ะ ทำให้เข้าใจคนตาบอดขึ้นมากเลย เคยเห็นคนตาบอด อยากเข้าไปคุยด้วย แต่ก็ไม่กล้า กลัวทำอะไรผิด ๆ ถูก ๆ ไป แล้วทำให้เขาไม่สบายใจหรือไม่ชอบใจ แต่พอได้มาอ่านบล็อกนี้ รู้สึกสบายใจขึ้นเยอะเลยค่ะ รู้สึกหายเกร็งไปเลย ตอนนี้อยากเจอคนตาบอดอีกเร็ว ๆ จะรีบถลาเข้าไปคุยเลยค่ะ

confused smile confused smile confused smile

#20 By Ying (124.157.213.54) on 2010-08-30 23:27

ช่วยคนตาบอด
k8KSdS vhhkymkw becsvkxd zejqwhqw

#18 By RXkEcYON (89.248.172.50) on 2009-07-28 09:32

จะนำไปปฏบัติค่ะ ขอบคุณค่ะ

#17 By ruk21us on 2008-02-03 21:51

ดีมากครับ

#16 By tamanit (58.8.34.226) on 2008-01-31 15:02


อ่านสบายครับ ไม่รู้สึกว่ายาว

คุณเขียนให้อ่านได้เพลินๆ

#15 By yyswim (125.24.84.38) on 2007-11-28 22:23

Hot!
open-mounthed smile ได้อ่านช้าไปหน่อย ถ้าได้อ่านตอนก่อนไปเยี่ยมน้องๆ ที่โรงเรียนคงดีกว่านี้ครับ
เพราะตอนนั้นจูงมือน้องเค้าเอา ก็เลยทุลักทุเลไปหน่อยน่ะครับ

#14 By apple666 (Nopphasul) on 2007-11-28 07:59

Hot! มีประโยชน์มากค่ะ จำจำไว้ใช้นะคะ ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณค่ะปอม
เราว่าคนทั่วไปยินดีช่วยเหลือคนตาบอดนะ
แต่บางครั้งอาจจะไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรจึงจะ
ไม่เป็นอันตรายกับคนที่เรามีเจตนาดีที่จะช่วย
ขอบคุณที่แนะนำ เก็บไว้เป็นความรู้จ้ะ
ไปก่อนนะ หมูดีเอง ..
ยิ้มแฉ่งรับเช้าวันใหม่นะbig smile

#12 By moodee on 2007-11-27 07:10

แปะๆๆ เสียงดั๊งดังครับ (ยิ้ม)

#11 By PastelSalad on 2007-11-26 23:51

ตามมาอ่านจากตอนที่1ค่า
ขอบคุณมากนะคะสำหรับวิธีดีๆ จะจำไปใช้ค่ะbig smile

#10 By ::SeaL World:: on 2007-11-26 22:39

Hot! ขอบใจจ๊ะ

#9 By MamiLuv on 2007-11-26 21:16

มีความรู้อย่างสุดยอดเลยค่ะ
เวลาเจอคนตาบอดก็เก้กังๆเหมือนกันว่าจะช่วยเค้าดีมั้ยHot!

#8 By Señor(ita) on 2007-11-26 20:51

Hot! อื้ม ผมจะทำตามครับปอม

ตอนเรียนที่มธ.ก็มีอาจารย์สอนกฎหมายคนนึงตาบอดครับ จะมีหมานำทางมาด้วยเสมอน่ารักมาก แต่มีเด็กคนนึงเผลอให้ขนมมันกิน อ.บอกว่ากว่าจะแก้นิสัยมันได้ตั้งนาน big smile
ครับถ้าได้มีโอกาสจะทำตามคับbig smile

#6 By เส้นขอบฟ้า on 2007-11-26 17:57

ครับถ้าได้มีโอกาสจะทำตามคับbig smile

#5 By เส้นขอบฟ้า on 2007-11-26 17:57

เอนทรีดีมีประโยชน์มากๆ เลยค่ะbig smile

#4 By ดุกดุ๋ย on 2007-11-26 17:00

Hot! เป็นสิ่งที่ดีคับ เป็นความรุ้ใหม่ที่ นำไปใช้ไดจริง

#3 By BossXIII on 2007-11-26 16:45

*-*
ขอบคุณมากครับ และหากมีโอกาสได้นำทางคนตาบอดจะทำตามคำแนะนำนี้ครับ ทำให้เราเข้าใจคนตาบอดมากขึ้นด้วยครับ

big smile Hot!

#2 By ::poompuien:: on 2007-11-26 13:04

ดีครับ big smile

#1 By on 2007-11-26 09:29