เคยได้ยินมานานว่าที่อังกฤษ อเมริกา พวกประเทศทางตะวันตกนี่ร้านอาหารเค้ามีทำเมนูฉบับอักษรเบรลล์สำหรับลูกค้าตาบอดด้วย แต่ก็ไม่เคยได้สัมผัสรูปเล่มจริงๆ จนกระทั่งวันนี้นี่เอง

 

ที่จริงร้านนี้เราก็เคยไปกินมาแล้วสักสองสามครั้งได้ แต่พึ่งครั้งนี้เองที่เค้าเอาเมนูอาหารฉบับอักษรเบรลล์มาให้ ตอนแรกที่เค้าเอามาวางให้ข้างหน้าก็นึกว่าคงจะเป็นเมนูอาหารฉบับปกติธรรมดาๆ เหมือนอย่างที่ร้านอื่นๆ ก็มักจะเอามาวางให้ คือประมาณว่ามันอ่านไม่ได้ ก็ให้มันลูบๆ คลำๆ สัมผัสในขณะที่ฟังคนอ่านเมนูให้ฟังก็ยังดีนะ

 

เมนูอาหารฉบับอักษรเบรลล์นี่ก็ไม่มีอะไรพิเศษแตกต่างไปจากหนังสืออักษรเบรลล์ทั่วไปหรอก เป็นขนาด A4 เข้าเล่มด้วยกระดูกงูธรรมดาๆ แต่ก็ดีที่มีให้ลูกค้าตาบอดอย่างเราได้มีโอกาสได้อ่านเมนูเหมือนกับคนอื่นๆ เค้าบ้างน่ะนะ แต่เราก็อดคิดไม่ได้ว่า เอ...จะมีลูกค้าตาบอดสักกี่คนเข้ามาร้านนี้กันนะ คงจะนานๆ ที แต่ฝรั่งนี่เค้าก็พยายามให้สิทธิความเท่าเทียมแก่ประชาชนคนพิการเค้าดี คือเราคิดเอาเองว่าการทำเมนูฉบับอักษรเบรลล์ให้ลูกค้าตาบอดกลุ่มเล็กๆ กลุ่มนึงคงไม่ได้จะทำให้เค้าสามารถได้รายได้เพิ่มขึ้นมากมายซะเท่าไหร่ แต่ที่เค้ามีไว้ก็เพื่อให้บริการ ให้ความสะดวกแก่คนกลุ่มเล็กๆ กลุ่มนี้เท่านั้น อืม...แต่จะคิดไปอีกทีในแง่ทางธุรกิจนี่เค้าก็อาจจะชนะใจลูกค้าตาบอดอย่างเราไปแล้วก็ได้นะเนี่ย

 

คนสายตาปกติคงจะคิดว่าการมีเมนูฉบับอักษรเบรลล์ให้กับคนตาบอดนั้นสำคัญไฉน เพราะถ้าไปกับเพื่อนๆ หรือคนสายตาปกติก็ให้เค้าอ่านให้ฟังก็ได้นี่นา เราอยากจะบอกว่ามันก็ไม่เหมือนกันซะทีเดียวนะ ยังจำได้ถึงตอนที่เราพึ่งมองไม่เห็นใหม่ๆ แล้วไปกินข้าวในร้านอาหารกับแม่หรือคนตาดีคนอื่นๆ การที่จะให้พวกเค้าอ่านรายการอาหารทั้งหลายในเมนูให้เราฟังนั้นไม่ใช่เรื่องสนุกสำหรับคนที่อ่านเลย สุดท้ายเค้าก็จะลงเอยที่คำถามง่ายๆ ว่า ปอมอยากกินอะไร เพื่อที่จะได้ไม่ต้องอ่านเป็นนกแก้วนกขุนทองไปเรื่อย แล้วไอ้เจ้าคำถามประโยคสั้นๆ ที่ฟังดูเหมือนจะง่ายนี่น่ะ ในความเป็นจริงมันไม่ได้ตอบกันได้ง่ายๆ เลยนะ เพราะบางทีเราก็ไม่ได้มีรายการอาหารที่แน่นอนอยู่ในหัวล่วงหน้าแล้ว บางครั้งเราก็ต้องได้อ่านรายการดูก่อนถึงจะคิดออกหรือเพื่อจะเจอรายการอาหารที่น่าสนใจและอยากจะลองสั่งมากินดู แล้วถ้าไปร้านใหม่ๆ ที่ไม่เคยไปมาก่อน ก็ไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเค้ามีรายการอาหารอะไรน่าสนใจบ้าง สุดท้ายก็เลยต้องจบลงด้วยการที่คนที่ไปด้วยช่วยเลือกให้แทน ซึ่งนี่เป็นการถูกจำกัดอิสรภาพในการสั่งอาหารอย่างหนึ่ง ที่เล่ามานี่ก็ไม่ได้จะบอกว่าการที่ให้คนอื่นช่วยสั่งอาหารให้นั้นเป็นเรื่องเลวร้ายเสียเต็มประดา เพียงแค่ว่าบางครั้งคนตาบอดอย่างเราๆ ก็อยากมีส่วนร่วมในการสั่งอาหารกับเค้าบ้างน่ะนะ

 

ถึงแม้บ้านเราในขณะนี้จะไม่มีเมนูฉบับอักษรเบรลล์ แต่ก็มีฉบับพูดได้เหมือนกันนะ ก็ไม่ใช่ใครอื่นไกล พนักงานเสิร์ฟนั่นเอง เวลาที่พวกเราคนตาบอดไปกินอาหารกันเองตามร้านโดยที่ไม่มีคนสายตาปกติในกลุ่มเลย ที่พึ่งที่ดีของพวกเราก็คือพนักงานเสิร์ฟที่สามารถช่วยแนะนำรายการอาหารได้ ประสบการณ์เท่าที่ผ่านมาก็นับว่าพนักงานเสิร์ฟในร้านที่พวกเราไปนั้นให้บริการได้ดีพอควร พวกเราก็จะได้อาหารเด่นๆ ของร้านมาลิ้มลองกันเป็นที่อิ่มหนำสำราญ แต่เมนูพูดได้แบบนี้มักไม่อ่านราคาของอาหารแต่ละจานให้ด้วย เพราะฉะนั้นการเข้าถึงข้อมูลรายการอาหารของคนตาบอดก็จะไม่เท่าเทียมกับคนสายตาปกติอยู่ดี

 

การได้อ่านเมนูอักษรเบรลล์จะทำให้คนตาบอดได้รับข้อมูลเกือบเทียบเท่ากับคนสายตาปกติ (ยกเว้นในส่วนของรูปภาพที่ถึงแม้จะมีใครพยายามทำภาพนูนก็คงจะไม่มีทางเหมือนภาพจริงๆ) แต่เพียงแค่คำบรรยายในรูปแบบตัวอักษรก็เพียงพอแล้ว นอกจากนั้นคนตาบอดก็ยังจะได้มีประสบการณ์เหมือนกับคนอื่นๆ ด้วย แต่การอ่านเมนูอักษรเบรลล์ก็ค่อนข้างช้าและเสียเวลากว่าการฟังเมนูพูดได้อยู่พอสมควร เพราะการอ่านอักษรเบรลล์นั้นพวกเราต้องค่อยๆ เลื่อนนิ้วอ่านไปทีละตัว ไม่สามารถใช้สายตากวาดหาหัวข้อของหมวดหมู่ของอาหารที่ต้องการได้ เพราะฉะนั้นกว่าจะหาหมวดอาหารที่ต้องการเจอก็ปาเข้าไปหลายนาที แต่ปัญหานี้สามารถแก้ได้ด้วยการทำสารบัญและการจัดรูปเล่มดีๆ

 เราว่าเมนูฉบับอักษรเบรลล์นี้มีข้อคิดหลายอย่างซ่อนอยู่ในตัวของมัน นั่นก็คือไม่ใช่แค่เพียงเป็นการให้สิทธิการเข้าถึงข้อมูลแก่คนตาบอดอย่างเท่าเทียมโดยการให้บริการเล็กๆ น้อยๆ ที่ทางร้านพอทำได้แล้ว แต่มันยังชี้ให้เห็นอีกว่าคนตาบอดก็ถือเป็นกลุ่มลูกค้ากลุ่มหนึ่งที่ผู้ทำธุรกิจไม่ได้มองข้าม และพร้อมที่จะให้บริการ

Comment

Comment:

Tweet

ร้านอาหารที่มีอักษรเบรลล์ในไทย อยู่บริเวณ สวนอ้อย หน้า สวนดุสิต ชื่อร้าน ศ. บุญชัย บอกรายการอาหาร และราคา และมีมานานแล้วด้วยครับ

#10 By PjPancake on 2011-05-11 20:29

แวะมาทักทาย
y3QcSC nkezphgf fwwvdyhn dbjqecqh

#8 By WzUGMRApeEaSGOqQzj (89.248.172.50) on 2009-07-28 09:33

sad smile tongue question wink cry

#7 By (222.123.214.253) on 2008-05-23 21:24

ถ้ามีแบบนี้เยอะๆก็ดีนะคะ

แต่ปกติก็ไม่เข้าอยู่แล้วค่ะ..ชอบทำเองbig smile

#6 By sebinlalala (202.149.24.161) on 2008-03-31 19:03

ดีจัีงครับ

สิ่งที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียมกันย่อมดีกว่าเสมอครับ

ถึงมีคนอ่านให้ฟังก็ไม่ใช่ว่าจะสบายใจอย่างที่ว่าจริงๆ แหละครับ
บางทีคนอ่านเค้าอาจจะยินดีที่ได้อ่านให้ัฟังนะครับ แต่คนฟังอาจเกรงใจ จนไม่กล้าให้อ่านก็ได้ จริงมั้ยครับ


^_________________^

#5 By apple666 (Nopphasul) on 2008-03-21 13:49

พูดถึงเมนูอาหารแล้วเริ้มหิวข้าวอะครับปอม จริงด้วยครับให้คนมาอ่านเมนูให้ฟังทั้งเล่ม คนอ่านก็คงเขินๆแปลกๆเหมือนกัน เราอ่านได้เองคงมีความสุขกับการสั่งอาหารมากกว่าเยอะ

ระลึกถึงนะครับ หายไปนานเชียวbig smile
อืม...ถ้าปอนได้มีโอกาสทำร้านอาหารคงต้องทำบ้างแล้ว เพราะสิทธิทางการสื่อสารควรจะต้องมีเท่าเทียมกันทุกคน ปอนไม่เคยคิดถึงจุดนี้เลย (ช่างแย่จริง ) ที่จริงอาหารอร่อยอย่างเดียวไม่เพียงพอ..แต่การเคารพสิทธิของการเป็นมนุษย์ของบุคคลอื่นๆ ก็สำคัญมากไม่แพ้กันทีเดียวนะครับdouble wink

#3 By ปอนปอน on 2008-03-20 16:07

อืม...ดีจังconfused smile

#2 By Jasmine✿Lala~ on 2008-03-20 08:09

สงสัยต้องเพิ่มรายการต่อท้ายในเมนูอาหารฉบับอักษรเบรลล์ สำหรับหนูปอม ว่า "เพิ่มพิเศษ" ด้วยหรือเปล่างับ ^v^

#1 By paul (202.29.129.10) on 2008-03-20 06:37