แฟชั่นไม้เท้าขาว

posted on 25 Mar 2008 06:42 by nupomme in blind

เว้นช่วงไปนานสำหรับเรื่องราวเกี่ยวกับไม้เท้าขาวของคนตาบอด เอ็นทรี่นี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวเนื่องกับเอ็นทรี่ เรื่องราวของไม้เท้าขาว ตอน 1ค่ะ

 

หลังจากที่ได้เล่าประวัติความเป็นมาของไม้เท้าขาวอย่างย่อๆ ไปแล้ว วันนี้เราจะมาดูกันว่าไอ้เจ้าไม้เท้าขาว (แบบ low tech) ที่คนตาบอดใช้ๆ กันอยู่นี่มีแบบไหนกันบ้างนะคะ

 

แบบธรรมด๊าธรรมดาที่สุดที่คนตาบอดส่วนใหญ่ใช้กันก็คือไม้เท้าแบบที่พับได้สี่ท่อนค่ะ (folding cane) วัสดุที่นำมาใช้ผลิตก็มีหลายอย่าง เช่น เหล็ก อะลูมิเนียม ไฟเบอร์ ครั้งแรกที่เราต้องใช้ไม้เท้านั้นเราแอบรู้สึกว่ามันเกะกะยังไงชอบกล เพราะว่าถึงจะพับแล้ว แต่ว่าไม้เท้าก็ยังมีขนาดใหญ่เกินกว่าที่จะใส่เข้าไปในกระเป๋าถือของผู้หญิงได้น่ะ (ยกเว้นว่าจะต้องใช้กระเป๋าใบใหญ่หน่อย)

 เพราะฉะนั้นเราก็เลยไปใช้ไม้เท้าอีกแบบที่พวกเราคนตาบอดตั้งชื่อให้มันว่า "ไม้เท้าเสาอากาศ" (telescopic cane) แทน สาเหตุที่มันได้ชื่อนี้ก็เพราะว่ารูปร่างหน้าตาของมันเหมือนกับเสาอากาศที่ติดอยู่ตามเครื่องเล่นวิทยุสมัยก่อนนะ เวลาเก็บแล้วก็จะเหลือแค่ท่อนเดียว สามารถเก็บเข้ากระเป๋าถือได้สบายมาก แต่ข้อเสียของไม้เท้าแบบนี้คือมันไม่แข็งแรงเท่ากับแบบพับสี่ท่อน เพราะเนื่องจากว่าส่วนปลายไม้เท้านั้นจะเป็นส่วนที่มีขนาดเรียวเล็กที่สุด และวัสดุที่นำมาใช้เป็นไฟเบอร์ที่ข้างในกลวง (เพื่อจะได้เก็บเข้าไปได้) เพราะฉะนั้นนักเดินทางที่สมบุกสมบันอย่างเราก็ทำหักไปแล้วสองอัน สุดท้ายก็ต้องหันกลับไปหาแบบพับสี่ท่อนเหมือนเดิม  ที่ประเทศอังกฤษนี่มีไม้เท้าแบบที่ไว้ใช้เพื่อเป็นสัญลักษณ์อีกด้วย ไม้เท้าประเภทนี้จะไม่ยาวมากนัก คือผู้ถือไม่สามารถนำมาใช้เพื่อนำทางได้จริง แต่ถือไว้เพื่อให้คนอื่นๆ ที่พบเห็นจะได้รู้ว่าเป็นผู้มีความบกพร่องทางการเห็น คนสายตาเลือนรางอาจนำไปถือก็ได้  นอกจากตัวไม้เท้าที่มีหลากหลายรูปแบบแล้ว ตัวปลายไม้เท้าที่ใช้แตะพื้นนั้นก็ยังมีหลายแบบอีกเช่นกัน แบบทั่วๆ ไปในเมืองไทยก็เป็นหัวพลาสติกสีขาวธรรมดาๆ แต่ในต่างประเทศเค้าจะมีแบบที่เป็นปลายแหลมเหมือนหัวดินสอ หรือแบบล้อที่ทำให้เวลาถือเดินนั้นเลื่อนไปได้อย่างสะดวกสบายอีกด้วย (แต่อาจไม่ค่อยเหมาะกับความขรุขระของทางเท้าในบ้านเราซะเท่าไหร่) ไอ้เจ้าหัวไม้เท้านี้สามารถถอดออกมาเปลี่ยนใหม่ได้เมื่อใช้ไปนานๆ แล้วมันสึกไป 

ไม้เท้าแต่ละรุ่น แต่ละแบบ จะได้รับการตั้งชื่อให้อย่างหรูหรา เช่น aAmbutech, Revolution หรือ Advantageแค่อ่านชื่อก็คงพอเดาได้ว่าไม้เท้าเหล่านี้ผลิตจากต่างประเทศ ซึ่งก็มักจะมีราคาค่อนข้างแพงเมื่อเปลี่ยนเป็นเงินไทย ราคาจะอยู่ที่ประมาณพันกว่าบาท เพราะฉะนั้นจึงมีคุณครูท่านหนึ่งที่เคยสอนวิชาการสร้างความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมและการเคลื่อนไหว (Orientation and Mobility หรือ O&M) ที่โรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพฯ ได้คิดค้นผลิตไม้เท้าขึ้นเองภายในประเทศ เพื่อให้คนตาบอดไทยสามารถซื้อไม้เท้าได้ในราคาถูกลง (ตอนเราซื้อนี่อยู่ที่ราคาประมาณ 320 บาท ไม่แน่ใจว่าเดี๋ยวนี้มีการเปลี่ยนแปลงไปแล้วหรือไม่) ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าไม้เท้าที่คุณครูผลิตนี้มีชื่อรุ่นอย่างเป็นทางการหรือไม่ เพราะเคยได้ยินแต่ชื่อล้อๆ ว่า โมโตโรแล้ม 320 คือเอาชื่อผู้ผลิตและราคามาเป็นชื่อรุ่น (หนูไม่ได้มีเจตนาล่วงเกินนะคะครู เพียงแต่เล่าสู่กันฟังพอเป็นข้อมูลค่ะ :P)

 ไม้เท้าแต่ละอันจะมีความยาวไม่เท่ากัน ทั้งนี้เพื่อให้เหมาะกับความสูงของผู้ใช้แต่ละคน เราเคยเห็นตั้งแต่ไม้เท้าจิ๋วสำหรับเด็กเล็กไปจนถึงไม้เท้าที่ยาวกว่าความสูงของตัวเราเสียอีก! (เราสูง 165 ซม.) วิธีการเลือกความยาวของไม้เท้าให้เหมาะสมกับความสูงของผู้ใช้นั้นทำได้โดยการนำไม้เท้ามาวัดกับตัวผู้ใช้ ความยาวของไม้เท้าที่เหมาะสมควรสูงขึ้นมาถึงประมาณลิ้นปี่ของผู้ใช้  

ตามปกติคนตาบอดหลายๆ คน จะมีไม้เท้ามากกว่าหนึ่งอัน ทั้งนี้เพื่อไว้เลือกใช้ได้ตามความเหมาะสมของโอกาส หรือเลือกใช้ตามความพอใจ เช่น ไม้เท้าบอบบางอย่างไม้เท้าเสาอากาศอาจเลือกใช้เวลาที่ไปในที่ที่พื้นค่อนข้างเรียบ เช่น ในโรงแรมเวลาไปร่วมประชุมสัมมนา เป็นต้น หรือไม้เท้าแบบพับซึ่งมีความคงทนแข็งแรงกว่าก็อาจไว้ใช้เวลาที่ต้องเดินทางสมบุกสมบัน มีเรื่องเล่าของเรา...ครั้งหนึ่งเพื่อนๆ ชวนกันไปเที่ยวอุทธยานแห่งชาติที่อังกฤษ ทางที่ต้องเดินริมลำธารนั้นค่อนข้างขรุขระและลื่นเพราะฝนตกคืนวันก่อนที่พวกเราจะไป เราเลยได้ไม้เท้าช่วยเป็นไม้ค้ำยันไปด้วยในตัว แต่...สงสัยจะใช้งานหนักไปหน่อย เพราะปรากฎว่าหลังจากผ่านช่วงเดินทรหดนั้นมาแล้ว ไม้เท้าของเราที่ทำมาจากเหล็กก็โค้งผิดรูปไปเลย โชคดีมีพี่ที่ไปด้วยกันช่วยดัดกลับมาให้ตรงดังเดิม ไม่งั๊นอาจเสียไม้เท้าคู่ชีพไปได้

 ที่เล่ามานี้ก็เป็นรายละเอียดคร่าวๆ เกี่ยวกับไม้เท้าขาวเพื่อนเดินทางของคนตาบอดค่ะ ถ้าเพื่อนๆ อยากเห็นหน้าตาของไม้เท้ารุ่นต่างๆ ก็ลองคลิกเข้าไปดูที่นี่ค่ะ

Comment

Comment:

Tweet

สวัสดีค่ะคุณปอม พอดีหนูกำลังเรียนคณะสถาปัตย์ค่ะแล้วต้องออกแบบงานสำหรับคนตาบอดค่ะ หนูอยากถามว่า 1.ทางเดินที่เป็นปุ่มสีเหลืองๆตามข้างถนนมันเวิร์คไหมคะ 2.ถ้าระหว่าทางเดินนั้นมีอะไรมาวางกีดขวางทางเดิน จะทำอย่างไรคะหรือว่าต้องการการแก้ไขปัญหายังไงคะเช่นควรจะออกแบบอุปกรณ์เสริมอะไรที่จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้คะ  ขอบคุณมากเลยค่ะ

#21 By punn (103.7.57.18|58.8.17.86) on 2012-07-22 00:59

8Nr7Sg rynotjbf vvivkjfv pmutqfip

#20 By QgSSkVfpzTJUgyHZ (89.248.172.50) on 2009-07-28 09:30

สวัสดีค่ะพี่ปอมแพนเองนะแพนได้เข้ามาอ่านแล้วแพนรู้สึกทึ่งนะที่พี่ปอมทำอะไรแบบนี้ดีใจจังที่ได้รู้จักกับพี่ค่ะสู้ต่อไปนะค่ะbig smile

#19 By pan (58.8.63.27) on 2008-11-09 21:00

thank yuo

#18 By tamanit (58.8.40.163) on 2008-06-13 14:41

ดีมาก ๆ เลยค่ะ ขอบคุณนะคะ

#17 By MeOmee (202.139.223.18) on 2008-04-15 23:05

ดีมาก ๆ เลยค่ะ ขอบคุณนะคะ

#16 By MeOmee (202.139.223.18) on 2008-04-15 22:32

มะุรุ้ว่าจะปายหรือป่าวอะคะ่ วันนี้มีอบรมสื่อพิมภาพนูน
- -*ประมานนี้ มี2วันค่ะ ไ้ด้ประกาศนียบัตรด้วย5+
หนังสือเสียงที่ห้องสมุดพอดีเค้ามีแต่หนังสือระดับปริญญา
ตรีค่ะ 55+ถ้าเกิดเราไปอ่านเราคงก้มะุรุ้เรื่องจิงๆ
อยากไปมากแต่มะได้เขียนรายชื่อไว้สะด้วยสิ
T_Tเค้าจะใหเข้าเป่าก้มะรุ้ เด่วจะลองดูอีกทีค่ะถ้า
เด่วมาเล่าให้ฟังนะค่ะsurprised smile

#15 By HeajieZ (124.120.173.129) on 2008-03-29 10:39

อ้าว...ไม่ทราบเลยค่ะว่ารับคนอ่านหนังสือเสียงต้องจบปริญญาตรีด้วย ความรู้ใหม่ค่ะ ขอบคุณที่เอามาบอกนะคะ

แต่ในความคิดเห็นส่วนตัวของพี่ พี่ไม่เห็นว่าจำเป็นจะต้องจำกัดวุฒิการศึกษาเลยแฮะ เพราะว่าบางทีคนจบปริญญาตรีอ่านหนังสือไม่แตกก็มี ในขณะที่น้องๆ บางคนยังไม่จบปริญญาตรีแต่อ่านหนังสือได้ดีก็มีเยอะ (ถ้าน้องสนใจอ่านก็บอกพี่ได้นะคะ พวกพี่กับเพื่อนๆ ฟังได้หมดละค่ะ ขอให้มีหนังสือฟังก็พอ)

แต่ดีใจด้วยนะคะที่ได้เข้าไปที่โรงเรียนสอนคนตาบอดแล้ว พี่ได้ยินมาเหมือนกันว่าเค้าจะมีอบรมอาสาสมัครหรืออะไรประมาณนี้ น้องไปหรือเปล่าคะ ถ้าไงเอามาเล่าให้พี่ฟังบ้างนะคะ

#14 By blind bookworm on 2008-03-28 19:11

ได้โรงเรียนสอนคนตาบอดมาแล้วค่ะ>___<
ทุกคนใจดีมากเลย ไปช่วยทำป้ายชื่อนะค่ะ
ตอนแรกจะไปห้องสมุด แต่ที่นี้โทรไปสอบถามพอดี
เค้ารับอ่านหนังสือเสียงต้องระดับปริญญาตรีค่ะ
พรุ่งนี้มีการอบรมด้วยละคะ สนุกมากๆเลย
ขอบคุนคุนปอมที่แนะนำนะคะ่ cry

#13 By HeajieZ (124.120.174.80) on 2008-03-28 19:02

ขอบคุณมากๆค่ะ >____<
ถ้าหากว่าเป็นยังไงเด่วจะมาเล่าให้ฟังน่ะค่ะ
รักษาสุขภาพด้วยนะคะ>.,< cry

#12 By HeajieZ (124.120.177.206) on 2008-03-27 17:37

อืม...ช่วงปิดเทอมนี่อาจไม่มีน้องๆ ให้สอนการบ้านนะคะ เพราะว่าน้องๆ ก็ปิดเทอมเหมือนกัน อาจจะเริ่มด้วยการอ่านหนังสือเสียงก่อนก็ได้มังคะ น้องก็สามารถเข้าไปที่โรงเรียนหรือสมาคมฯ ค่ะ (หรืออาจจะโทร. ไปสอบถามก่อนก็ได้) ว่าอยากเป็นอาสาสมัครค่ะ จะต้องทำยังไงบ้าง แล้วเดี๋ยวทางโรงเรียน/สมาคมฯ ก็จะบอกเองค่ะว่าต้องทำอะไรยังไงบ้าง

ช่วงปิดเทอมนี่อาจลองโทร.เข้าไปที่ห้องสมุดคนตาบอดแห่งชาติ 0-2246-3835 ต่อ 200, 201 (จำเบอร์ตรงไม่ได้) ก่อนก็ได้ค่ะ เพราะที่นี่ไม่มีเวลาปิดเทอมเหมือนกับที่โรงเรียนสอนคนตาบอดค่ะ มีหนังสือที่คนตาบอด(อย่างพี่เป็นต้น)เอาไปฝากไว้หาคนอ่านให้ฟังอยู่ตลอดเวลาค่ะ

ขอให้โชคดีค่ะbig smile

#11 By blind bookworm on 2008-03-27 03:12

ขอบคุณนะค่ะคุณปอมมากๆค่ะที่แนะนำและมอบ
กำลังใจ ตอนนี้ก้รุ้สึกว่าไม่เิขิลแล้ว 55+
รู้สึกว่าอยากทำทุกอย่างเลย อยากทำมานานแล้วอะค่ะ
เป็นปีได้แล้ว แต่ว่าไม่มีโอกาสเลย และอีกอย่างตอนนี้
ก้ปิดเทอมอยู่อะค่ะ อยากจะใช้เวลาช่วงนี้ให้คุ้มค่า
เพราะอีกไม่กี่ปีก้เอ้นท์แล้วค่ะ ไม่รุ้จะได้ทำอีกเมื่อไหร่
แล้วถ้าเกิดจู่ๆเดินเข้าไป บอกว่าอยากช่วยเด้กๆสอนการบ้านยังงี้เลยเหรอค่ะ
55+ยังแอบเขิลอีกแล้ว=o="พูดไม่ค่อยเก่งค่ะแต่รักหมดใจนะค่ะ ^___^"

#10 By HeajieZ (124.120.178.217) on 2008-03-26 17:57

ฤกษ์งามยามดี
เลยแวะมาอ่านให้ค่ะ
เรื่องไม้เท้าเสาอากาศเนี่ย
ฉันทำพังไปสามอันแล้วค่ะ เลยไม่คิดจะหามาไว้ในครอบครองอีก
อืมมมม แต่ว่า ดิฉันว่าไอ้เจ้าหัวกลิ้งได้หน่ะ ใช้ดีนะ ที่เมืองไทยก็ ok นะ
เรื่องปลายของไม้เท้าเนี่ย ที่อังกฤษเขาสารพัดจะมีเลยนะ เหมือนกับเสื้อผ้ามีหลายแบบยังไงยังงั้นเชียว
สส่วนไอ้เรื่องประเภทหน่ะ อังกฤษก็บ้าตั้งชื่อเหมือนกันเนาะ มีทั้ง long cane, guide cane, symbol cane และอีกสารพดั
กุ้มแทนคนตาบอดที่นี่หน่ะ เพื่อนเราตาบอดที่นี่ พี่แกเล่นมีแบบละอันเลยหล่ะ
เพื่อความเหมาะสมแต่ละโอกาส พี่แกว่างั้น
ต่เราเสียดายยยเงินหน่ะ มีสองอัน กันพลาดแค่นี้พอแระangry smile

#9 By ลูกเกด on 2008-03-26 04:06

ฤกษ์งามยามดี
เลยแวะมาอ่านให้ค่ะ
เรื่องไม้เท้าเสาอากาศเนี่ย
ฉันทำพังไปสามอันแล้วค่ะ เลยไม่คิดจะหามาไว้ในครอบครองอีก
อืมมมม แต่ว่า ดิฉันว่าไอ้เจ้าหัวกลิ้งได้หน่ะ ใช้ดีนะ ที่เมืองไทยก็ ok นะ
เรื่องปลายของไม้เท้าเนี่ย ที่อังกฤษเขาสารพัดจะมีเลยนะ เหมือนกับเสื้อผ้ามีหลายแบบยังไงยังงั้นเชียว
สส่วนไอ้เรื่องประเภทหน่ะ อังกฤษก็บ้าตั้งชื่อเหมือนกันเนาะ มีทั้ง long cane, guide cane, symbol cane และอีกสารพดั
กุ้มแทนคนตาบอดที่นี่หน่ะ เพื่อนเราตาบอดที่นี่ พี่แกเล่นมีแบบละอันเลยหล่ะ
เพื่อความเหมาะสมแต่ละโอกาส พี่แกว่างั้น
ต่เราเสียดายยยเงินหน่ะ มีสองอัน กันพลาดแค่นี้พอแระangry smile

#8 By ลูกเกด on 2008-03-26 03:58

การเป็นอาสาสมัครนั้นอายุไม่เกี่ยวค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเด็ก วัยรุ่น คนหนุ่มสาว หรือผู้สูงอายุ (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับงานที่อาสาทำด้วย) แต่ในกรณีอาสาสมัครช่วยอ่านหนังสือหรือสอนน้องทำการบ้านนี้อายุไม่ใช่ตัวแปรสำคัญขนาดนั้นนะคะ สิ่งสำคัญคือขอแค่เพียงมี “ใจ” เท่านั้นล่ะค่ะ

การจะตัดสินใจว่าจะทำอะไรดีนั้น อยากให้น้องถามตัวเองก่อนว่าชอบทำอะไร อยากมีปฏิสัมพันธ์กับตัวคนตาบอดมากน้อยเพียงใด เพราะถ้าไม่ค่อยอยากมีปฏิสัมพันธ์มากนักก็อาจเลือกอ่านหนังสือเสียงได้ค่ะ แต่ถ้าอยากทดลองมีเพื่อนใหม่ๆ เป็นคนตาบอด ได้พูดคุย ได้ทำความรู้จักกับคนตาบอดให้ดีขึ้น ก็อาจเลือกไปสอนการบ้าน หรือทำกิจกรรมอื่นๆ ร่วมกับน้องๆ ตาบอดค่ะ

#7 By blind bookworm on 2008-03-25 23:41

ขอบคุนนะค่ะสำหรับคำแนะนำมีกำลังใจขึ้นเยอะเลยค่ะ
แต่ก้ยังคิดไม่ออกจะไปที่ไหนดี ระหว่าง โรงเรียนสอนคนตาบอดกับมูลนิธิ ทำไมไม่อยู่ที่เดียวกันละหว่า เวลาเราเป็นอาสาสมัครนี้เค้าจำกัดอายุไหมค่ะ
เพราะอายุก้น้อยๆอยู่นะค่ะ=_+เป็นวัยรุ่นทำมะดาๆ
sad smile

#6 By HeajieZ (124.122.149.73) on 2008-03-25 22:47

อืมมมมม เอนทรีนี้ได้ความรู้มากๆเลยล่ะค่ะ ขอบคุณนะคุณปอม

#5 By hikaru on 2008-03-25 20:22

สวัสดีค่ะคุณ No. 2 (ต้องขอโทษทีค่ะไม่ทราบว่าชื่ออะไรเพราะว่าโปรแกรมอ่านจอภาพเค้าอ่านไม่ได้ค่ะ)

ยินดีที่ได้รู้ว่ามีคนเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคนที่ได้รับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับคนตาบอดมากขึ้นค่ะ

สำหรับเรื่องเป็นอาสาสมัครนั้นบอกได้อย่างเดียวว่าไม่ต้องเขินค่ะ คุณสามารถเดินเข้าไปติดต่อได้เลยค่ะ พวกเรายินดีต้อนรับคุณเสมอค่ะ ไม่ว่าจะเป็นอาสาสมัครอ่านหนังสือเสียง อาสาสมัครช่วยสอนน้องๆ ที่โรงเรียนสอนคนตาบอดทำการบ้าน หรืออื่นๆ เราคิดดีและจะทำดีแล้ว เพราะฉะนั้นไม่ต้องเขินค่ะ

big smile

#4 By blind bookworm on 2008-03-25 17:26

อ๊ะ ไม่เห็นอัพเสียพักใหญ่ๆ... แวะมาทักทายค่า ทิ้งช่วงห่างจากไม้เท้าขาวตอนก่อนนานเหมือนกันนะนี่ confused smile

#3 By Choco on 2008-03-25 17:19

สวัสดีค่ะ ^_^คุณปอม เราเป็นคนหนึ่งที่เข้ามา
อ่านบ่อยแต่ไม่ค่อยได้เม้นเลยค่ะ เราชอบBlogนี้มากๆ
เลยค่ะ ที่ทำให้เรารู้เรื่องราวของคนตาบอด

เราอยากจะช่วยเหลือน่ะค่ะ เลยลองท่องเนตไปดู
ตามเว้บต่างๆ แล้วก้เจอที่เค้าเปิดรับสมัครอาสาสมัคร
แต่จะเข้าไปดุ่มๆก้กระไรอยู่ เขิลจังค่ะ T_T
พอจะมีคำแนะนำไหมค่ะ ไม่รู้จะทำยังดี

#2 By 혜 지 (124.120.173.114) on 2008-03-25 14:44

สวัสดีครับปอม ตอนนี้เรียนเป็นไงบ้าง ใกล้จบหรือยังครับ ยังไม่เคยรู้เลยนะเนี่ยว่าปอมเรียนอะไร big smile