พอดีอ่านหนังสือเกี่ยวกับพื้นฐานการจัดการศึกษาสำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นแล้วเจอเรื่องน่าสนใจเลยเอามาสรุปและแปลให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันค่ะ เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับคนตาบอดกัน ความเชื่อหลายอย่างที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้ตัวเราเองก็เคยประสบพบเจอกับคนทั่วๆ ไปที่เชื่ออย่างนี้จริงๆ ด้วยค่ะ

 

ความเชื่อ คนตาบอดมีสัมผัสที่ 6

ความจริง คนตาบอดไม่ได้มีประสาทสัมผัสที่ 6 เลยค่ะ เพียงแต่ว่าพวกเราสูญเสียประสาทสัมผัสทางตาไป พวกเราจึงพัฒนาและหันมาพึ่งพาประสาทสัมผัสทางหูและการสัมผัสในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารแทน และด้วยความที่พวกเราต้องพึ่งพาประสาทสัมผัสทั้งสองนี้มากกว่าคนสายตาปกติทั่วไป ทำให้บางครั้งอาจจะพัฒนาการใช้หูและนิ้วสัมผัสได้ดีกว่า คนตาบอดหลายคนสามารถบอกได้ว่ามีกำแพงอยู่ข้างหน้าหรือด้านข้างของพวกเค้าหรือไม่ หรือว่ามีอะไรอยู่ด้านบนหัวหรือไม่ บางคนเรียนรู้ที่จะสังเกตคุณภาพของเสียงที่เปลี่ยนแปลงไปในที่โล่งและในที่ปิดทึบ บางคนสามารถสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิหรือความกดอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปในขณะที่คนสายตาปกติอาจจะไม่สังเกต ดังนั้นคนปกติจึงคิดว่าคนตาบอดมีสัมผัสที่ 6

 

ความเชื่อ คนตาบอดเห็นแต่สีดำหรือสีเทาเท่านั้น

ความจริง คนพิการทางสายตา (หรือที่ภาษาชาวบ้านเราเรียกง่ายๆ ว่า คนตาบอด) นั้น มีเพียงส่วนน้อยที่ตาบอดสนิท คือมองไม่เห็นอะไรเลยแม้แต่แสง คนเหล่านี้บอกว่าสิ่งที่พวกเขาเห็นคือสีเทาธรรมดาๆ เท่านั้น แทนที่จะเป็นสีดำ หรือความสว่างและความมืด แต่ยังมีคนพิการทางสายตาอีกหลายคนที่สามารถมองเห็นแสงได้ บางคนอาจมองเห็นสีได้ด้วย

(หมายเหตุ : อยากแนะนำให้กลับไปอ่านเรื่อง Q: คนตาบอดกับคนพิการทางสายตาคือคนๆ เดียวกันหรือไม่ ค่ะ )

 

ความเชื่อ คนตาบอดไม่ฝัน (อันนี้อาจเป็นความเชื่อฝรั่งค่ะ เพราะว่ามีเพื่อนคนไทยหลายคนคิดว่าคนตาบอดน่าจะฝันได้ เพียงแต่ว่าอยากรู้กันว่าเห็นอะไรในฝันกันหรือเปล่า มากกว่าที่จะเชื่อว่าคนตาบอดไม่ฝันค่ะ)

ความจริง- คนตาบอดก็ฝันเหมือนกันค่ะ เพียงแต่ว่าถ้าเป็นคนตาบอดที่ไม่เคยมองเห็นมาก่อนเลยในชีวิต สิ่งที่พวกเค้าฝันก็จะไม่เห็นเป็นภาพค่ะ แต่จะเป็นความรู้สึก กลิ่น หรือรสชาติแทนค่ะ (อันนี้ในหนังสือต้นฉบับเค้าอ้างถึงหนังสือของ Helen Keller หญิงชาวอเมริกันที่พิการซ้ำซ้อน คือทั้งตาบอดและหูหนวกค่ะ ว่าเธอเขียนเล่าถึงความฝันของเธอว่า...ครั้งหนึ่งเธอฝันถึงไข่มุก เธอมองไม่เห็นไข่มุกหรอกนะคะว่ามีหน้าตาเป็นยังไง แต่ไข่มุกในฝันของเธอให้ความรู้สึกว่ามีผิวที่เกลี้ยงเกลา เป็นคริสตัลที่ได้รับการหล่อมาอย่างสวยงาม) เพิ่มเติมนิดนึงค่ะ แต่สำหรับคนตาบอดที่เคยมองเห็นเลือนรางมาก่อนนั้น เวลาฝันก็จะเห็นภาพตามปกติค่ะ คือคิดว่าคงเป็นภาพในความทรงจำตอนที่ยังมองเห็นค่ะ เลยเคยมีเพื่อนถามว่าถ้างั๊นเห็นหน้าของเพื่อนที่มารู้จักหลังจากที่มองไม่เห็นแล้วว่าเป็นยังไงบ้างมั๊ย เราตอบได้ว่าไม่เห็นค่ะ เพียงแค่รู้สึกว่าคนในฝันคนนั้นคือเพื่อนคนโน้นคนนี้เท่านั้นเองค่ะ 

ความเชื่อ คนตาบอดสามารถบอกได้ว่าคนๆ นั้นคือใครโดยฟังจากเสียงเท่านั้น

ความจริง ถึงแม้ว่าคนตาบอดหลายคนจะมีความจำเสียงที่ดีมาก แต่ไม่ใช่ทุกคนจะรู้สึกว่าการแยกแยะคนจากเสียงเป็นเรื่องง่ายสำหรับเขา มันเป็นการค่อนข้างไม่สุภาพมากถ้าคุณจะให้คนตาบอดเดาว่าคุณคือใครจากเสียงขอคุณ