ความเชื่อ vs ความจริง เกี่ยวกับคนตาบอด1
posted on 31 Mar 2008 05:56 by nupomme in blindพอดีอ่านหนังสือเกี่ยวกับพื้นฐานการจัดการศึกษาสำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นแล้วเจอเรื่องน่าสนใจเลยเอามาสรุปและแปลให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันค่ะ เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับคนตาบอดกัน ความเชื่อหลายอย่างที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้ตัวเราเองก็เคยประสบพบเจอกับคนทั่วๆ ไปที่เชื่ออย่างนี้จริงๆ ด้วยค่ะ
ความเชื่อ – คนตาบอดมีสัมผัสที่ 6
ความจริง – คนตาบอดไม่ได้มีประสาทสัมผัสที่ 6 เลยค่ะ เพียงแต่ว่าพวกเราสูญเสียประสาทสัมผัสทางตาไป พวกเราจึงพัฒนาและหันมาพึ่งพาประสาทสัมผัสทางหูและการสัมผัสในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารแทน และด้วยความที่พวกเราต้องพึ่งพาประสาทสัมผัสทั้งสองนี้มากกว่าคนสายตาปกติทั่วไป ทำให้บางครั้งอาจจะพัฒนาการใช้หูและนิ้วสัมผัสได้ดีกว่า คนตาบอดหลายคนสามารถบอกได้ว่ามีกำแพงอยู่ข้างหน้าหรือด้านข้างของพวกเค้าหรือไม่ หรือว่ามีอะไรอยู่ด้านบนหัวหรือไม่ บางคนเรียนรู้ที่จะสังเกตคุณภาพของเสียงที่เปลี่ยนแปลงไปในที่โล่งและในที่ปิดทึบ บางคนสามารถสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิหรือความกดอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปในขณะที่คนสายตาปกติอาจจะไม่สังเกต ดังนั้นคนปกติจึงคิดว่าคนตาบอดมีสัมผัสที่ 6
ความเชื่อ – คนตาบอดเห็นแต่สีดำหรือสีเทาเท่านั้น
ความจริง – คนพิการทางสายตา (หรือที่ภาษาชาวบ้านเราเรียกง่ายๆ ว่า คนตาบอด) นั้น มีเพียงส่วนน้อยที่ตาบอดสนิท คือมองไม่เห็นอะไรเลยแม้แต่แสง คนเหล่านี้บอกว่าสิ่งที่พวกเขาเห็นคือสีเทาธรรมดาๆ เท่านั้น แทนที่จะเป็นสีดำ หรือความสว่างและความมืด แต่ยังมีคนพิการทางสายตาอีกหลายคนที่สามารถมองเห็นแสงได้ บางคนอาจมองเห็นสีได้ด้วย
(หมายเหตุ : อยากแนะนำให้กลับไปอ่านเรื่อง Q: คนตาบอดกับคนพิการทางสายตาคือคนๆ เดียวกันหรือไม่ ค่ะ )
ความเชื่อ – คนตาบอดไม่ฝัน (อันนี้อาจเป็นความเชื่อฝรั่งค่ะ เพราะว่ามีเพื่อนคนไทยหลายคนคิดว่าคนตาบอดน่าจะฝันได้ เพียงแต่ว่าอยากรู้กันว่าเห็นอะไรในฝันกันหรือเปล่า มากกว่าที่จะเชื่อว่าคนตาบอดไม่ฝันค่ะ)
ความจริง- คนตาบอดก็ฝันเหมือนกันค่ะ เพียงแต่ว่าถ้าเป็นคนตาบอดที่ไม่เคยมองเห็นมาก่อนเลยในชีวิต สิ่งที่พวกเค้าฝันก็จะไม่เห็นเป็นภาพค่ะ แต่จะเป็นความรู้สึก กลิ่น หรือรสชาติแทนค่ะ (อันนี้ในหนังสือต้นฉบับเค้าอ้างถึงหนังสือของ Helen Keller หญิงชาวอเมริกันที่พิการซ้ำซ้อน คือทั้งตาบอดและหูหนวกค่ะ ว่าเธอเขียนเล่าถึงความฝันของเธอว่า...ครั้งหนึ่งเธอฝันถึงไข่มุก เธอมองไม่เห็นไข่มุกหรอกนะคะว่ามีหน้าตาเป็นยังไง แต่ไข่มุกในฝันของเธอให้ความรู้สึกว่ามีผิวที่เกลี้ยงเกลา เป็นคริสตัลที่ได้รับการหล่อมาอย่างสวยงาม) เพิ่มเติมนิดนึงค่ะ แต่สำหรับคนตาบอดที่เคยมองเห็นเลือนรางมาก่อนนั้น เวลาฝันก็จะเห็นภาพตามปกติค่ะ คือคิดว่าคงเป็นภาพในความทรงจำตอนที่ยังมองเห็นค่ะ เลยเคยมีเพื่อนถามว่าถ้างั๊นเห็นหน้าของเพื่อนที่มารู้จักหลังจากที่มองไม่เห็นแล้วว่าเป็นยังไงบ้างมั๊ย เราตอบได้ว่าไม่เห็นค่ะ เพียงแค่รู้สึกว่าคนในฝันคนนั้นคือเพื่อนคนโน้นคนนี้เท่านั้นเองค่ะความเชื่อ – คนตาบอดสามารถบอกได้ว่าคนๆ นั้นคือใครโดยฟังจากเสียงเท่านั้น
ความจริง – ถึงแม้ว่าคนตาบอดหลายคนจะมีความจำเสียงที่ดีมาก แต่ไม่ใช่ทุกคนจะรู้สึกว่าการแยกแยะคนจากเสียงเป็นเรื่องง่ายสำหรับเขา มันเป็นการค่อนข้างไม่สุภาพมากถ้าคุณจะให้คนตาบอดเดาว่าคุณคือใครจากเสียงขอคุณ มารยาททางสังคมที่เหมาะสมคือทักทายคนตาบอดพร้อมกับบอกชื่อของคุณให้พวกเรารับรู้ค่ะ (ประสบการณ์ตรงของเรา...เมื่อคนตาบอดหลายคนได้รู้จักและคุ้นเคยกับเสียงของคุณแล้ว ส่วนมากจะบอกได้ค่ะว่าใครเป็นใครจากเสียง)
ความเชื่อ – คนตาบอดมีความสามารถทางด้านดนตรีดีกว่าปกติ
ความจริง – ถึงจะมีคนตาบอดหลายคนที่ประสบความสำเร็จทางด้านดนตรี แต่เปอร์เซ็นต์ของคนตาบอดที่มีความสามารถทางด้านนี้ก็ไม่ได้ต่างไปจากเปอร์เซ็นต์ของคนปกติที่มีความสามารถทางด้านดนตรีค่ะ (ประสบการณ์ตรง...เรื่องนี้เจอมากับตัว พี่พิ๊งค์กี้ที่อยู่บ้านเดียวกันเป็นคนชอบเรื่องการแสดงและดนตรีมาก ครั้งหนึ่งไปเรียนดนตรีไทยที่สถานฑูตในลอนดอน เล่าให้ครูสอนดนตรีไทยฟังว่าอยู่บ้านเดียวกับเราที่เป็นคนตาบอด คำถามของครูที่ถามมาก็คือแล้วเราเล่นดนตรีเป็นมั๊ย เอ่อ...คือไม่อยากบอกเลยค่ะว่าเล่นดนตรีไม่เป็นเลย เปียโนที่เคยเรียนมานิดหน่อยก็คืนครูไปหมดแล้ววว)
เล่ามาได้แค่ครึ่งทางเองค่ะ แต่รู้สึกว่าจะค่อนข้างยาว เพราะฉะนั้นขอยกเอาที่เหลือไปไว้ในเอ็นทรี่หน้าละกันค่ะ
ที่มา : adapt from Huebner, K. M. (2000) ‘Visual Impairment’ in Holbrook, M. K. and Koenig, A. J. (Eds) Foundations of Education: History and Theory of Teaching Children and Youths with Visual Impairments, New York: AFB Press.
สวัสดีวันสงกรานต์นะครับ
#1 By Little Little on 2008-03-31 12:21