ไม่อารัมภบทล่ะ เรามาต่อตอนสองกันเลยดีกว่าค่ะ

 

ความเชื่อ คนตาบอดไม่ควรเดินทางตามลำพังถ้าไม่มีสุนัขนำทาง (ความเชื่อนี้นี่เป็นของฝรั่งอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะในบ้านเรามีคนตาบอดคือท่านศาสตราจารย์วิริยะ ท่านเดียวเท่านั้นที่ใช้สุนัขนำทางค่ะ)

ความจริง คนตาบอดสามารถเดินทางด้วยตนเองได้ วิธีการเดินทางของคนตาบอดก็มีหลายวิธี นอกจากจะใช้สุนัขนำทางแล้ว คนตาบอดในบ้านเราส่วนใหญ่ก็จะใช้ ไม้เท้าขาว ในการเดินทางกันค่ะ แต่เดี๋ยวนี้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ช่วยในการเดินทางอย่าง GPS ที่เคยใช้ติดตั้งในรถยนต์ก็เริ่มมีการนำมาปรับใช้กับอุปกรณ์ช่วยนำทางคนตาบอดกันบ้างแล้ว คนตาบอดโดยมากมักจะได้รับการฝึกในวิชาที่ชื่อว่าการสร้างความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมและการเคลื่อนไหว (Orientation and Mobility O&M) เพื่อให้สามารถเดินทางได้อย่างปลอดภัย เวลาเดินทางคนตาบอดจะใช้ประสาทสัมผัสส่วนอื่นๆ เช่นการดมกลิ่น การฟังเสียงรอบตัว และการสัมผัส มาช่วยเสริมด้วย คนสายตาเลือนรางบางคนอาจมีอุปกรณ์เสริม เช่น กล้องส่องทางไกล (เพื่อช่วยในการดูสายรถเมล์) เป็นต้น

 

ความเชื่อ คนตาบอดทุกคนเป็นคนอมทุกข์ เศร้าโศก...คนตาบอดทุกคนเป็นคนสนุกสนานและรักความสนุก

ความจริง คนตาบอดทุกคนต่างก็มีความแตกต่างเฉพาะบุคคล มีประสบการณ์ในชีวิตที่แตกต่างกัน และมีอารมณ์ความรู้สึกเหมือนกับคนสายตาปกติทั่วไป

 

ความเชื่อ เวลาพูดคุยกับคนตาบอดห้ามใช้คำศัพท์ที่เกี่ยวกับการมอง เช่น ดูมอง” “เห็นหรือพูดถึงสีต่างๆ

ความจริง เวลาที่คนตาบอดพูดคุยกันเอง หรือพูดคุยกับคนสายตาปกติคนอื่นๆ พวกเราก็ใช้คำศัพท์ทั่วๆ ไปอย่างที่คนอื่นๆ ในสังคมใช้กันนั่นแหล่ะค่ะ ยกตัวอย่างเช่น คุณสามารถถามคนตาบอดได้ว่า เมื่อคืนดูสวรรค์เบี่ยงหรือเปล่า เคนหล่อมากเลยเนอะ(ตรงนี้คนตาบอดที่คุณคุยด้วย(และยังไม่รู้ว่าเคนหน้าตาเป็นยังไง)อาจให้คุณช่วยอธิบายหน้าตาของเคนให้ฟังว่าเป็นยังไง) ความจริงแล้วคนตาบอดก็บ้าดาราได้เหมือนกัน โดยเฉพาะวัยรุ่นตาบอดก็เหมือนกับวัยรุ่นตาปกตินั่นแหล่ะค่ะ มีการหารูปดาราที่ตนชื่นชอบมาเก็บเป็นกอบเป็นกำก็มี แล้วก็อย่างที่เขียนไปเมื่อเอ็นทรี่ที่แล้วค่ะ ที่ว่าคนตาบอดหลายคนก็ไม่ได้ตาบอดสนิท คือยังพอมองเห็นบ้าง มากบ้าง น้อยบ้าง ต่างกันไป แต่สิ่งที่คุณควรหลีกเลี่ยงในการพูดกับคนตาบอดก็คือ ตรงนี้” “ตรงโน้น” “ตรงนั้นพร้อมกับชี้นิ้วประกอบ ยกตัวอย่างเช่น เวลาครูสอนคณิตศาสตร์ในห้องเรียนมักจะชอบเขียนวิธีการแก้โจทย์เลขบนกระดานดำ แล้วก็พูดไปเรื่อยๆ พร้อมกับชี้นิ้วว่ เอาตัวนี้บวกตัวนั้น พอได้ผลลัพธ์ก็เอาไปหารกับตัวโน้น แบบนี้นักเรียนตาบอดในห้องก็ได้แต่นั่งฟังอ้าปากค้าง หรือไม่ก็หลับไปเลย! วิธีที่ถูกก็คือบอกอย่างละเอียดไปเลยค่ะ เช่น เอา 150 มาบวกกับ 300 พอได้ผลลัพธ์ก็เอาไปหารด้วย 5 อะไรอย่างนี้น่ะ หรืออย่างเวลาบอกทิศทางแก่คนตาบอด เช่น ถ้าคนตาบอดมาถามทางว่าจะไปหาร้านหมูกะทะยังไง คุณก็อาจจะบอกว่า...จากตรงนี้เดินไปพอเจอสะพานลอยแล้วเลี้ยวขวา เดินต่อไปอีกนิดจะเจอป้ายรถเมล์ พอผ่านไปรถเมล์เดินไปอีกสักร้อยเมตรก็จะเจอร้านอยู่ริมถนน... 

ความเชื่อ เวลาที่พูดคุยกับคนตาบอดคุณต้องพูดเสียงดัง

ความจริง คนตาบอด (ที่บกพร่องทางการเห็นอย่างเดียวไม่ได้พิการซ้ำซ้อนด้วย) ไม่ได้มีปัญหาในการได้ยินค่ะ เพราะฉะนั้นคุณไม่จำเป็นต้องพูดเสียงดังหรือตะโกนเวลาพูดคุยกับพวกเรา (แต่ก็ไม่ควรพูดเบาจนเกินไป เพราะก็อาจทำให้ได้ยินไม่ถนัดได้) สรุปก็คือพูดด้วยระดับเสียงปกติที่คุณใช้ทั่วๆ ไปนั่นแหล่ะค่ะ

 

ความเชื่อ คนตาบอดพูดเองไม่ได้และต้องให้คนอื่นพูดแทน

ความจริง คนตาบอดพูดเองได้ คนตาบอดมีความคิด ความเชื่อ ความรู้สึก เป็นของตนเอง และสามารถพูดหรือสื่อสารให้คนอื่นเข้าใจได้ ไม่ต้องมีคนอื่นพูดแทน (ประสบการณ์ตรงของเราที่มักเจอก็คือเวลาไปไหนกับเพื่อนๆ แล้วเกิดมีคนสนใจอยากเข้ามาพูดคุย พวกเค้าเหล่านั้นก็มักจะเข้ามาพูดคุยกับคนที่ไปกับเรา แล้วถามถึงเรื่องของเราจากเพื่อนคนนั้น แทนที่จะถามจากเราเอง เช่น เคยไปวัดไทยที่นี่ ตอนนั้นนั่งอยู่กับพี่พิงค์กี้ มีพี่คนไทยอีกคนหนึ่งนั่งอยู่ข้างๆ เค้าพูดคุยเรื่องเรา ถามในสิ่งที่สงสัยอยากรู้เกี่ยวกับเรา แต่...เค้าไม่ได้คุยกับเรานะคะ คุยกับพี่พิ๊งค์กี้ค่ะ) ลองจินตนาการดูว่าถ้าเป็นตัวคุณเองอยู่ในสถานการณ์แบบนี้จะรู้สึกอย่างไร เราก็เลยอยากจะบอกว่าถ้าในอนาคตคุณเกิดมีโอกาสได้พบเจอกับคนตาบอด แล้วอยากพูดคุยกับพวกเค้า ถามในสิ่งที่สงสัยคาใจ หรืออะไรต่างๆ ไม่ต้องเขินอายค่ะ เข้ามาพูดคุยกับพวกเราได้ตรงๆ เลย ไม่ต้องผ่านคนที่พวกเราไปด้วยหรอกค่ะ คนตาบอดส่วนมากยินดีตอบข้อซักถามของคุณค่ะ

ความเชื่อ คนตาบอดไม่สามารถทำงานเลี้ยงตัวเองได้เลยต้องได้รับสวัสดิการค่าเลี้ยงดูจากรัฐ

ความจริง คนตาบอดสามารถประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานได้ อาชีพที่คนตาบอดทำก็มีหลากหลายมาก มีทั้งคนตาบอดที่เป็นครู เป็นศาสตราจารย์ เป็นช่างไม้ เป็นโปรแกรมเมอร์ เป็นผู้พิพากษา เป็นเจ้าของกิจการ เป็นนักบัญชี เป็นนักวิเคราะห์บัญชี เป็นพนักงานดูแลลูกค้า เป็นตัวแทนขายประกัน เป็นนายหน้าขายที่ดิน เป็นพนักงานขาย เป็นโบร้กเก้อร์ เป็นช่างซ่อมต่างๆ เป็นล่าม เป็นบรรณารักษ์ เป็นเลขานุการ เป็นนักสังคมสงเคราะห์ เป็นที่ปรึกษา เป็นนักวิทยาศาสตร์ เป็นพยาบาล ฯลฯ อีกมากมาย อย่างไรก็ตามอาชีพที่เขียนไปนี่เป็นข้อมูลขององค์กรคนตาบอดที่อเมริกาที่เค้ารวบรวมข้อมูลจากคนตาบอดราวสองพันคนที่มีอาชีพแตกต่างกันไปมากกว่าร้อยอาชีพ แต่...คนตาบอดไทยเรานั้นยังมีอาชีพที่คนไทยชินและมักเห็นคนตาบอดทำกันอยู่ไม่กี่อาชีพ ได้แก่ หมอนวดแผนโบราณ พนักงานสลับสายโทรศัพท์ คนขายล๊อตเตอร์รี่ (ขนาดอุ้มยังเคยทำในรายการเจาะใจ เรียลิตี้)

 

จบแล้วค่ะ หวังว่าคงได้รู้จักคนตาบอดกันเพิ่มมากขึ้น

 ที่มา : adapt from Huebner, K. M. (2000) ‘Visual Impairment’ in Holbrook, M. K. and Koenig, A. J. (Eds) Foundations of Education: History and Theory of Teaching Children and Youths with Visual Impairments, New York: AFB Press.  

Comment

Comment:

Tweet

เรื่องการบอกตำแหน่งของสิ่งของนี่ จี๋โดนประจำแหละ เวลายายบอกให้จี๋หยิบของ ยายจะชอบใช้คำว่า ตรงนั้น ตรงนี้ พอจี๋ยื่นมือไปไม่ถูกตำแหน่ง ยายก็...ออกแนวหงุดหงิดนิดหน่อย จนบางทีก็เอามือดันของนั้นเข้ามาหามือจี๋เอง พอจี๋บอกยายว่า ต้องใช้คำนั้น คำนี้ หรือต้องทำแบบนั้น แบบนี้ จี๋ถึงจะรู้ ยายก็บ่นว่ายุ่งยาก จี๋ก็เลย...ต้องอดทน และพยายามปรับตัวไป ตอนนี้ก็เริ่มชิน ไม่ค่อยมีความรู้สึกอะไรละ ถนัดแบบไหน...จัดมาเลยครับ จี๋รับได้หมด อิอิ

#22 By นิลปานัน on 2010-01-30 14:32

FJBSRY qvwygion kjihrinh qyuutruq

#21 By nBTtWOlLZYLNFWn (89.248.172.50) on 2009-07-28 09:30

ผ่านมาพบ

ขอบคุณเรื่องราวดีๆค่ะ

สงสัยต้องแวะมาหาบ่อยๆแล้ววว double wink

Hot!
อ่านแล้วเข้าใจเรื่องราวเกี่ยวกับคนตาบอดมากขึ้น
ดีจังค่ะ

#19 By (58.9.102.117) on 2008-12-02 23:24

ความจริง ที่ตระหนักว่าเขาไม่ตางอะไรจากเราเลยsad smile

#18 By That way on 2008-04-23 16:38

สวัสดีค่ะคุณพ่อน้องโรส
ขอขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมเยียนค่ะ สวัสดีปีใหม่ไทยเช่นกันค่ะ ถ้าน้องโรสชอบอ่านหนังสือและอยากอ่านเป็นเบรลล์ ปอมพอมีไฟล์ที่เป็นอักษรเบรลล์ (ทั้งหนังสือไทยแลอังกฤษ) อยู่บ้างค่ะ สามารถนำไปพริ๊นต์ได้เลย ถ้าสนใจปอมสามารถส่งให้ได้นะคะ
เมื่อก่อนปอมก็ไม่ชอบฟังหนังสือเสียงเหมือนกันค่ะ เพราะติดจากที่เคยอ่านเองด้วยตามาก่อน แต่พอมาหลังๆ ก็เริ่มชินค่ะ เพราะว่ามีหนังสือเสียงให้เลือกอ่านมากกว่าหนังสือเบรลล์เยอะ
ขอให้โชคดีกับการสมัครเข้าเรียนในโรงเรียนใหม่ค่ะbig smile

#17 By blind bookworm on 2008-04-19 19:34

สวัสดีครับ คุณ ปอม
ห่างหายไปหลายวัน เพิ่งมาเยี่ยมได้อ่านเรื่องที่สนุกมากตามเคย ที่จริงผมไม่ได้อ่านทุกเรื่อง ตอนนี้ก็เลยไปไล่อ่าน ที่คุณปอมเคยเขียนเอาไว้
ที่ติดใจมาก คือเรื่องหนังสือเบรลล์ เพราะน้องโรสชอบอ่านหนังสือ แต่เขาไม่ค่อย ชอบฟังหนังสือเสียง บอกว่าไม่ค่อยได้อรรถรส แต่ผมก็ได้มาบ่อยที่เป็นหนังสือเสียงก็ยืมมา แล้วก็ rewrite เอาไว้ เผื่อว่า วันหนึ่งเขาจะได้อ่าน ถ้าชอบ

ขอให้มีความสุข หลังปีใหม่ไทย ตอนนี้น้องโรสกำลังติดต่อโรงเรียน ในระดับชั้น ม.4 อยู่ครับ เพราะโรงเรียนเดิม มีแค่ ม.3 กำลังวุ่นอยู่ ครับ

คิดถึงเสมอ

ทวีศักดิ์ ถาวรรัตน์ พ่อน้องโรส

#16 By (118.174.208.94) on 2008-04-17 06:03

แวะมาสาดดดดดดดดดครับ อะฟิ่วๆๆๆๆๆปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ สวัสดีสงกรานต์ครับbig smile
ไม่ได้เข้ามาพักใหญ่ ๆ แล้ว ยังสนุกเหมือนเดิมนะปอม ขอยืนยันกับความจริง (เสียงที่ไม่เท่าไหร่แล้วไม่รู้) ว่าประสบการณ์ที่เล่ามาเป็นเรื่องจริงที่พบเห็นทั่วไป ถ้าทุกคนเข้ามาอ่านที่นี่ก็คงดีมากเนอะ ปืนฉีดน้ำ
สงกรานต์แล้ว มีความสุขมาก ๆ นะ

#14 By Apple (149.159.3.14) on 2008-04-13 07:54

แนะนำว่าถ้ารู้จักชื่อของเพื่อนคนนั้นแล้วให้เรียกชื่อเค้าดีกว่าค่ะ

คำว่า ตาบอด นั้นคนโดยทั่วไปก็ใช้กันในชีวิตประจำวันค่ะ ส่วนคำว่า พิการทางการเห็น หรือ พิการทางสายตา มักจะใช้ในแวดวงวิชาการ หรือใช้เวลาที่เป็นทางการซะมากกว่าค่ะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ใช้ได้ทั้งนั้นแหล่ะค่ะ อย่างเพื่อนเราบางคนก็จะใช้ว่า มองไม่เห็น อะไรแบบนี้ ก็แล้วแต่ความสะดวกสบายใจของคนใช้ แต่ที่ว่าใช้คำว่า ตาบอด แล้วจะให้ความรู้สึกไม่สุภาพนั้น เราคิดว่ามันขึ้นอยู่กับน้ำเสียงและวิธีการพูดมากกว่านะคะ คนตาบอดโดยมากจะรับได้ค่ะ ตอนแรกๆ ที่เราถูกเรียกว่าคนตาบอดก็รู้สึกแปลกๆ แต่พอผ่านไปเราเองก็ต้องยอมรับควมจริงให้ได้เหมือนกันว่าเราเองเป็นคนตาบอด

แนะนำให้ไปอ่านเรื่อง Q: คนตาบอดกับคนพิการทางสายตาคือคนเดียวกันหรือไม่ ที่recommend ไว้เพิ่มเติมนะคะbig smile

#13 By blind bookworm on 2008-04-08 16:23

เข้ามาอ่านบล็อกของคุณ เจ้าของบล็อกได้สักพักแล้วครับ เพิ่งจะมาได้เมนต์ อยากบอกว่าชอบจริงๆ ครับ

ที่คณะของผม (นิิติ) มีอาจารย์ท่านนึงเป็นอ. ตาบอดเหมือนกัน ผมนับถือท่านมาก ผมตาดี แต่เวลาอ่านหนังสือก็ชอบบ่นว่า ตัวหนังสิอเล็กไป ทำไมต้องอ่านหนังสือหนักๆ ด้วย แต่พอได้เจอกับอาจารย์แล้ว คิดว่าไม่น่าบ่นอย่างนั้นเลยครับ..

ขอถามบางอย่างไ้ด้ไหมครับ?

เวลาเจอคนตาบอด หรือมีเพื่อนนักศึกษาีที่ตาบอด
ผมควรใช้คำว่า "ตาบอด" หรือ "พิการทางสายตา" เวลาเรียกเขา อันไหนจะดีกว่าครับ?

ผมรู้สึก (เอง) ว่าคำว่า ตาบอด มันฟังดูไม่สุภาพยังไงก็ไม่รู้ แต่ไม่รู้ว่าเพื่อนๆ จะคิดว่าไง ช่วยตอบทีนะครับ

#12 By So Gallagher on 2008-04-08 12:40

ชอบค่ะ ^^
ให้ดาวน้าาา Hot!

#11 By hikaru on 2008-04-08 00:11

อ๊ะ ตอนใหม่ ^^

#10 By Choco on 2008-04-07 23:29

Hot! confused smile
ตามมาอ่านอีก

#9 By Pack on 2008-04-07 20:23

สรุปว่า ความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องคนตาบอด ในที่นี้ก็ผิดหมดเลย พ่ายแพ้ให้กับความจริงทุกข้อdouble wink ผมเห็นด้วยกับทุกข้อที่เป็นความจริงครับ
big smile Hot!

#8 By vvitch on 2008-04-07 19:45

อ่านภาคเแรกก่อนนะครับsad smile

#7 By หูใหญ่ on 2008-04-07 19:26

โห ไปไหนมาไหนด้วยจีพีเอส เท่จังเลยครับปอม แต่ไอ้คนที่พูดผ่านคนอื่นนี้ดูน่าเกลียดชอบกลเนอะdouble wink
Hot! ได้ความรู้เพิ่มมาอีกอย่างล่ะ

#5 By Pink clouds on 2008-04-07 13:48

คนตาบอดบางคนไม่ได้พิการมาแต่กำเนิด แต่เป็นเพราะอุบัติเหตุ หรือโรคบางอย่างก็มีค่ะ

ดังนั้น ถ้าพูดคุยเรื่อง รูปร่างหน้าตาของดารา หรืออะไรก็แล้วแต่ บางคนจะเข้าใจค่ะ

เรื่องนี้จากประสบการณ์ตรง

Hot!

#4 By aOnG on 2008-04-07 11:05

มอบให้ด้วยความเต็มใจค่ะHot!
ตามมาอ่านภาคสอง Hot!

#2 By rokjitjung on 2008-04-07 00:45

ขอบคุณสำหรับบทความดีๆอีกแล้วครับ Hot!

#1 By SkyKiD on 2008-04-07 00:42