ความเชื่อ vs ความจริง เกี่ยวกับคนตาบอด 2
posted on 07 Apr 2008 00:02 by nupomme in blindไม่อารัมภบทล่ะ เรามาต่อตอนสองกันเลยดีกว่าค่ะ
ความเชื่อ – คนตาบอดไม่ควรเดินทางตามลำพังถ้าไม่มีสุนัขนำทาง (ความเชื่อนี้นี่เป็นของฝรั่งอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะในบ้านเรามีคนตาบอดคือท่านศาสตราจารย์วิริยะ ท่านเดียวเท่านั้นที่ใช้สุนัขนำทางค่ะ)
ความจริง – คนตาบอดสามารถเดินทางด้วยตนเองได้ วิธีการเดินทางของคนตาบอดก็มีหลายวิธี นอกจากจะใช้สุนัขนำทางแล้ว คนตาบอดในบ้านเราส่วนใหญ่ก็จะใช้ ไม้เท้าขาว ในการเดินทางกันค่ะ แต่เดี๋ยวนี้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ช่วยในการเดินทางอย่าง GPS ที่เคยใช้ติดตั้งในรถยนต์ก็เริ่มมีการนำมาปรับใช้กับอุปกรณ์ช่วยนำทางคนตาบอดกันบ้างแล้ว คนตาบอดโดยมากมักจะได้รับการฝึกในวิชาที่ชื่อว่าการสร้างความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมและการเคลื่อนไหว (Orientation and Mobility O&M) เพื่อให้สามารถเดินทางได้อย่างปลอดภัย เวลาเดินทางคนตาบอดจะใช้ประสาทสัมผัสส่วนอื่นๆ เช่นการดมกลิ่น การฟังเสียงรอบตัว และการสัมผัส มาช่วยเสริมด้วย คนสายตาเลือนรางบางคนอาจมีอุปกรณ์เสริม เช่น กล้องส่องทางไกล (เพื่อช่วยในการดูสายรถเมล์) เป็นต้น
ความเชื่อ – คนตาบอดทุกคนเป็นคนอมทุกข์ เศร้าโศก...คนตาบอดทุกคนเป็นคนสนุกสนานและรักความสนุก
ความจริง – คนตาบอดทุกคนต่างก็มีความแตกต่างเฉพาะบุคคล มีประสบการณ์ในชีวิตที่แตกต่างกัน และมีอารมณ์ความรู้สึกเหมือนกับคนสายตาปกติทั่วไป
ความเชื่อ – เวลาพูดคุยกับคนตาบอดห้ามใช้คำศัพท์ที่เกี่ยวกับการมอง เช่น “ดู” “มอง” “เห็น” หรือพูดถึงสีต่างๆ
ความจริง – เวลาที่คนตาบอดพูดคุยกันเอง หรือพูดคุยกับคนสายตาปกติคนอื่นๆ พวกเราก็ใช้คำศัพท์ทั่วๆ ไปอย่างที่คนอื่นๆ ในสังคมใช้กันนั่นแหล่ะค่ะ ยกตัวอย่างเช่น คุณสามารถถามคนตาบอดได้ว่า “เมื่อคืนดูสวรรค์เบี่ยงหรือเปล่า เคนหล่อมากเลยเนอะ” (ตรงนี้คนตาบอดที่คุณคุยด้วย(และยังไม่รู้ว่าเคนหน้าตาเป็นยังไง)อาจให้คุณช่วยอธิบายหน้าตาของเคนให้ฟังว่าเป็นยังไง) ความจริงแล้วคนตาบอดก็บ้าดาราได้เหมือนกัน โดยเฉพาะวัยรุ่นตาบอดก็เหมือนกับวัยรุ่นตาปกตินั่นแหล่ะค่ะ มีการหารูปดาราที่ตนชื่นชอบมาเก็บเป็นกอบเป็นกำก็มี แล้วก็อย่างที่เขียนไปเมื่อเอ็นทรี่ที่แล้วค่ะ ที่ว่าคนตาบอดหลายคนก็ไม่ได้ตาบอดสนิท คือยังพอมองเห็นบ้าง มากบ้าง น้อยบ้าง ต่างกันไป แต่สิ่งที่คุณควรหลีกเลี่ยงในการพูดกับคนตาบอดก็คือ “ตรงนี้” “ตรงโน้น” “ตรงนั้น” พร้อมกับชี้นิ้วประกอบ ยกตัวอย่างเช่น เวลาครูสอนคณิตศาสตร์ในห้องเรียนมักจะชอบเขียนวิธีการแก้โจทย์เลขบนกระดานดำ แล้วก็พูดไปเรื่อยๆ พร้อมกับชี้นิ้วว่ “เอาตัวนี้บวกตัวนั้น พอได้ผลลัพธ์ก็เอาไปหารกับตัวโน้น” แบบนี้นักเรียนตาบอดในห้องก็ได้แต่นั่งฟังอ้าปากค้าง หรือไม่ก็หลับไปเลย! วิธีที่ถูกก็คือบอกอย่างละเอียดไปเลยค่ะ เช่น “เอา 150 มาบวกกับ 300 พอได้ผลลัพธ์ก็เอาไปหารด้วย 5” อะไรอย่างนี้น่ะ หรืออย่างเวลาบอกทิศทางแก่คนตาบอด เช่น ถ้าคนตาบอดมาถามทางว่าจะไปหาร้านหมูกะทะยังไง คุณก็อาจจะบอกว่า...”จากตรงนี้เดินไปพอเจอสะพานลอยแล้วเลี้ยวขวา เดินต่อไปอีกนิดจะเจอป้ายรถเมล์ พอผ่านไปรถเมล์เดินไปอีกสักร้อยเมตรก็จะเจอร้านอยู่ริมถนน...”ความเชื่อ –เวลาที่พูดคุยกับคนตาบอดคุณต้องพูดเสียงดัง
ความจริง – คนตาบอด (ที่บกพร่องทางการเห็นอย่างเดียวไม่ได้พิการซ้ำซ้อนด้วย) ไม่ได้มีปัญหาในการได้ยินค่ะ เพราะฉะนั้นคุณไม่จำเป็นต้องพูดเสียงดังหรือตะโกนเวลาพูดคุยกับพวกเรา (แต่ก็ไม่ควรพูดเบาจนเกินไป เพราะก็อาจทำให้ได้ยินไม่ถนัดได้) สรุปก็คือพูดด้วยระดับเสียงปกติที่คุณใช้ทั่วๆ ไปนั่นแหล่ะค่ะ
ความเชื่อ – คนตาบอดพูดเองไม่ได้และต้องให้คนอื่นพูดแทน
ความจริง – คนตาบอดพูดเองได้ คนตาบอดมีความคิด ความเชื่อ ความรู้สึก เป็นของตนเอง และสามารถพูดหรือสื่อสารให้คนอื่นเข้าใจได้ ไม่ต้องมีคนอื่นพูดแทน (ประสบการณ์ตรงของเราที่มักเจอก็คือเวลาไปไหนกับเพื่อนๆ แล้วเกิดมีคนสนใจอยากเข้ามาพูดคุย พวกเค้าเหล่านั้นก็มักจะเข้ามาพูดคุยกับคนที่ไปกับเรา แล้วถามถึงเรื่องของเราจากเพื่อนคนนั้น แทนที่จะถามจากเราเอง เช่น เคยไปวัดไทยที่นี่ ตอนนั้นนั่งอยู่กับพี่พิงค์กี้ มีพี่คนไทยอีกคนหนึ่งนั่งอยู่ข้างๆ เค้าพูดคุยเรื่องเรา ถามในสิ่งที่สงสัยอยากรู้เกี่ยวกับเรา แต่...เค้าไม่ได้คุยกับเรานะคะ คุยกับพี่พิ๊งค์กี้ค่ะ) ลองจินตนาการดูว่าถ้าเป็นตัวคุณเองอยู่ในสถานการณ์แบบนี้จะรู้สึกอย่างไร เราก็เลยอยากจะบอกว่าถ้าในอนาคตคุณเกิดมีโอกาสได้พบเจอกับคนตาบอด แล้วอยากพูดคุยกับพวกเค้า ถามในสิ่งที่สงสัยคาใจ หรืออะไรต่างๆ ไม่ต้องเขินอายค่ะ เข้ามาพูดคุยกับพวกเราได้ตรงๆ เลย ไม่ต้องผ่านคนที่พวกเราไปด้วยหรอกค่ะ คนตาบอดส่วนมากยินดีตอบข้อซักถามของคุณค่ะความเชื่อ – คนตาบอดไม่สามารถทำงานเลี้ยงตัวเองได้เลยต้องได้รับสวัสดิการค่าเลี้ยงดูจากรัฐ
ความจริง – คนตาบอดสามารถประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานได้ อาชีพที่คนตาบอดทำก็มีหลากหลายมาก มีทั้งคนตาบอดที่เป็นครู เป็นศาสตราจารย์ เป็นช่างไม้ เป็นโปรแกรมเมอร์ เป็นผู้พิพากษา เป็นเจ้าของกิจการ เป็นนักบัญชี เป็นนักวิเคราะห์บัญชี เป็นพนักงานดูแลลูกค้า เป็นตัวแทนขายประกัน เป็นนายหน้าขายที่ดิน เป็นพนักงานขาย เป็นโบร้กเก้อร์ เป็นช่างซ่อมต่างๆ เป็นล่าม เป็นบรรณารักษ์ เป็นเลขานุการ เป็นนักสังคมสงเคราะห์ เป็นที่ปรึกษา เป็นนักวิทยาศาสตร์ เป็นพยาบาล ฯลฯ อีกมากมาย อย่างไรก็ตามอาชีพที่เขียนไปนี่เป็นข้อมูลขององค์กรคนตาบอดที่อเมริกาที่เค้ารวบรวมข้อมูลจากคนตาบอดราวสองพันคนที่มีอาชีพแตกต่างกันไปมากกว่าร้อยอาชีพ แต่...คนตาบอดไทยเรานั้นยังมีอาชีพที่คนไทยชินและมักเห็นคนตาบอดทำกันอยู่ไม่กี่อาชีพ ได้แก่ หมอนวดแผนโบราณ พนักงานสลับสายโทรศัพท์ คนขายล๊อตเตอร์รี่ (ขนาดอุ้มยังเคยทำในรายการเจาะใจ เรียลิตี้)
จบแล้วค่ะ หวังว่าคงได้รู้จักคนตาบอดกันเพิ่มมากขึ้น
ที่มา : adapt from Huebner, K. M. (2000) ‘Visual Impairment’ in Holbrook, M. K. and Koenig, A. J. (Eds) Foundations of Education: History and Theory of Teaching Children and Youths with Visual Impairments, New York: AFB Press.
#1 By SkyKiD on 2008-04-07 00:42