เอามาฝากให้อ่านกันค่ะ

 

มีเป้าหมาย

    คนเราลองมี "เป้าหมาย" อะไรสักอย่าง ต่อให้ยากเย็นแสนเข็ญยังไง ก็ต้องทำให้ได้อยู่ดี 

     ก็ลองดูรายของ เดฟ ฮีลี่ นักวิ่งมาราธอนวัย 50 ปี เป็นตัวอย่างสิ ใครจะไปคิดว่าเขาจะสร้างประวัติศาสตร์วิ่งมาราธอนใน 7 ทวีปได้ในระยะเวลาเพียง 7 วัน ทั้งที่ "ตาบอด" อย่างนี้ 

 

     

     เป้าหมายที่เขายอมวิ่งชนิดอาบเหงื่อต่างน้ำ โดยมี มัลคอล์ม คาร์ คนนำทางที่รู้ใจวิ่งคู่ไปด้วยกันนั้น ก็เป็นเพราะความมุ่งมั่นสุดยิ่งใหญ่ที่อยากจะช่วยหาเงินเข้า สมาคมสุนัขนำทางสำหรับคนตาบอด ของอังกฤษนั่นเอง 

 

     

     7 ทวีปใน 7 วัน ที่ปอดเหล็กจากเมืองเวสต์บรอมวิชทำผลงานเอาไว้ ไล่มาตั้งแต่ หมู่เกาะฟอล์คแลนด์ (ทวีปอันตาร์คติก้า)ริโอ เดอ จาเนโร ในบราซิล (ทวีปอเมริกาใต้)ลอสแองเจลิส ในสหรัฐอเมริกา (ทวีปอเมริกา)ซิดนีย์ ในออสเตรเลีย (ทวีปออสเตรเลีย)ดูไบ ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ทวีปเอเชีย)ตูนิส ในตูนิเซีย (ทวีปแอฟริกา) ก่อนจะมาจบการแข่งขันที่ทวีปยุโรปรายการ "ลอนดอน มาราธอน" ที่กรุงลอนดอนของอังกฤษ เมื่อไม่กี่วันก่อน

 

     

     และที่สุดยอดยิ่งไปกว่านั้นอยู่ตรงที่ความสำเร็จในครั้งนี้ ทำให้เขาสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักวิ่งตาบอดคนแรกที่วิ่งมาราธอน 7 ทวีป ใน 7 วันได้สำเร็จ และเป็น 1 ในปอดเหล็กเพียง 4 คนเท่านั้นที่ทำได้ ซึ่งนอกจากฮีลี่และเพื่อนนำทางแล้ว ยังมีอีก 2 คน คือ เซอร์รานูล์ฟ ฟีนเนส และ ดอกเตอร์ไมก์ สเตราด์

 

     

     กว่าจะบรรลุเป้าหมายได้ ฮีลี่ต้องวิ่งเป็นระยะทาง 183.4 ไมล์ (293.4 กิโลเมตร) เฉลี่ยวันนึงต้องวิ่งไม่ต่ำกว่า 26.2 ไมล์ รวมแล้วต้องวิ่งมากกว่า 250,000 ก้าวเลยทีเดียว! 

 

     

     "เมื่ออาทิตย์ที่แล้วผมยังอยู่ที่หมู่เกาะฟอล์คแลนด์อยู่เลย มันสุดยอดจนไม่รู้จะบรรยายยังไงดีกับการผจญภัยสุดวิเศษแบบนี้ ผมเป็นคนตาบอดคนแรกที่ทำได้สำเร็จด้วย ก็คงทำให้เป็นที่พูดถึงไปอีกนานล่ะครับ" ฮีลี่กล่าวอย่างภาคภูมิใจหลังจากเข้าเส้นชัยในการวิ่งรายการสุดท้ายด้วยเวลา 5 ชั่วโมง 20 นาที

 

     

     แม้ว่าครั้งหนึ่งจะเลิกสนใจวิ่งไปแบบทางใครทางมัน เนื่องจากอาการติดเชื้อที่ตาตั้งแต่กำเนิดจนส่งผลให้สูญเสียการมองเห็นเมื่อตอนอายุ 16 ปี แต่แล้วก็กลับมามีแรงบันดาลใจอีกครั้งเมื่ออายุล่วงเลยเข้าสู่วัย 40 หลังได้ยินมาว่ามีการแข่งขัน "ลอนดอน มาราธอน" เพื่อหาเงินเข้า สมาคมสุนัขนำทางสำหรับคนตาบอด 

 

     

     ด้วยความมุ่งมั่นที่อยากให้เพื่อนร่วมชะตากรรมได้มีความสุขกับการใช้ชีวิตที่เหลืออยู่นี่แหละถึงทำให้ฮีลี่บรรลุเป้าหมายของตัวเองจนได้ 

     

     ...แถมตอนนี้ยังกลายเป็น "ฮีโร่" ของชาวเวสต์บรอมวิช ถึงขั้นจัดให้มีการขึ้นรถบัสโชว์ตัวรอบเมืองไปแล้ว !!!

     

ที่มา : มติชนออนไลน์    วันที่ 21 เมษายน 2551

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ใครว่าเขาเป็นคนพิการ.....

ใจไม่บอด เจ๋ง

#1 By annekin on 2008-04-23 16:35

โอ้วว

เก่งจังเลยค่ะ

เป็นเรานะ วิ่งวันละ 100 เมตร ยังไม่เอาเลย
หอบแฮ่กๆ แน่sad smile

#2 By aOnG on 2008-04-23 16:37

แปะๆๆๆๆ ตบมือให้กับความมุ่งมั่นครับ เท่มาก วิ่งเจ็ดทวีปในเจ็ดวันหมายความว่า ทั้งเจ็ดทวีปมีแข่งมาราธอนกันไปทีละวันเหรอครับ ประจวบเหมาะดีนะครับปอมbig smile
ตรบมือ ชื่นชม
ว่าแต่ทำไงหว่า วิ่งข้ามทวีปเนี่ย...
big smile

#5 By chichi on 2008-04-23 20:45

โห มีหวังอาจมีคนเอาไปสร้างเป็นหนังเน๊าะ
ทำให้เห็นว่าคนเราหน่ะ ร่างกายไม่ต่างกันเท่าไหร่หรอก
ใจสิ ที่ต่างbig smile

#6 By p-i-e on 2008-04-23 21:50

big smile big smile น่าภูมิใจแทนเจ้าตัวจิงๆ

#7 By Am: Pimpon on 2008-04-24 01:54

ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่ใจจริงๆ
ไม่เกี่ยวกับอายุหรือความมืด

Hot!
สุดยอดครับ นับถือจริงๆ

#9 By apple666 (Nopphasul) on 2008-04-28 08:45