ถุงผ้ากับภาวะโลกร้อน : แค่แฟชั่นหรือคือสิ่งที่ควรทำ?
posted on 07 Jun 2008 22:16 by nupomme in Thoughtsก่อนที่เราจะมาเรียนที่อังกฤษเคยได้ยินมาว่าในต่างประเทศนี่เวลาที่ไปซื้อของตามห้างสรรพสินค้า ซุปเปอร์มาร์เกต หรือร้านค้าต่างๆ นี่เค้าจะไม่ให้ถุง ถ้าเราจะเอาถุงจะต้องจ่ายเงินเพื่อซื้อถุงด้วย ตอนนั้นก็แอบคิดว่า โห...ค่าครองชีพในต่างประเทศก็สูงอยู่แล้ว ทำไมยังต้องจ่ายตังค์เพิ่มเพื่อซื้อถุงใส่ของที่เราซื้อแล้วล่ะ ทำไมทางห้างร้านเค้าไม่บริการกันเลยนะ...ไม่เหมือนเมืองไทยเลย มีถุงให้บริการฟรีตลอด
พอมาเรียนที่นี่จริงๆ เวลาที่เราไปซื้อของที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ยักษ์อย่างเทสโก้ เค้าก็มีถุงพลาสติกแจกฟรีให้ผู้ซื้อสามารถหยิบใส่ของได้ตามสบายนี่นา หรือเวลาไปซื้อของตามร้านเค้าก็มีถุงพลาสติกให้บริการ เราก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะความเคยชินจากนิสัยซื้อของที่เมืองไทยแล้วมีถุงพลาสติกใส่ให้ตลอด แต่ความแตกต่างที่สังเกตได้จากที่นี่ก็คือนอกจากถุงพลาสติกที่มีให้บริการฟรีแล้ว เค้าก็ยังมีถุงแบบที่มีความหนาและทนทานสามารถใช้ได้หลายครั้งให้คนได้เลือกซื้อเอาไปใช้เวลามาช้อปปิ้งที่ร้านของเค้าอีกด้วย หรือเวลาไปซื้อเสื้อผ้าหรือของเล็กๆ น้อยๆ บางทีพนักงานคิดเงินเค้าก็จะถามว่า “You want a bag?” (คุณต้องการถุงหรือเปล่า) ตอนแรกๆ เราก็รู้สึกแปลกๆ แฮะ ทำไมจะไม่ให้ถุงล่ะ เราก็เลยเอาถุงบ้างไม่เอาถุงบ้าง แล้วแต่ว่าวันนั้นกระเป๋าที่เราถือสามารถใส่ของที่เราซื้อได้หรือเปล่า แต่บอกตามตรงว่าตอนนั้นไม่ได้มีความคิดเรื่องช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมอยู่ในหัวของเราซะเท่าไหร่เลย
จนกระทั่งได้ใช้ชีวิตอยู่ที่อังกฤษมาเกือบสี่ปีเราถึงได้เริ่มเรียนรู้และซึมซับนิสัยการรีไซเคิลและการเอาของที่เคยใช้แล้วมาใช้อีก (reuse) ที่เมืองที่เราอยู่นี่เค้าจะมีกระบะแจกให้ทุกบ้านเพื่อใส่กระดาษที่ไม่ใช้แล้ว (ไม่ใช่เฉพาะกระดาษ A4 ที่ใช้แล้ว แต่รวมถึงผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่เป็นกระดาษด้วย เช่น กล่องกระดาษใส่ขนม กระดาษห่อช๊อคโกแลต กล่องกระดาษทิชชูที่ใช้หมดแล้ว เป็นต้น) แยกไว้ต่างหาก เพื่อที่เวลารถเก็บขยะมาเก็บจะได้เอาไปรีไซเคิลได้อีก นอกจากกระดาษแล้วก็ยังมีถังขยะที่ให้ใส่ขยะประเภทขวดแก้วต่างๆ หรือพลาสติกแยกไว้ให้คนเอาไปทิ้งกันอีกด้วย ถังขยะขวดแก้วนี่เค้ายังแยกย่อยเป็นขวดแก้วใส ขวดแก้วสีเขียว และขวดแก้วสีน้ำตาลด้วย (เราคิดว่าวิธีการผลิตหรือรีไซเคิลคงต้องแตกต่างกันไป เค้าเลยต้องแยกขยะขวดแก้วย่อยลงไปอีก ใครทราบช่วยให้ความรู้เพิ่มเติมด้วยนะคะ) ถังขยะจำพวกแก้วและพลาสติกพวกนี้เค้าตั้งอยู่ที่ลานจอดรถของห้างในละแวกบ้าน เพราะฉะนั้นพวกเราจึงไม่ทิ้งขยะพวกขวดแก้วและพลาสติกพวกนี้หน้าบ้านเหมือนขยะอื่นๆ แต่จะหิ้วไปทิ้งที่ถังขยะรีไซเคิลนี้แทน ทุกครั้งเวลาเดินผ่านจะต้องได้ยินเสียงคนทิ้งขวดแก้วตลอดเวลา ทำให้เรารู้สึกว่าดีจังเลยที่คนที่นี่เค้าให้ความใส่ใจและรับผิดชอบกันดี ถ้าเป็นอยู่ที่บ้านเราก็คงทิ้งทุกอย่างรวมกันไปหมด หรือไม่ก็เก็บแยกไว้รอเวลาที่คนรับซื้อขยะจะถีบรถผ่านมารับซื้อแบบชั่นกิโลขาย สังเกตได้ว่าต้องมีเงิน(ถึงแม้จะเป็นจำนวนน้อยนิด)หรือของมาแลกเปลี่ยนพวกเราถึงจะทำ
ย้อนกลับมาเรื่องถุงกันใหม่ เมื่อไม่นานมานี้เทสโก้ซุปเปอร์มารเก็ตที่พวกเราซื้อของกันเป็นประจำได้แจกถุงพลาสติกแบบหนาที่ใช้ได้หลายครั้งให้กับลูกค้าฟรีเป็นระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์ (ที่จริงถุงที่เค้าแจกฟรีคราวนี้เดิมมีราคาค่อนข้างแพงซึ่งพวกเรานักเรียนนักศึกษาต่างชาติเลยไม่ค่อยซื้อกัน) เพื่อรณรงค์ให้ลูกค้าที่มาซื้อของที่เทสโก้เอาถุงที่แจกมาใช้แทนที่จะใช้ถุงพลาสติกกันอย่างฟุ่มเฟือย และเพื่อเป็นการเพิ่มแรงจูงใจให้กับลูกค้าอีกชั้นหนึ่ง ทางซุปเปอร์ฯ เลยมีคะแนนสะสมในการ์ดของลูกค้าประจำเพิ่มให้สำหรับคนที่ไม่ใช้ถุงพลาสติกแบบใช้แล้วทิ้งอีกด้วย เรียกว่า green club card คะแนนสะสมนี้จะได้เพิ่มนอกจากคะแนนปกติของของที่ซื้อตามปกติ เพราะฉะนั้นเดี๋ยวนี้เวลาเรากับเพื่อนไปซื้อของที่เทสโก้จะเห็นคนใช้ถุงรียูสกันเต็มไปหมด บางคนก็เอาถุงผ้าไป บางคนก็ใช้ถุงสาน อย่างเรากับเพื่อนก็จะมีรถเข็นและเป้ไว้ใส่ของที่ซื้อ ทำให้ลดปริมาณถุงพลาสติกที่ใช้ไปได้เยอะเลย เห็นได้ชัดมากจากปริมาณถุงพลาสติกที่เมื่อก่อนที่บ้านของพวกเราจะมีล้นมาก แต่ตอนนี้แทบไม่เหลือแล้ว
ย้อนกลับมาถึงเมืองไทยบ้านของเรา ได้ยินมาสักระยะหนึ่งแล้วว่าที่เมืองไทยกำลังรณรงค์ให้คนหันมาใช้ถุงผ้ากันแทนถุงพลาสติก มีการลด แลก แจก แถม และเอาถุงผ้ามาเป็นกลไกการตลาดกันเต็มไปหมด คาดว่าตอนนี้คงมีคนได้ถุงผ้าไว้ในครอบครองกันอย่างน้อยคนละใบแล้ว แต่ไม่ค่อยแน่ใจว่าถุงผ้าที่ได้มานั้นได้มีการเอาออกมาใช้กันอย่างจริงจังมากน้อยแค่ไหน พี่คนไทยคนหนึ่งพึ่งกลับมาจากเมืองไทยเล่าให้ฟังว่าเท่าที่เค้าเห็นนี่ เห็นคนเอาถุงผ้ามาใช้กันแบบแฟชั่นเสียมากกว่า คือเอามาหิ้วใส่กระเป๋าสตางค์ ใส่ของกระจุกกระจิกที่ธรรมดาใส่อยู่ในกระเป๋าถือ ตอนนี้เลยเอามาใส่อยู่ในถุงผ้าแทน ส่วนรายงานข่าวจากสำนักข่าวส่วนตัวที่เมืองไทยก็เล่าว่าไม่ค่อยมีใครใช้กัน หรือถ้าใช้ก็ยังมีถุงพลาสติกใส่ของต่างๆ แล้วใส่ลงไปในถุงผ้าอีกที เพื่อจะได้ให้คนเห็นว่าตัวเองก็ใช้ถุงผ้านะ อินเทร็นด์เหมือนกันนะ ทำให้เกิดความสงสัยว่าที่จริงแล้วคนไทยเรากำลังพยายามใช้ถุงผ้าเพื่อช่วยลดภาวะโลกร้อน หรือเป็นเพียงแค่การตามกระแสเท่านั้น
โดยส่วนตัวแล้วเราเป็นพวกบ้าหอบฟาง คือนอกจากจะมีกระเป๋าถือหนึ่งใบแล้ว เรายังมักจะต้องมีของให้ต้องถือเวลาไปเจอเพื่อนอยู่เสมอ จนเพื่อนแซวว่าเรากับเพื่อนนี่เวลามาเจอกันเหมือนมานัดแลกของกัน ไม่ใช่มานัดกินข้าวหรือทำกิจกรรมอื่นๆ :P เมื่อก่อนนี่จะต้องเดือดร้อนหาถุงกระดาษหรือพลาสติกสวยๆ เพื่อมาใส่ของที่จะเอาไปแลกกับเพื่อน แต่เดี๋ยวนี้ไม่ต้องเดือดร้อนอีกต่อไป เพราะเรามีถุงที่สามารถเอามาใช้ได้ตลอดแล้ว ทั้งยังได้ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมอีกด้วย ถุงเหล่านี้ก็มักจะได้มาเวลาไปงานหนังสือแล้วทางสำนักพิมพ์แจกบ้าง หรือซื้อมาบ้าง เราก็เลยอยากจะเชิญชวนให้เพื่อนๆ ลองมาให้ความจริงจังกับการใช้ถุง(ที่คงจะได้รับแจกกันเยอะในช่วงนี้)กันค่ะ เราในฐานะคนๆ หนึ่งที่อาศัยอยู่บนโลกใบนี้จะได้มีโอกาสได้ช่วยรักษา(ไม่ใช่ช่วยทำลาย)โลกนะคะ
ไม่ค่อยได้ไปช็อปปิ้งสักเท่าไหร่ครับ
บางทีเห็นคนซื้อของที่ 7-11 คือซื้ออะไรเล็กๆ น้อยๆ ที่ดูแล้วไม่จำเป็นต้องใส่ถุงพลาสติกเลยก็ยังจะรับถุงมาอีก พนักงานก็เหมือนกันไม่รู้จะอะไรนักหนา อย่างวันนีผมซื้อลูกอมถุงนึง ยังจะหยิบใส่ถุงให้เลย ก็ต้องบอกไปว่าไม่เอาถุง (ปกติก็ไม่รับถุงอยู่แล้ว)
เมื่อเย็นไปตลาด ซื้อข้าวเหนียวมาห่อนึง แม่ค้าก็ใส่ถุงให้
แล้วผมก็เอามาใส่กระเป๋าอีกที กลับมาแล้วเพิ่งนึกได้ว่าจะใส่ถุงมาทำไม เพราะมันก็ไม่ได้เปื้อนของในกระเป๋าซะหน่อย แอบรู้สึกผิดเล็กน้อย ตอนซื้อไม่ทันคิดกลัวมันจะเลอะเทอะ - -"
ตอนนี้ผมเบื่อกับคำว่าโลกร้อนมาก อย่าสักแต่พูดให้อินเทรนด์โดยไม่รู้หรือไม่พยายามทำอะไรเลย -- เพราะสื่อและคนในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นแบบนั้นจริงๆ
เมนท์ยาวหน่อยนะครับ อัดอั้นตันใจกับประเด็นนี้จริงๆ 55+
#1 By ไม่ต้องรู้ว่าผมคือใคร on 2008-06-07 22:36