หนังสือกับคนตาบอด
posted on 16 Oct 2008 04:16 by nupomme in booksพอดีช่วงนี้ที่เมืองไทยมีงานมหกรรมหนังสือแห่งชาติอยู่ เราก็ขอแอบอินเทร็นด์เขียนเอ็นทรี่เกี่ยวกับหนังสือซะหน่อยค่ะ วันนี้มีประสบการณ์การขอไฟล์หนังสือจากสำนักพิมพ์ต่างชาติมาเล่าสู่กันอ่านค่ะ
วันก่อนได้คุยกับน้องตาบอดที่ได้ทุนเดียวกันแต่เค้าไปเรียนระดับปริญญาตรีที่ออสเตรเลีย น้องถามว่าเราเรียน Ph.D นี่ต้องอ่านเยอะมากเลยใช่ไหม แล้วเราจัดการกับเอกสารที่เป็นตัวพิมพ์เหล่านั้นยังไงน่ะ (คือประมาณว่ามีพี่ๆ ที่ออสเตรเลียถามน้องมาอีกที)คำตอบของเราก็คือส่วนใหญ่เราจะใช้ข้อมูลจากวารสารอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งมีเป็นไฟล์ pdf พร้อมให้โหลดมาใช้โปรแกรมเสียงในคอมพิวเตอร์อ่านได้ทันที แต่ก็มีบางครั้งบางคราวที่เราจำเป็นต้องอ่านหนังสือที่เป็นเล่มๆ ด้วยเหมือนกัน ถ้าเราต้องการข้อมูลจากหนังสือนั้น เราก็จะไปห้องสมุดเพื่อยืมหนังสือออกมาแล้วมาหาคนสแกนให้เป็นไฟล์ word พรอ้มอ่าน เผอิญว่าเป็นหนังสือภาษาอังกฤษก็เลยง่ายหน่อย เพราะว่าสามารถสแกนได้ แต่ถ้าเป็นหนังสือไทยล่ะก็...ยังต้องพิมพ์มืออยู่เหมือนเดิม ถึงจะเริ่มมีการพัฒนาโปรแกรมสแกนตัวอักษรภาษาไทยโดยเนคเทคแล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่เป็นที่แพร่หลาย และยังไม่ค่อยสมบูรณ์เท่าที่ควร ทำให้ส่วนใหญ่องค์กรที่ผลิตหนังสืออักษรเบรลล์ให้คนตาบอด (โดยเฉพาะนักเรียนตาบอด) ยังคงต้องเสียเวลาพิมพ์ด้วยมืออยู่
ด้วยเหตุผลแบบนี้แหล่ะ ทำให้จำนวนหนังสือที่คนตาบอดจะสามารถอ่านได้จึงมีให้เลือกน้อยมาก ขนาดหนังสือเรียนเองนักเรียนตาบอดยังไม่มีเรียนทันเพื่อนสายตาปกติในห้อง บางครั้งเวลาจะสอบยังไม่มีหนังสือครบเพื่ออ่านสอบ สุดท้ายเลยต้องพึ่งให้คนอื่นอ่านให้
ที่จริงเราว่าการแก้ปัญหามีหนังสือให้เลือกอ่านน้อยหรือมีหนังสือเรียนไม่ทันเรียนนี่สมัยนี้สามารถแก้ได้ง่ายแล้วล่ะ ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเด็กนักเรียนตัวกะเปี๊ยกก็ใช้คอมพิวเตอร์เป็นแล้ว เดี๋ยวนี้เวลาทำรายงานก็คงไม่มีใครพิมพ์ด้วยพิมพ์ดีดส่งแล้ว สำนักพิมพ์เองก็คงต้องใช้คอมพิวเตอร์ในการเตรียมต้นฉบับของหนังสือกันแล้ว ถ้าเป็นแบบนี้เหรอ การเปลี่ยนรูปแบบของไฟล์ตัวพิมพ์แบบอักษรปกติให้เป็นไฟล์ตัวพิมพ์อักษรเบรลล์ก็ทำได้ง่ายเพียงแค่คลิกเดียว แต่ปัญหาการมีหนังสือไม่ทันเรียนของนักเรียนตาบอดไทยก็ยังคงเหมือนเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ไม่ได้เปลี่ยนไปตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยีเลย
ทั้งนี้เพราะปัญหาเรื่องกฎหมายลิขสิทธิ์ที่ประเทศเรายังไม่มีข้อยกเว้นในการนำหนังสือมาปรับเปลี่ยนรูปแบบให้คนตาบอดสามารถเข้าถึงได้อย่างถูกกฎหมาย เพราะฉะนั้นทุกวันนี้จะเรียกได้ว่าคนตาบอดเราอ่านหนังสือแบบผิดกฎหมายอยู่ก็ได้ (หรือจะถูกกฎหมายหน่อยก็คือได้มีการขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อนนำมาทำการปรับเปลี่ยนรูปแบบให้เป็นเสียงหรือไฟล์เบรลล์) แต่การขออนุญาตก็ได้แค่คำอนุญาตที่จะเอาหนังสือหนึ่งเล่มมาผลิตซ้ำในรูปแบบที่ต่างไป ทางเจ้าของลิขสิทธิ์ไม่ได้ช่วยลดต้นทุนและระยะเวลาการผลิตให้ด้วยเลย พูดง่ายๆ ก็คือการขอไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ที่ทางสำนักพิมพ์มีมาเพื่อทำการเปลี่ยนเป็นไฟล์อักษรเบรลล์ (โดยที่ไม่ต้องพิมพ์ใหม่) นั้น เป็นเรื่องที่ทางสำนักพิมพ์ส่วนใหญ่ยังไม่ยอมให้
แต่ประสบการณ์ของเราที่ได้รับจากสำนักพิมพ์ฝรั่ง (ขอเอ่ยชื่อค่ะ Sage Publication) คิดว่าหลายคนคงเคยผ่านตาเห็นหนังสือของสำนักพิมพ์นี้มาบ้าง บอกได้ว่าดีค่ะ สำนักพิมพ์ไทยเราน่าเอาเป็นตัวอย่าง (อย่างน้อยขอแค่สำนักพิมพ์ที่ผลิตหนังสือเรียนก่อนก็พอค่ะ)
เราซื้อหนังสือเกี่ยวกับการวิจัยเชิงคุณภาพของทางสำนักพิมพ์นี้มาเล่มหนึ่ง หนังสือหนา 688 หน้า คิดดูสิคะว่าถ้าต้องสแกนหรือพิมพ์ใหม่ทั้งเล่มนี่จะต้องเสียเวลาและเสียค่าใช้จ่ายขนาดไหน แถมหนังสือเล่มใหญ่ก็ไม่ได้สแกนง่ายเสียด้วย เพราะการจะทาบหนังสือลงไปบน flatbed scanner นั้นก็ดูเหมือนว่าง่าย แต่สุดท้ายผลที่ได้รับไม่ค่อยดีค่ะ เพราะว่าหนังสือหนามาก ทำให้ข้อความที่อยู่ตรงสันหนังสือมักจะหายไป แบบนี้ก็ต้องเสียเวลาตรวจทานเพิ่มเข้าไปอีก (บางครั้งเคยถึงขนาดต้องฉีกหนังสือออกเป็นแผ่นๆ ตอนฉีกนี่รู้สึกเสียดายชะมัดเพราะหนังสือสวย แถมซื้อมาแพง :P) สุดท้ายเราเลยตัดสินใจเขียนอีเมลไปหาสำนักพิมพ์เจ้าของหนังสือเพื่อขอไฟล์ pdf ของหนังสือเล่มนี้ค่ะ (บนเว็บไซต์ของสำนักพิมพ์จะมีอีเมลเฉพาะไว้ให้สำหรับคนพิการเขียนไปขอไฟล์หนังสือโดยเฉพาะ) เงื่อนไขง่ายๆ ของทางสำนักพิมพ์คือเราซื้อหนังสือของเค้าและมีใบเสร็จยืนยัน (แต่งานนี้เราไม่ได้ให้ใบเสร็จเพราะทำหายไปแล้ว แค่บอกว่าซื้อเค้าก็เชื่อน่ะ คือเราเองก็ต้องซื่อสัตย์ด้วย) และขอให้เราเอามาใช้เพื่อการศึกษาและใช้ส่วนตัวเท่านั้น ไม่เอาไปเผยแพร่ต่อหรือทำการค้า เขียนเมลไปตอนประมาณ 9 โมงเช้าของเวลาที่อังกฤษ ปรากฎว่าตอนประมาณ 5 โมงเย็นเราก็ได้ไฟล์หนังสือทั้งเล่มกลับมาเรียบร้อยพร้อมอ่านแล้วค่ะ เห็นไหมคะว่าถ้าเพียงแค่สำนักพิมพ์จะใจกว้าง นักเรียนตาบอดก็สามารถมีหนังสือได้อ่านเพื่อการศึกษาได้อย่างรวดเร็ว และในราคาที่เท่ากับที่คนสายตาปกติซื้อกัน อยากให้สำนักพิมพ์หนังสือเรียนใหญ่ๆ ที่บ้านเราเปิดโอกาสแบบนี้บ้างจัง เพราะปัจจุบันนี้เวลาถามน้องๆ ที่เรียนอยู่ในโรงเรียนว่ามีหนังสือมั๊ย น้องๆ ตอบว่าไม่มี, มีบางวิชา, มีไม่ครบทุกบท, มีไม่ครบทันเรียน หรือว่ามีแต่มีหนังสือตัวพิมพ์ปกติ ไม่ใช่หนังสือเบรลล์ (อย่างนี้ถ้าเป็นเราคงไม่เรียกว่ามี เพราะมีก็เหมือนไม่มี อ่านไม่ได้อยู่ดี) ทั้งๆ ที่น้องๆ ตาบอดก็จ่ายสตางค์ซื้อหนังสือเรียนเหมือนน้องๆ สายตาปกติเหมือนกัน แต่ไม่สามารถใช้ประโยชน์จากหนังสือเรียนได้เท่ากันเลย...

#1 By เชน หยินและหยาง on 2008-10-16 05:55