ทำไมคนตาบอดถึงไปไหนมาไหนได้เอง
posted on 22 Oct 2008 15:03 by nupomme in blind"ปอมเก่งเนอะ เดินได้คล่องแคล่วไม่ชนเลย..."
เพื่อนๆ ของแม่เรามักจะเอ่ยประโยคนี้เวลาที่มาที่บ้าน แล้วเห็นเราเดินไปโน่นมานี่ในบ้านได้โดยที่ไม่ชนอะไร (ยกเว้นเวลาที่มีใครเปลี่ยนที่วางของ) แถมเดินเร็ว เดินอย่างมั่นใจ เราเลยมักจะต้องตอบคำถามเดิมๆ อยู่เป็นประจำ
"ก็ชินแล้วอ่ะค่ะ อยู่ในสถานที่ที่คุ้นเคย ก็เลยไม่มีปัญหา"
แต่ในความเป็นจริงแล้วนี่ก็เป็นอีกทักษะหนึ่งที่พวกเรานักเรียนตาบอดจะได้รับการเตรียมความพร้อมจากโรงเรียนสอนคนตาบอด ทักษะนี้มีชื่อยาวๆ (ที่เราต้องใช้เวลาอยู่นานกว่าจะจำได้) ว่า "การสร้างความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมและการเคลื่อนไหว" (Orientation and Mobility – หรือสั้นๆ ว่า O&M)สมัยก่อนที่เราเรียนอยู่ที่โรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพฯ เราเข้าใจว่าวิชานี้ก็คือวิชาเดินไม้เท้า คือพอถึงชั่วโมงนี้ทีไรสิ่งที่พวกเราจะได้ทำก็คือไปเอาไม้เท้ามาคนละอัน (ต้องเลือกขนาดให้เหมาะกับความสูงของตัว นั่นคือให้ไม้เท้าสูงประมาณลิ้นปี่ของเรา) จากนั้นก็ออกไปเดินแกว่งไม้เท้าไปมาภายในบริเวณโรงเรียน แกว่งซ้ายทีขวาทีตามจังหวะการก้าวเท้า วิธีที่ถูกคือต้องแกว่งไม้ไปทางขวาเวลาก้าวท้าวซ้าย สลับกันแบบนี้ บางวันก็อาจจะมีพิเศษหน่อยคือครูให้พวกเราเดินจากโรงเรียนที่อยู่สี่แยกตึกชัยไปที่อนุสาวรีย์ฯ พวกเราจะชอบมาก เพราะได้ออกนอกโรงเรียน เปลี่ยนบรรยากาศ เหมือนได้ออกไปเที่ยว แถมจะตบท้ายด้วยการที่ครูจะเลี้ยงดังกิ้นโดนัทตอนจบชั่วโมง...
ขอสารภาพตามตรงว่าตอนนั้นการเรียนเดินไม้เท้าสำหรับเราเป็นเรื่องที่รู้สึกว่าไม่เห็นจะได้อะไรเลย เพราะสมัยนั้นยังมองเห็นเยอะมาก เป็นคนประเภทสายตาเลือนรางที่เพื่อนๆ มักจะอิจฉาเพราะมองเห็นเยอะ เพราะฉะนั้นเวลาเดินก็จะเดินแกว่งไม้เท้าไปงั๊นๆ แหล่ะ พึ่งมาเห็นประโยชน์ก็ตอนที่มองไม่เห็นเหมือนเมื่อก่อนแล้วนี่แหล่ะ เดี๋ยวนี้เลยกลายเป็นคนขาดไม้เท้าไม่ได้ ต้องถือติดตัวอยู่ตลอด เพราะกลัวเดินชน (ยกเว้นเวลาเดินในบ้านหรือในอาคารที่คุ้นเคย)
ที่จริงการถือไม้เท้านี่ช่วยส่งเสริมบุคลิกภาพได้ในระดับหนึ่ง เพราะจะทำให้คนตาบอดเดินตัวตรงได้อย่างมั่นใจ หากไม่ถือไม้เท้านี่เวลาเดินจะต้องเอาสองแขนยื่นออกไปข้างหน้าเพื่อกันไม่ให้ไปเดินชนอะไรเข้า แล้วก็จะเดินแบบกล้าๆ กลัวๆ ว่าตรูจะเดินไปชนอะไรหรือเปล่าหว่า...
เขียนไปเขียนมาก็พูดถึงแต่เรื่องไม้เท้าแฮะ ที่จริงอยากจะบอกว่าการเรียนวิธีการสร้างความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมและการเคลื่อนไหวนี่ไม่ได้เรียนเรื่องการใช้ไม้เท้าอย่างเดียวเท่านั้นหรอก ทักษะนี้ยังครอบคลุมไปถึงการใช้ประสาทสัมผัสส่วนอื่นๆ เพื่อช่วยในการเคลื่อนไหวและสร้างความคุ้นเคยด้วย
เวลาที่คนตาบอดเราไปในสถานที่ไหนเป็นครั้งแรกก็ตาม พวกเราจะต้อง(หรือควร)ได้รับการทำ O&M นี้ เพื่อให้พวกเราคุ้นเคยกับสถานที่และจะได้สามารถเคลื่อนไหวได้เองอย่างอิสระและปลอดภัย ยกตัวอย่างเช่นตอนแรกที่เรามาเรียนอยู่ที่อังกฤษนี่ ผู้ประสานงานนักศึกษาพิการก็จะพาเราเดินจากหอพักของเราไปที่คณะที่เราจะต้องไปเรียน ระหว่างทางที่เดินเค้าก็จะแนะนำจุดสังเกตหรือจุดเด่นต่างๆ (landmark) ให้เราได้รู้และคอยสังเกต จะได้รู้ว่าเราเดินมาถึงตรงไหนแล้ว และถ้าเจอจุดสังเกตต่างๆ เหล่านั้นเราจะต้องไปไหนต่อ จุดสังเกตพวกนี้ก็อาจเป็นได้ทั้งพื้นถนนที่มีพื้นผิวที่แตกต่างกัน เบรลล์บล๊อก วงเวียน ไฟจราจร ตึก ฯลฯ นอกจากจุดสังเกตที่มนุษย์สร้างขึ้นแล้ว บางครั้งจุดสังเกตที่มีอยู่ตามธรรมชาติก็สำคัญเหมือนกัน เช่น เสียงน้ำไหล กลิ่นต้นไม้ใบหญ้า อะไรพวกนี้
ครั้งแรกที่มาเห็นมหาวิทยาลัยแห่งนี้เราแอบรู้สึกตกใจ ทำไมมันใหญ่อย่างนี้หว่า...แล้วจะเดินได้เหรอเนี่ย เพราะฉะนั้นสองอาทิตย์แรกที่แม่มาส่งและยังอยู่ด้วย เราเลยออกไปฝึกเดินเพื่อจำเส้นทางกันทุกวัน เพื่อที่ว่าเวลาที่แม่กลับไปแล้วเราจะได้สามารถเดินไปไหนมาไหนเองได้ ซึ่งในปัจจุบันเราสามารถพาลูกพี่ลูกน้องเราเดินเที่ยวชมมหาวิทยาลัยได้ตอนที่เค้ามาเยี่ยม
สรุปก็คือนอกจากการใช้ไม้เท้าให้ชำนาญแล้ว วิชา O&M นี่ยังฝึกให้เราคนตาบอดได้หัดใช้ประสาทสัมผัสทั้งทางหู ทางจมูก และการสัมผัส เพื่อช่วยทดแทนประสาทสัมผัสทางตาในการเดินทางด้วย
ด้วยการทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมแบบนี้แหล่ะ พวกเราเลยจะสามารถหาทางกลับบ้านได้ถูกและยังบอกทางให้คนอื่นได้ด้วย เคยมีแท๊กซี่ที่เราใช้บริการแปลกใจมากเมื่อเราสามารถบอกเส้นทางจากบ้านเราไปโรงเรียนตาบอดได้ แถมรู้อีกต่างหากว่าตอนนั้นรถจอดติดอยู่ที่ไหน มีการทดสอบด้วยนะว่า "รู้หรือเปล่า ตอนนี้เรามาถึงไหนแล้ว" พอเราตอบได้เค้าก็ทึ่ง แหม...ก็มันคุ้นจะตายไปบ้านกับโรงเรียน
และความลับอีกข้อก็คือเรายังพอมองเห็นอยู่นะ แต่แท๊กซี่อาจไม่รู้!

#1 By เชน หยินและหยาง on 2008-10-22 16:39