ตาบอด potluck
posted on 21 Dec 2008 23:14 by nupomme in Accessibilityการใช้ชีวิตอยู่ตามลำพังของคนตาบอดนี่บางครั้งในบางเรื่องอาจเป็นเรื่องลำบาก (หรือถ้าจะมองให้ขำก็ได้) วันนี้มีเรื่องมาเล่าให้ฟังเกี่ยวกับการเลือกของกินของใช้ให้ได้ตามที่อยากกินอยากใช้ เพื่อให้เพื่อนๆ เห็นภาพมากขึ้น เราขอยกตัวอย่างประกอบสักหลายๆ ตัวอย่างละกันนะคะ
ตัวอย่าง...
วันหนึ่งได้คุยกับพี่โบ พี่แกบอกว่า...
"ทำไงดีปอม พี่อยากกินโปรตีนรสช๊อคโกแลต แต่เปิดไปแล้วสามกระป๋องเจอแต่วานิลาอ่ะ นี่พี่ใช้วิธีสุ่มเปิดแล้วนะ สงสัยต้องยกลังไปให้เพื่อนห้องข้างๆ ช่วยดู" (ผลิตภัณฑ์ยี่ห้อหนึ่งที่ไม่ขอเอ่ยชื่อในที่นี้ แต่เอาเป็นว่ามันมีสามรส วานิลา, ช็อคโกแลต และสตอเบอรี่) แต่เนื่องจากรูปทรงของกระป๋องเหมือนกันหมดเลย ต่างกันตรงที่ฉลากที่แปะเท่านั้น แต่พวกเราไม่สามารถเห็นได้ เลยต้องสุ่มเอายังงี๊อ่ะค่ะ แล้วหลายครั้งก็ดันสุ่มไม่ได้ของที่อยากกิน อิๆ
อีกครั้งหนึ่ง skype คุยกับพี่โบ พี่แกก็กินไปด้วยคุยไปด้วย
"นี่ปอม ตอนนี้พี่กำลังกินเลย์อยู่ล่ะ (อิๆ อิจฉามะ ที่อังกฤษมีเลย์รึป่าวจ๊ะ) แต่...อย่าถามพี่นะว่าพี่กินรสอะไรอยู่ เพราะไม่รู้อ่ะ! รสชาติมันเค็มๆ...""เอ่อ...พี่โบ มันก็เค็มๆ ทั้งนั้นแหล่ะ สงสัยรสมันฝรั่งแท้รึป่าว?"
เอ้า เดากันเข้าไป คือเดาถูกหรือเดาผิดก็บอกไม่ได้อยู่ดี ฮ่าๆๆๆ
เร็วๆ นี้เล่าให้เปิ้ลฟังว่ามีพี่คนไทยที่อังกฤษไปอเมริกามา เค้าเอาชีโตสรสชีสกลับมาด้วย เรากินแล้วอร่อยมากกก เปิ้ลไปลองหาซื้อดูสิ เคยกินหรือยัง ปรากฎว่าเปิ้ลตอบว่า...
"เราไม่รู้อ่ะว่าเคยกินหรือยัง ตอนมาใหม่ๆ เรากินขนมเยอะมากเลยอ่ะ แต่ไม่รู้ว่ากินยี่ห้ออะไรไปบ้าง!"
อย่าว่าแต่เปิ้ลที่ต้องอยู่คนเดียวที่อเมริกาโดยมีคนไทยแถวนั้นน้อยมากเลยค่ะ ขนาดเราที่อยู่บ้านเดียวกับเพื่อนๆ คนไทย เวลาไปช้อปปิ้งก็ไปกับเพื่อนคนไทย หลายครั้งเรายังไม่รู้เลยว่าไอ้ของที่เราชอบๆ กินน่ะ มันยี่ห้ออะไรบ้าง เพราะฉะนั้นถ้าเกิดเปลี่ยนคนพาไปซื้อของล่ะก็เราก็อาจจะไม่ได้ของอย่างที่เคยได้ เพราะต่างคนก็อาจจะเลื้อกซื้อของกินของใช้คนละยี่ห้อกัน แล้วถ้าเราบอกหน้าตาของแพ๊คเกจไม่ได้ล่ะก็จะเพิ่มความยากในการหาให้อีก ถ้ามองในแง่ดีก็คือเราก็จะได้ลองอะไรใหม่ๆ แต่ถ้าเกิดถูกใจอยากกินอยากใช้ของยี่ห้อนั้นๆ อีก แล้วเกิดลืมถามยี่ห้อมา (หรือถามแต่ดันลืมไปแล้ว) และเกิดไม่ได้ไปช้อปกับคนที่เลือกซื้อของชิ้นนั้นๆ ให้ก็อดค่ะ
ยกตัวอย่างมาแต่ของกิน เดี๋ยวจะโดนเพื่อนๆ หาว่าเห็นแก่กินค่ะ (ซึ่งก็อาจมีความจริงปนอยู่บ้าง 555) เราลองมาดูตัวอย่างพวกของใช้กันบ้างดีกว่าค่ะ
"นี่ๆ พี่ปอม เราอยากรู้ว่าน้ำหอมที่พี่ใช้นี่ของอะไรน่ะ" น้องลูกเกดถาม
"ขวดไหน?" เราถามกลับ
"ขวดนั้นน่ะ ขวดที่พี่เอาไปใช้ตอนไปขอนแก่นน่ะ" น้องว่า
"อ๋อ ของ CK น่ะ" เราตอบ
"กลิ่นอะไร" น้องถามต่ออ้าว ดันมาถามคำถามยากซะแล้วมั๊ยล่ะ "จำไม่ได้แล้ว ซื้อมาสักระยะแล้ว อะไรสักอย่าง summer นะ" อิๆ กระจ่างมากเลยเนอะ
ตัวอย่างที่ยกมานี่เอาไว้ให้อ่านเพื่อให้ได้เข้าใจวิถีชีวิตของคนตาบอดมากขึ้นค่ะ ถ้ามองในแง่นึงคนตาดีก็อาจจะเห็นว่าเป็นเรื่องลำบากที่ในบางครั้งคนตาบอดไม่สามารถเลือกกินเลือกใช้อะไรที่อยากกินอยากใช้ในโอกาสนั้นๆ ได้ แต่ถ้ามองอีกแง่นึง พวกเราคนตาบอดก็สามารถมองให้เป็นเรื่องไม่ซีเรียส มองให้มันเป็นเรื่องขำได้ค่ะ (แต่ถ้าได้กินได้ใช้อะไรอย่างที่อยากกินอยากใช้ก็จะดีกว่าค่ะ)
คราวนี้ลองมาดูสถานการณ์สุดท้ายกันบ้าง บางทีไอ้การไม่สามารถมองเห็นฉลากที่แปะอยู่บนผลิตภัณฑ์ต่างๆ ก็อาจกลายเป็นเรื่องซีเรียสได้เหมือนกัน ในกรณีนี้ก็อย่างเช่นการกินยาค่ะ...
เมื่อหลายปีที่แล้ว (สมัยที่เรายังพอมองเห็นมากกว่าตอนนี้) เราได้ไปทำงานเป็นผู้ประสานงานการจัดการสัมมนาเรื่อง ICT สำหรับคนพิการ ซึ่งจะมีผู้เข้าร่วมเป็นทั้งคนพิการและคนไม่พิการจากประเทศต่างๆ หนึ่งในนั้นเป็นผู้เข้าร่วมตาบอดจากอินโดนีเซียค่ะ เผอิญว่าคุณคนนั้นเกิดป่วย เลยมีคนพาไปหาหมอที่โรงพยาบาล หมอจ่ายยามาให้หลายขนาน ทีนี้พอกลับมาถึงโรงแรมเกิดปัญหาว่าไม่รู้ว่าต้องกินยาชนิดไหนตอนไหน กี่เม็ดบ้าง อะไรงี๊น่ะค่ะ เจ้าหน้าที่ฟร้อนท์ที่โรงแรมช่วยดูและบอกให้ได้ แต่ลองคิดดูสิคะว่าถ้าคุณต้องจำยาที่มีอยู่หลายซองว่ากินอะไร ตอนไหน อย่างไร โดยที่บางครั้งรูปร่างของเม็ดยาก็ไม่ต่างกันมาก คุณจะแน่ใจได้อย่างไรว่ากินผิดหรือกินถูก หรือบางทีอาจสับสนได้ โชคดีมากที่เราอยู่แถวนั้นเลยช่วยเอาสเลตกับสไตลัส (อุปกรณ์การเขียนอักษรเบรลล์) มาช่วยเขียนฉลากยาให้เป็นเบรลล์ใส่ในซองยาแต่ละซองให้คุณอินโดคนนั้นค่ะ เค้าขอบคุณใหญ่เลย (อิๆ รู้สึกดีที่ได้ทำประโยชน์)
เรื่องที่เล่ามานี้อาจชี้ให้เห็นถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นต่อชีวิตและทรัพย์สินของคนตาบอดได้ หากพวกเราไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร เนื่องจากไม่สามารถมองเห็นเพื่ออ่านฉลากของผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้ ดังนั้นในปัจจุบันจึงมีความพยายามที่จะใส่อักษรเบรลล์เข้าไปในแพ๊คเกจของผลิตภัณฑ์บางประเภทและบางยี่ห้อ เช่น กระป๋องเครื่องดื่มแอลกอลฮอลที่ญี่ปุ่น, ที่กล่องครีม และล่าสุดที่อังกฤษมีความพยายามที่จะทำฉลากยาและวิธีการใช้ยาให้เป็นอักษรเบรลล์ค่ะ
เอาล่ะค่ะ นี่เป็นเพียงประสบการณ์เล็กๆ น้อยๆ ที่เอามาเล่าสู่กันฟังสนุกๆ (หรือเผื่อจะมีเพื่อนๆ คนไหนผ่านมาอ่านแล้วเกิดปิ๊งไอเดียอยากออกแบบแพ๊คเกจจิ้งของผลิตภัณฑ์เจ๋งๆ ให้คนตาบอดสามารถใช้ได้ หรือเกิดความคิดจะเอาอักษรเบรลล์ไปแปะบนตัวผลิตภัณฑ์ต่างๆ ก็ไม่ว่ากันค่ะ จะเป็นการดีมากซะด้วยซ้ำไป)

น่าแปลกตรงที่ตัวเองก็ทำบล็อคอยู่ แต่ไม่ได้มาหาใน exteen 555+
ไปซื้อชีโตสมาแล้ว (เอาจนได้) เรื่องขนมเนี่ย..ขอ ให้บอก...
เออ ขอเสริมอีกนิดเรื่องหาซื้อขนมนะ ส่วนใหญ่เราก็มักจะทำอะไรเองที่นี่ มีครั้งหนึ่งติดใจขนมญี่ปุ่นซึ่งมีพี่แนะนำอีกทอด ปรากฎติดใจจะไปหาใหม่ ไม่รู้ชื่อ (มันก็เป็นตัวคันจิด้วยสิ) เอาไงดี อยากกิน พอดีโชคดีไปเจอคนญี่ปุ่นที่ร้านเลยให้เขาวยหาให้ อธิบายแทบตาย... ถ้าขนมที่ว่ามีเบบร์ลแปะไว้เหมือนกระป๋องเบียร์ของญี่ปุ่นก็ดีสิเนอะ
เล่าต่ออีกหน่อย เคยทำรายงานเรื่อง RFID ที่แปะแทกส์แล้วเอาเครื่องส่งสัญญาณไปอ่านตามแผงสินค้า มันก็สามารถบอกได้ว่าสินค้านี้คืออะไร ราคาเท่าไหร่ แต่ตอนนี้ยังไม่มีใครกล้าลงทุนขนาดให้มันพูด ได้แต่กดคิดราคาเฉย ๆ โอย...ถ้าจะยาว กระซิบผ่านหลังไมล์แล้วกันนะถ้ามีใครอยากรู้อ่ะ ไปล่ะ
#1 By Apple (149.159.14.204) on 2008-12-22 01:47