Coventry - New College Worcester (อ่านว่า วู้สเตอร์)

29-31 January 2009

Day 1

มาเรียนอยู่ที่อังกฤษปีนี้ก็เข้าปีที่ 5 แล้ว ถ้าจะจบกลับบ้านไปโดยที่ไม่ได้ ไปเยี่ยมเยียนโรงเรียนสอนคนตาบอดของที่นี่สักแห่งเลยก็คงจะเสียเที่ยวมาก น้องลูกเกดผู้น่ารักของเราก็เลยอาสาพาไปเที่ยวโรงเรียนที่น้องเคยเรียนตอน A Level ก่อนที่จะเข้ามหาวิทยาลัย

 

หลังจากที่คุยกันมานาน พวกเราก็เลือกได้ฤกษ์งามยามดี ช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา  เนื่องจากเราไม่เคยเดินทางเองในอังกฤษเลย ต่างกับน้องลูกเกดที่เดินทางเก่งสุดๆ น้องเลยตกลงกับเราว่าจะนั่งรถไฟมาแวะรับเราที่ Coventry ซึ่งเป็นสถานีรถไฟในเมืองที่เราอยู่ จากนั้นค่อยขึ้นรถไฟต่อไป Worcester ด้วยกัน

 

สายๆ ของวันพฤหัสบดีที่ 29 เรานัดแท๊กซี่ให้มารับจากที่บ้าน เพื่อไปส่งที่สถานีรถไฟที่นัดกันไว้ สถานีนี้อยู่ห่างจากบ้านเราประมาณ 10 นาทีได้ พอไปถึงสถานีรถไฟ เราก็ขอให้คนขับช่วยพาเราไปส่งที่ ticket office ตามที่นัดกับน้องไว้ รอประมาณ 5 นาที รถไฟของน้องลูกเกดก็มาถึง

 

เวลาคนตาบอดเดินทางด้วยรถไฟนี่ก็จะสามารถขอผู้ช่วยได้ ซึ่งน้องลูกเกดได้จองออนไลน์ไว้ล่วงหน้าแล้ว จากสถานี Coventry ผู้ช่วยก็จะพาพวกเราส่งขึ้นรถไฟต่อไปยังสถานีปลายทางที่ Worcester ไม่ว่าพวกเราจะต้องเปลี่ยนรถที่ไหนก็จะมีคนมาคอยรอรับพวกเราเพื่อส่งต่อจนกว่าจะถึงสถานีปลายทาง ซึ่งโชคดีที่ครั้งนี้ไม่มีใครลืมพวกเรา (แอบกระซิบถามน้องว่าเคยมีลืมไหม น้องบอกว่าก็มีบ้าง)

 

จากสถานี Worcester Shrub Hill พวกเราจ้างแท๊กซี่ให้ไปส่งที่ B&B (bed and breakfast) ที่จองไว้ล่วงหน้า พอขึ้นรถปุ๊บ แท๊กซี่เห็นพวกเราตาบอดถามทันทีเลยว่าจะไป blind college ใช่มั๊ยจ๊ะ...เปล่าหรอกจ๊ะ พวกเราจะไป Holland House บนถนน London ต่างหากล่ะ  (blind college ของยูน่ะเดี๋ยวค่อยไปวันพรุ่งนี้)

แท๊กซี่มาส่งเราสองคนที่หน้าบ้านหมายเลข 210 ตามที่บอก พาพวกเราไปที่รั้วบ้าน แล้วก็จากไป

 

ถ้าใครเดินผ่านไปผ่านมาตอนนั้นคงจะเห็นผู้หญิงตาบอดถือไม้เท้าสองคนยืนอยู่ หน้าประตูบ้านสีน้ำเงิน (เดินเข้ารั้วมาแล้ว) กำลังก้มๆ เงยๆ  ยื่นมือคลำไปทั่วบริเวณประตู ใครพอเดาออกบ้างคะว่าพวกเรากำลังหาอะไรกันอยู่...  พวกเรากำลังหากริ่งประตูบ้านค่ะ! หากันอยู่นานมาก...แล้วก็ไม่เจอด้วยนะ...

"นี่ๆ พี่ปอม เราว่ามันต้องอยู่แถวนี้แหล่ะ ตรงขอบประตูด้านขวานี่ ก็มันมีสายไฟ" น้องลูกเกดพูด พร้อมกับใช้นิ้วไล่ไปตามสายไฟนั้น แต่ไล่เท่าไหร่ก็หาไม่เจอสักที เราไปช่วยหาก็หาไม่เจอ...หาบนประตูก็แล้ว...หาตรงเสาข้างๆ ก็แล้ว...แต่ก็ยังไม่เจอ กริ่งมันอยู่ไหนนะ บนประตูก็ไม่มีเหล็กไว้ให้เคาะซะด้วย เคาะด้วยมือคนข้างในก็ไม่ยักได้ยิน สรุปสุดท้ายน้องลูกเกดก้มลงไปเจอช่องที่ไว้ให้สอดจดหมาย เลยจัดการเคาะแถวๆ นั้น ปรากฎว่าในที่สุดเจ้าของบ้านก็ได้ยิน...เฮ้อ!...ได้เข้าบ้านซะที ตอนหลังถามเจ้าของบ้านอีกทีเค้าก็บอกว่าอยู่ทางขวานั่นแหล่ะจ้ะ พวกเราออกมาคลำหาอีกทีตอนที่ออกไปข้างนอกถึงได้เจอ ปุ่มเล็กนิดเดียว แล้วมันก็ไม่ได้อยู่ตรงประตูพอดี แต่อยู่ตรงส่วนที่เป็นกำแพงใกล้ๆ แถวนั้น...โถ...ตาบอดสองคนก็คลำหากันให้วุ่น

 

พวกเราจองห้อง twin ที่มีห้องน้ำในตัวไว้ เจ้าของบ้านพาพวกเราขึ้นไปที่ห้อง ตอนขึ้นบันไดนี่พี่แกบอกด้วยนะว่ามีทั้งหมด 15 ขั้น (สงสัยแอบนับไว้แล้วล่วงหน้า) พอไปถึงห้องเค้าก็จัดการอธิบายเจื้อยแจ้วว่ามีอะไรอยู่ในห้องบ้าง วิธีการใช้ห้องน้ำ (อธิบายว่าเป็นฝักบัวให้ยืนอาบ แม้กระทั่งโถส้วมก็บอกว่าเป็นแบบ sunny bowl นะ เพราะฉะนั้นเธอห้ามทิ้งอะไรสุ่มสี่สุ่มห้าลงไปในโถนอกจากกระดาษทิชชู่นะ) เค้ามีเอกสารเป็นอักษรเบรลล์ให้พวกเราด้วย เห็นบอกว่ามีนักเรียนตาบอดที่กลับมาเยี่ยมโรงเรียนมาพักกันบ่อย หลังจากอธิบายรายละเอียดต่างๆ เรียบร้อย และตกลงนัดเวลาอาหารเช้ากันเสร็จเค้าก็ออกจากห้องไป เป็นอันเสร็จพิธี

 

พักเหนื่อย จิบชากาแฟที่มีไว้ให้ในห้องกันเรียบร้อย น้องลูกเกดก็ชวนว่าเราออกไปสำรวจเส้นทางกันหน่อย จะได้รู้ว่าเราอยู่แถวๆ ไหน (อ้อ! น้องเค้าถามเจ้าของบ้านไว้เรียบร้อยแล้วว่าบ้านตั้งอยู่ ประมาณไหนของถนน แต่เพื่อความชัวร์ เราก็ต้องออกไปเดินดูกัน) แต่ก่อนออกน้องก็บอกว่าเดี๋ยวจะให้พี่ยืนเป็นหลักไว้หน้าบ้านก่อนนะ ตอนที่เค้าไปสำรวจทางด้านขวาที่เค้าคิดว่าน่าจะเป็นทางเดินไปโรงเรียน เพราะไม่งั๊นเดี๋ยวพวกเราจะหาบ้านไม่เจอ

น้องสำรวจเส้นทางทางด้านขวาเรียบร้อย จากนั้นเราก็จะชวนกันไปทางซ้าย ซึ่งเป็นทางไป Tesco Express จะได้หาซื้อน้ำขนมไว้สักหน่อย ระหว่างที่เดินไปพวกเราก็พยายามหาจุดสังเกตเช่นประตูบ้าน ไฟจราจร ฯลฯ ไว้ เพื่อที่เวลากลับจะได้เข้าบ้านถูก

 

พอไปถึงเทสโก้ เดินหาซื้อขนมน้ำต่างๆ นานา ด้วยการเดินคลำไปเรื่อยๆ (ประกอบกับที่น้องลูกเกดพอจำได้ว่าอะไรน่าจะอยู่ประมาณไหน) จนได้ของเกือบครบขาดแต่ผลไม้ พวกเราก็เดินมาเจอกล่องๆ หนึ่งมีขายตุ๊กตาตัวเล็กที่เอาไว้ห้อยเป้อะไรพวกนี้ พวกเราก็ยืนจับดูกันใหญ่ว่ามีตัวอะไรน่ารักๆ บ้าง จับเจอตัวแรกคือเพนกวิน...แล้วมีตัวอะไรอีกบ้างนะ....คุ้ยต่อไปเรื่อยๆ...

"พี่ปอม...ตัวอะไรไม่รู้หน้าแบนๆ" น้องลูกเกดพูด พร้อมกับยื่นตุ๊กตามาให้เราดู

เรายังพอมองเห็นสีอยู่บ้าง ใช้มือคลำประกอบกับการเหล่ดูสี ก็ตอบได้ว่า "อ๋อ...ซานตาคลอสน่ะ" โอเค...ซานต้าไม่เอา...หาต่อไป...

"พี่ปอม...ตัวนี้หมาแน่ๆ เลย มันคาบกระดูกอยู่ในปากด้วย" น้องส่งมาให้ดูอีกตัว

เราคลำและดูได้คำตอบว่า..."ไม่ใช่...นี่มันซานต้าต่างหากเล่า แค่ตัวใหญ่กว่าไอ้ตัวเมื่อกี๊"

"อะไรพี่...มันคาบกระดูกอยู่ในปากนะ" น้องลูกเกดว่า

"นั่นมันหนวดซานต้าต่างหากล่ะ! กระดูกอะไรที่ไหน"" เราตอบพร้อมกับส่งกลับไปให้น้องคลำดูอีกที ""เห็นมั๊ยตรงปลายหนวดมันโค้งๆ นิดนึงด้วย"

น้องลูกเกดคลำๆ ตามที่บอก พอรู้ว่าไอ้ที่คิดว่ากระดูกน่ะมันหนวดซานต้าต่างหาก ก็พากันหัวเราะกันใหญ่ (คาดว่าตอนนั้นคนทั้งร้านอาจหันมามองเราสองคน อิๆ)

 

สรุปพวกเราเลยได้นกเพนกวินกันมาคนละตัว เพราะลงความเห็นกันว่าไม่ค่อยเจอตุ๊กตารูปนกเพนกวินกันเท่าไหร่...เออ ดี ไป Worcester เพื่อเยี่ยมโรงเรียนตาบอด ได้ของฝากเป็นตุ๊กตานกเพนกวิน...

 

ซื้อของกันเสร็จพวกเราก็เดินกลับที่พักกัน ปรากฎว่าเดินหาบ้านไม่เจอ...เดินเลี้ยวเข้าไปบ้านแรกกันด้วยความมั่นใจ ปรากฎว่าไม่ใช่ ประตูบ้านนี้มันสีออกแดงๆ (ดีนะที่ยังพอเห็นสีอยู่บ้าง ไม่งั๊นเอากุญแจไปแหย่บ้านชาวบ้านสุ่มสี่สุ่มห้า เดี๋ยวเจ้าของบ้านออกมาทำหน้ายักษ์ใส่ละก็ยุ่งกัน)

 

เลี้ยวออกจากบ้านแรก แล้วเดินต่อไปอีกนิด อ้าว...ไม่ใช่แล้ว เพราะมันเป็นทางเลี้ยวขวาแล้ว...ถอยๆๆ เดินย้อนกลับไปใหม่ และก็เดินข้ามบ้านที่พวกเราเข้าผิดไป เดินถอยไปอีกนิด จนสุดท้ายก็เจอบ้านของพวกเรา...เข้าไปถึง...อ้อ...ประตูสีน้ำเงินถูกแล้วล่ะ แหย่กุญแจลองดู...อ้อ...ไขได้...ถึงซะที

 

ตอนเย็นพวกเราก็ออกไปหาอาหารจีนตรงที่เลยเทสโก้ไปหน่อย อิ่มอร่อย ฝ่าความหนาวกลับที่พัก ถึงห้องหมดแรงไปตามๆ กัน...พรุ่งนี้ต้องรีบตื่นขึ้นมาเตรียมตัวไปโรงเรียนกันแต่เช้า รีบเข้านอนดีกว่า

 

(โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ)

Comment

Comment:

Tweet

it's good to see this information in your post, i was looking the same but there was not any proper resource, thanx now i have the link which i was looking for my research.

#12 By Dissertation (116.71.6.64) on 2011-02-22 04:09

you share always best,that is way i visit your blog,

#11 By Dissertation Writer (59.103.213.121) on 2010-10-18 17:01

xXNnhF xlytmqak trsuzhra smqtskzy

#10 By bOrkkazLF (89.248.172.50) on 2009-07-28 09:33

ผมเข้ามาเยี่ยมชม เพราะได้มาเยี่ยมมหาวิทยาลัยในประเทศอังกฤษในช่วง 22-28 มีนาคม พ.ศ. 2552 และได้ไปเยี่ยมมหาวิทยาลัยชื่อ The University of Worcester, เมือง Worcester เดินทางไปด้วยรถไฟ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2-3 ชั่วโมง

แต่ได้มาอ่านข้อเขียนแล้ว คิดว่าเป็นสิ่งที่ดี ที่จะให้คนได้มีสติและสำนึกในเพื่อนๆที่เขามองไม่เห็น และหากเป็นไปได้ ให้กลับมาสร้างสังคมของเราในแบบที่เรียกว่า Blind Friendly

#9 By Pracob Cooparat (24.193.52.77) on 2009-04-28 06:51

แหม น่าระทึกใจจริง ๆ อย่างงี้ต้องคลิ๊กคลิ๊กคลิ๊ก ต่อbig smile

#8 By Apple; (149.159.14.204) on 2009-02-10 06:26

ติดตามตอนต่อไปด้วยใจระทึก

#7 By mahaoath on 2009-02-02 20:13

แหม คุณหมอเชน คนมองซานต้าออกก็เกือบซื้อมะเขือเทศเพราะคิดว่าเป็นองุ่นมากินเหมือนกันนะคะ
เจ๊ ไม่เล่าด้วยหล่ะว่า ใครบางคนดูไม่ออกวว่า snowman คือ snowman
ต้องให้ข้าพเจ้าออกโรงถามในร้าน
ตาคนตอบก็พิลึกเนอะ เราถามเขาว่า ขอโทษนะคะไอ้เจ้าตัวนี้คืออะไรเหรอคะ
เขาก็ตอบเราว่า อ๋อ เป็นประเภทพวกคริสต์มัสตุ๊กตาหน่ะ
(เออ รู้แล้วละแต่อยากรู้ว่าไอ้จมูกยาว ๆ เนี่ยะมันคืออะไร)
กว่าจะย้ำให้อาเฮียแกเข้าใจว่าฉันถามชื่อของมันได้ สุดท้ายเลยรู้ว่าเป็น snowman ตัวผอม ๆ ตัวหนึ่ง
ติดตามอ่านต่อไปนะคะ ถ้าคุณปอมไม่เผาตัวเอง ดิฉันจะตามมาเผาใน comment นี่ระHot! Hot! Hot! open-mounthed smile

#6 By ลูกเกด on 2009-02-02 17:35

เป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำเหมือนกันนะครับเนี่ย

แอบขำเรื่องหนวดซานต้ากับกระดูกหมา
รออ่านตอนต่อไปจ๊ะ
บริการรถไฟที่นั่นดีจัง
บ้านพักก็ดี ตุ๊กตาเพนกวิน น่ารักดีออก
เป็นเรา เราก็ไม่ซื้อซานต้า ซื้อเพนกวินเหมือนกันconfused smile

#4 By MamiLuv on 2009-02-02 16:24

แค่วันแรกก็น่าสนุกตื่นเต้นเร้าใจซะขนาดนี้แล้ว หุๆ ซานต้ากลายเป็นหมาคาบกระดูกไปซะได้ ดีที่ปอมยังพอมองออก ไม่งั้นซื้อกลับไปฝากใครแล้วบอกว่าอะ ซื้อหมามาให้ กร๊ากกกก

รออ่านต่อนะ big smile
สนุกและลุ้นจริงค่ะ (ฮา) ของฝากเป็นเพนกวินก็ไม่เห็นเป็นไรเลย!

#2 By hikaru on 2009-02-02 10:20

เมือนบ้านเราไหมคะ โรงเรียนคนตาบอด

#1 By chockcolate_am on 2009-02-02 06:47