คราวก่อนที่เอา ข่าวเกี่ยวกับการฟ้องร้องรถไฟฟ้า BTS ในเรื่องเกี่ยวกับการจัดสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ลิฟต์ ให้คนพิการ (รถเข็น) สามารถเข้าถึงและใช้บริการได้มาบอกเล่าให้ได้อ่านกัน ก็เกิดกลัวว่าเดี๋ยวคนอ่านจะเข้าใจผิดไปว่ามีแต่เรื่องแย่ๆ เกี่ยวกับรถไฟฟ้า BTS ทั้งๆ ที่ความจริงมันก็มีด้านดีเหมือนกัน (จากประสบการณ์ของเราเอง) วันนี้เลยอยากจะลืมเรื่องสาธารณูปโภคสิ่งก่อสร้างกันชั่วคราวค่ะ (แต่ไม่ใช่ลืมไปเลยนะ) แล้วมาดูกันถึงเรื่องบริการบ้างค่ะ 

 

หลายปีที่แล้ว ตอนก่อนที่จะมาเรียนต่อที่อังกฤษ เราได้มีโอกาสทำงานเป็นคนตรวจพิสูจน์หนังสืออักษรเบรลล์ที่หน่วยงานราชการแห่งหนึ่ง ต้องเดินทานจากบ้านไปทำงานทุกวัน เพื่อความสะดวกเลยย้ายไปอยู่บ้านคุณย่าที่สุขุมวิท เลยได้ใช้บริการรถไฟฟ้า BTS เป็นประจำทุกวัน และเพราะได้ใช้บ่อยอย่างนี้นี่เอง เลยมีเรื่องราวเรียกรอยยิ้มให้เราเก็บไว้เป็นความทรงจำดีๆ มากมาย ได้เก็บเอามาเล่าให้เปิ้ลฟังก็เยอะ จนเปิ้ลแซวว่า "แกน่าจะเขียนรวมเล่มนะ เผื่อเอาไปให้BTS เค้าดู แล้วอาจจะได้ตั๋วฟรีตลอดชีพ ฮ่าๆๆ" แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่ได้มีโอกาสบันทึกเรื่องราวลงเป็นตัวอักษรเลย วันนี้เลยกะว่าจะเอามาเขียนเล่าให้เพื่อนบนบล๊อกอ่านกันหน่อยดีกว่า  

 

ความทรงจำดีๆ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นบริการที่ได้รับจากพนักงานของ BTS ไม่ว่าจะเป็นคุณ รปภ. คุณคนขับรถไฟ คุณแม่บ้าน และคุณเจ้าหน้าที่ที่ตู้ขายตั๋ว นอกจากนั้นก็ยังมีผู้โดยสารใจดีที่ได้เจอบน BTS อีกหลายคน...

 

คุณ รปภ. คนแรกที่รู้จักชื่อและเราจำได้แม่นก็คือ คุณ รปภ. คมสัน (ขออนุญาตเอ่ยชื่อนะคะ) จำได้ว่าคุณ รปภ. คนนี้ตอนนั้นประจำอยู่ที่สถานีทองหล่อที่เราต้องขึ้นทุกวัน ครั้งแรกที่เจอเค้าเดินเข้ามาทักพร้อมกับแนะนำตัว (ทำถูกหลักการเข้ามาพูดคุยกับคนตาบอดเลยนะนี่) แล้วเค้าก็ถามชื่อเรา หลังจากนั้นดูเหมือนว่าคุณ รปภ. หลายๆ คนจะรู้จักเราไปโดยปริยาย เคยมีครั้งหนึ่งไปลงที่สถานีชิดลม (ซึ่งไปไม่บ่อยนัก) ได้เจอคุณ รปภ. คนหนึ่งเข้ามาทักว่า "สวัสดีครับ คุณปอม" เรางงเลย เอ่อ...รู้จักเราได้ไงเนี่ย...แต่มันก็เป็นความรู้สึกที่ดีอ่ะนะ ที่วันๆ คุณ รปภ. เค้าก็เจอคนเยอะแยะ แต่ก็ยังจำเราได้ (แต่ก็คงไม่ยากเพราะคนตาบอดใช้รถไฟฟ้าคงมีนับจำนวนได้) ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกเราจะถามเค้าว่ารู้จักชื่อเราได้ไง แล้วเค้าตอบว่าจากคุณ รปภ. คมสัน นั่นแหล่ะ เพราะรู้สึกเค้าจะย้ายมาจากสถานีทองหล่อ

 

หน้าที่ของคุณ รปภ. เวลามีคนตาบอด (ศัพท์เทคนิคของคนรถไฟฟ้าที่ใช้เรียกพวกเราคนตาบอดคือ พิเศษ 60 ตา) ก็คือเปิดประตูพิเศษด้านข้างให้เราเดินเข้าอย่างสบาย (แต่ที่จริงเราชอบเสียบตั๋วเดินเข้าเองมากกว่า) แล้วก็นำทางเราขึ้นไปตรงชานชาลา เพื่อรอส่งขึ้นรถ (เค้าจะส่งเราขึ้นประตูแรกหลังคนขับ เพื่อที่ว่าคนขับจะได้ช่วยดูแลได้ด้วย) จากนั้นคุณ รปภ. ที่สถานีต้นทางที่เราขึ้นก็จะวอบอกต่อๆ กันไปว่ามีผู้โดยสารตาบอดกำลังเดินทางอยู่บนรถ และจะไปลงปลายทางที่สถานีไหน เพื่อให้คุณ รปภ. ที่สถานีปลายทางมารอรับที่ประตูรถ และอำนวยความสะดวกให้พวกเราจนออกจากสถานีนั่นแหล่ะจึงจะหมดหน้าที่ของคุณ รปภ. ที่สถานีปลายทาง

 

ตามความเข้าใจของเราคือคุณ รปภ. ส่งพวกเราตรงบันไดทางออกที่เราต้องการเท่านั้นก็น่าจะหมดหน้าที่ของเค้า แต่โดยมากแล้วคุณ รปภ. จะไม่หยุดอยู่แค่หัวบันได หากแต่จะเดินลงไปส่งถึงพื้นข้างล่างเลย เท่านั้นก็นับว่าประทับใจมากพอแล้วนะคะ แต่มีหลายครั้งที่ทำให้เราประทับใจมากยิ่งขึ้นไปอีกค่ะ

 

ครั้งแรกคือตอนหลังจากที่เราพึ่งผ่าตัดตาครั้งสุดท้ายเสร็จใหม่ๆ และพึ่งรับรู้ความจริงอันเจ็บปวดว่าตาของเราจะไม่กลับไปมองเห็นเหมือนเดิมอีก ต้องเริ่มหัดใช้ไม้เท้าช่วยในการเดินทางแล้ว ครั้งนั้นเรากลับจากไปประชุมคณะทำงานเพื่อจัด English Camp ของชมรมเยาวชนตาบอดไทยที่เราได้ริเริ่มไว้ตั้งแต่ก่อนเข้าผ่าตัด เรานั่งรถไฟฟ้ากลับมากับเปิ้ล แต่เราลงก่อนที่สถานีทองหล่อ ส่วนเปิ้ลจะไปลงปลายทางที่อ่อนนุช และด้วยความเป็นห่วงของเปิ้ลที่เรายังปรับตัวกับสภาพการมองเห็นแบบใหม่ไม่ค่อยได้ เปิ้ลเลยลงจากรถไฟพาเราลงมาส่งท