น้ำปลา + น้ำใจ

posted on 28 Jun 2009 02:49 by nupomme  in England

แหะๆ สวนกระแสกับคนอื่นสุดๆ ในขณะที่ Exteen มีกิจกรรม June write ให้สมาชิกได้เขียนเอนทรี่กันทุกๆ วัน แต่สำหรับเราเดือนนี้เขียนไปเอนทรี่นึงแถวๆ ต้นเดือน โผล่มาอีกทีก็สิ้นเดือนพอดี :P  

 

วันนี้มีเรื่องอยากเล่าค่ะ เลยโผล่มาอัพบล๊อกได้ เป็นเรื่องราวเล็กๆ น้อยๆ สองเรื่องที่ไม่เกี่ยวกัน (ยกเว้นคำว่า น้ำ) เรื่องนึงให้ความรู้สึกขำเล็กๆ แต่อีกเรื่องนึงให้ความรู้สึกดีๆ ค่ะ  

เรื่องแรกเป็นเรื่องขอน้ำปลาแท้ตราปลาหมึกของไทยเราที่ โก อินเตอร์ มาขึ้น shelf ที่เทสโก้สาขาใกล้บ้าน (และมหาวิทยาลัย) ของเราค่ะ

  

ความจริงเมื่อก่อนเทสโก้สาขานี้ก็ไม่ได้มีเครื่องปรุงไทยๆ อย่างน้ำปลา กะทิ หรือเครื่องแกง มาวางขายหรอกนะคะ ทั้งๆ ที่มหาวิทยาลัยเรามีนักเรียนไทยมาเรียนเฉลี่ยปีละเกือบร้อย มาตั้งนานแล้ว (จำนวนนี้อาจฟังดูเยอะ แต่คงไม่ต้องบอกว่าแพ้นักศึกษาจีนขาดลอยค่ะ)

 

สมัยก่อนถ้าอยากซื้อเครื่องปรุงอาหารไทยพวกเราต้องนั่งรถเมล์เข้าเมืองเพื่อไปซื้อที่ร้านไทยกันค่ะ แต่เมื่อสามปีก่อนมีร้านของคนเกาหลีมาเปิดในช้อปปิ้ง เซ็นเตอร์ (ที่เทสโก้ตั้งอยู่ด้วย) ร้านนี้ชื่อ Fresh Asia คือไม่ได้ขายแต่ของไทยอย่างเดียว แต่ยังมีเครื่องปรุงและอาหารของชาติอื่นๆ เช่น จีน เกาหลี ญี่ปุ่น มาเลเซีย วางขายด้วย ก็นับว่าเป็นโชคดีของพวกเรานักเรียนไทยที่ไม่ต้องถ่อสังขารเข้าเมืองไปแบกข้าวไทยถุงละห้ากิโลขึ้นรถเมล์กันมา (ความจริงเทสโก้ก็มีข้าวไทยขายอยู่แล้ว แต่แค่กิโลเดียว ไม่จุใจค่ะ อิๆ)

  

คงไม่ต้องบอกว่าร้าน Fresh Asia (หรือที่เราเรียกกันย่อๆ ว่า FA) จะขายดีขนาดไหน...

  

วันดีคืนดีพวกเราก็เดินไปเจอว่าเทสโก้ไปเอาเครื่องปรุงอาหารไทย (อย่างที่ยกตัวอย่างข้างบน) มาวางขายแข่งบ้าง ในราคาที่ถูกกว่านิดนึง ตอนแรกพวกเราก็ไม่ค่อยอยากส่งเสริมพฤติกรรมแบบนี้เท่าไหร่ คืออยากให้ร้านเล็กๆ เค้าอยู่ได้ด้วยการพยายามไปซื้อของพวกน้ำปลา กะทิ อะไรพวกนี้จาก FA เหมือนเดิม แต่วันนี้เผอิญไม่รู้เพื่อนเรานึกยังไง ลองซื้อน้ำปลาตราปลาหมึกจากเทสโก้แทน พอมาดูบิลปรากฎว่าได้เห็นความไม่ค่อยประสากับอาหารเอเชียของฝรั่งค่ะ คือแทนที่ที่บิลจะเขียนว่า “fish sauce” เค้ากลับเขียนว่า “squid sauce” แทนไปซะนั่น ฮ่าๆๆ

  

จะว่าไปมันก็อาจจะไม่ใช่ความไม่ประสาอาหารเอเชียของฝรั่งไปซะทั้งหมดหรอก ก็แหม...ของข้างในเป็นน้ำปลา แต่ไปตั้งชื่อแบรนด์และแปะฉลากเป็นรูปปลาหมึกอ่ะ คนก็เข้าใจผิดกันได้แหล่ะเนอะ

  

ใครเป็นนักการตลาดช่วยให้ความกระจ่างหน่อยสิคะว่าแบบนี้มีผลกับด้านการตลาดของสินค้าตัวนี้บ้างมั๊ย เพราะตัวผู้บริโภคอาจถูก mislead จากชื่อแบรนด์หรือฉลากได้

  

เอาล่ะค่ะ...จบเรื่อง น้ำปลา ไปแล้ว คราวนี้มาเล่าเรื่อง น้ำใจ กันบ้างค่ะ

  

ย้ายโลเกชั่นของเรื่องจากเทสโก้มาเป็นที่ร้านเกาหลี FA ค่ะ คือธรรมดาพวกเราจะช้อปอาหารจำพวกผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ ฯลฯ ที่เทสโก้กันจนเสร็จเรียบร้อย ขากลับก็จะแวะไปที่ร้าน FA ทุกครั้งเพื่อซื้อเครื่องปรุงหรืออาหารแห้งอื่นๆ ที่หาไม่ได้ที่เทสโก้ค่ะ เช่น ทอดมัน ลูกชิ้น มาม่า ฯลฯ

  

เผอิญว่าร้าน FA นี้เค้าให้อารมณ์ความเป็นเอเชียสุดๆ ค่ะ คือร้านเล็กๆ ที่อัดแน่นไปด้วยชั้นวางของและสินค้านานาชนิด (แม้แต่กลิ่นก็ยังใช่เลย) และเนื่องจากร้านเล็กมากนี้เอง ธรรมดาเราจึงมักจะยืนรอเพื่อนเราพร้อมรถเข็นใส่ของอยู่ที่หน้าร้าน เราก็ยืนรอของเราไปเรื่อย ไม่ได้คิดอะไรมาก พยายามยืนดูลมหายใจ ดูจิตของตัวเองไป...

  

สมัยก่อนตอนที่เจ้าของร้านเค้ายังมาดูแลร้านเอง (ได้ข่าวว่าเป็นเด็ก Ph.D ที่มาเรียนที่มหาวิทยาลัยของเรา แต่หัวใสเรียนไปด้วยทำธุรกิจไปด้วย) เวลาที่เค้าขนข้าวออกมาจัดวางไว้หน้าร้านแล้วเจอเรายืนรออยู่ เค้าก็จะส่งเสียงทักทายมาเป็นภาษาอังกฤษสไตล์เกาหลี เท่านี้เราก็รู้สึกดีถึงความเป็นมิตรของเค้าแล้วนะ

  

น่าเสียดายที่เดี๋ยวนี้เจ้าของร้านไม่ค่อยมามากเท่าเมื่อก่อนแล้ว เค้าจ้างคนอื่นให้มาทำหน้าที่ต่างๆ แทน และหนึ่งในนั้นก็คือแคชเชียร์ค่ะ อยากบอกว่าแคชเชียร์นี่แหล่ะค่ะที่ทำให้เราประทับใจ...เท่าที่รู้แคชเชียร์คนนี้เป็นคนล่าสุดที่อยู่มานานพอควร

  

วันหนึ่งเมื่อสามอาทิตย์ก่อน เราก็ยืนรอเพื่อนอยู่หน้าร้านตามปกติ...แต่แล้วก็ได้ยินเสียงใครคนหนึ่งเดินเข้ามาทัก ตอนแรกนึกว่าใครจะมาถามอะไร แต่ปรากฎว่าคุณแคชเชียร์เดินเข้ามาแนะนำตัวเองว่าเค้าเป็นพนักงานของ FA นะ เค้าเอาเก้าอี้มาให้เรานั่งรอค่ะ เพื่อนเราบอกว่าเค้าว่าเค้าเห็นเราทุกอาทิตย์ ก็เลยเอาเก้าอี้มาให้นั่ง (ทั้งๆ ที่เพื่อนเราก็ไม่ได้เข้าไปซื้ออะไรนานเท่าไหร่) แต่ไอ้ความมีน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้แหล่ะที่ทำให้เรารู้สึกประทับใจ จนตอนนี้ผ่านไปแล้วสามอาทิตย์เค้าก็จะออกมาจากร้าน เอาเก้าอี้มาให้เราทุกครั้ง ทันทีที่เพื่อนเราเดินเข้าร้านไปซื้อของ ดีใจที่ได้เจอคนน่ารักๆ ค่ะ (เพื่อนเรากระซิบว่าหน้าตาก็น่ารักด้วย)

  จบแล้วค่ะเรื่องที่อยากเล่า...

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

confused smile ดูจิตและน้ำใจ เหมือนจะเี่ยวแลพไม่เกี่ยว เอ๊ะยังไงembarrassed

#2 By Nerd de Scriptorus on 2009-06-28 14:42

น้ำใจมีอยู่ทุกที่เนอะ
อ่านแล้วก็รู้สึกดีๆตามไปด้วย

#3 By MamiLuv on 2009-06-28 18:58

สวัสดีค่ะ คุณปอม
ดีใจเหมือนกันค่ะเข้ามาตอบCommentด้วย big smile
ปอมสบายดีนะคะ ? surprised smile

ขอตอบเรื่องวิทยานิพนธ์นิดนึง คือ ไม่ใช่เรื่องหนังสือเสียงอย่าวเดียวหรอกค่ะ แต่ที่แบบสอบถามถามเรื่องหนังสือเสียงอย่างเดียวเพราะว่าต้องการศึกษาลึกลงไปว่า factorอะไรบ้างที่จะส่งผลให้คนทั่วๆไปที่สนใจเป็นอาสาสมัครสามารถเข้าถึงได้มากขึ้นน่ะค่ะ ในส่วนของผู้พิการทางสายตาจะศึกษาเป็นอีกส่วนนึงว่าตอนนี้มีการsupport ยังไงบ้างตอนนี้และเข้าถึงได้มากน้อยแค่ไหน และก็ดูว่าจะออกแบบพื้นที่ยังไงให้ได้ใช้ประโยชน์และสอดคล้องต่อการดำเนินชีวิตได้มากที่สุดน่ะค่ะ

เอ้า..ตอบซะยาว sad smile
อีกนิดนึงนะค คือ สนใจด้านเทคโนโลยีที่มีการพัฒนาขึ้นมา support ในด้าน Independence living ที่น่าจะช่วยได้มากทีเดียว แต่เป็นปัญหาที่ยังไม่แพร่หลายเพื่อตอบสนองความต้องการได้เท่าที่ควร อาจจะด้วยเรื่องราคา รึว่าปัจจัยอื่นๆก็ว่าไป แต่ถ้ามีการส่งเสริมกันจริงจังมันก็ไม่มีอะไรเกินความสามรถหรอกเนอะ double wink ดูจากข้อมูลต่างประเทศก็อิจฉาที่เค้าทำกันอย่างจริงจัง และหลากหลายกว่า อย่างที่มีโรงภาพยนตร์ที่เพิ่มบทบรรยาย หรือโปรแกรมอื่นๆเนี่ยดีมากเลยค่ะ (ดูซิ เค้าไปถึงไหนกันแล้ว )มันเป็น Inspiration ว่า การออกแบบหรือสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ มันจะสร้างประโยชน์ได้มากมาย ทำต่อไป ! confused smile
ขอบคุณที่สละเวลาอ่านะคะ question

#4 By DeAr on 2009-06-28 20:09

พี่ปอมสวัสดีครับ

ผมปีนป่ายนะครับ

ที่พิมพ์หนังสือของ "นิ้วกลม" เรื่อง "ณ"

ทราบจากพี่นุกมาว่า ตอนนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนของการแปลงเป็นเบรลล์ครับ และพี่นุกได้แนะนำว่า ลองเขียนเบรลล์เองเลยน่าจะดี ผมก็เลยคิดว่า จะลองดูครับ

ตอนนี้กลับมาเมืองไทยประมาณ สองเดือน
พอดีกับช่วงไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่กำลังระบาดหนักเลย

พี่ปอมสบายดีนะครับ

#5 By ปีนป่าย (58.9.189.242) on 2009-07-15 10:13

สวัสดีค่ะน้องปีนป่าย

พี่จำได้ค่ะ ตอนนี้อยู่เมืองไทยเหรอคะ รักษาสุขภาพด้วยนะคะน้อง แต่ก็ขอให้ได้ใช้เวลาช่วงปิดเทอมให้คุ้มค่าด้วยนะbig smile

ขอปรบมือให้กับความสำเร็จในการพิมพ์หนังสือนะคะ ถ้าพี่มีโอกาสเข้าไปโรงเรียนสอนคนตาบอด (ซึ่งไม่รู้ว่าจะเป็นเมื่อไหร่เลย ยังติดอยู่ที่นี่) จะไปร่วมชื่นชมผลงานด้วยคน big smile

อืม...เขียนเบรลล์ไปเลยมันก็ดีตรงที่ว่าเราจะได้เห็นหนังสือเป็นรูปธรรมเลย น้องๆ ได้อ่านกันเลยตอนที่เราเขียนเสร็จ แต่ถ้านานๆ ไป เกิดน้องๆ เค้าอ่านกันจนหนังสือขาด หรือทำหายไป เราก็จะไม่มีก๊อปปี้ของหนังสืออีกเลยนะคะ เราก็จะต้องมานั่งเขียนเบรลล์ หรือพิมพ์ลงไฟล์ใหม่อีก

โดยส่วนตัวพี่ prefer ให้พิมพ์เป็นไฟล์เวิร์ด แล้วเอาไปเข้าโปรแกรมแปลงเบรลล์มากกว่า เพราะถ้าสมมติหนังสือที่เราพริ้นต์ออกมาเป็นเล่มแล้วเกิดชำรุดหรือสูญหายไป เราก็ยังสามารถเอาไฟล์ที่เราเก็บไว้มาพริ้นต์เพิ่มได้น่ะค่ะ

ความจริงขั้นตอนของการแปลงไฟล์จากเวิร์ดให้เป็นเบรลล์นั้นแค่กด translate ทีเดียวก็เรียบร้อยแล้วค่ะ แต่มันจะมาเสียเวลาตรงที่ต้องมาหาคนมาตรวจพิสูจน์อักษรเบรลล์ และจัดรูปเล่มนี่ล่ะ (งานนี้ทั้งคนตาบอดและคนตาดีสามารถทำได้ค่ะ)

คนตาดีก็ตรวจจากหน้าจอคอมฯ (แต่อาจตาลายนิดหน่อย อิๆ) ส่วนคนตาบอด ถ้ามีเครื่องแสดงผลเบรลล์ refreshable Braille display) ไม่รู้น้องเคยเห็นแถวห้องคอมฯ หรือห้องสมุดใหม่ของโรงเรียนไหม ก็จะสามารถตรวจและจัดรูปแบบได้เหมือนกัน

แหะๆ เขียนซะยาวเลยค่ะ (หวังว่าน้องจะได้แวะกลับเข้ามาอ่านนะ) ไม่ว่าสุดท้ายน้องปีนป่ายจะเลือกเขียนเป็นเบรลล์เลย หรือเลือกพิมพ์ลงเวิร์ด พี่ก็ขอชื่นชมในจิตอาสาของน้องมากๆ นะคะ big smile

รักษาสุขภาพด้วยเช่นกันค่ะ big smile

#6 By blind bookworm on 2009-07-15 15:02

น้ำใจไม่เคยจะหายไปจากสังคมครับ

ส่วนเรื่องน้ำปลาแท้ตราปลาหมึก มีไอโอดีน เนี่ย ถ้าเค้าเอาน้ำปลาตรา คนแบกกุ้ง หรือ หอยหลอด ไปขาย จะเป็นไงน้อครับ ฮ่า ๆ

#7 By Heat UP! on 2009-07-15 16:33

rvRDpM mekqvswr dohsornw djvkxkeh

#8 By YaYjfVwQ (89.248.172.50) on 2009-07-28 09:30

เรื่องที่ว่านำ้ใจอยู่ทุกที่น้ัน คิดว่าจะไม่ค่อยถูกเท่าไร วันนี้(9 ส.ค. 52) ได้เดินผ่านห้องสมุด พอดีติดแผ่นซีดีสองแผ่นทีกำำลังจะหมดอายุยืม เนื่งจากแต่งตัวไม่สุภาพที่จะขึ้นห้องสมุดได้ บังเอิญมีเด็กผู้หญิงคุณหนึ่งกำลังเดินเข้ามาข้างในห้องสมุด ก็เลยรุกกวนเขาฝากแผ่นซีดีไปคืนให้ด้วย ทราบไม่ครับเด็กผู้หญิงมหาสาราคามคนนั้นพูดว่าอย่างไร เขาถามว่า ทำไม่ไม่เอาไปคืนเองละ ถ้าเทียบอายุกันผมเองอายุตำ่กว่าพ่อของเค้าสักเท่าไร แล้วถ้าหากว่าขี้เกียจหรือไม่มีนำ้ใจ ก็ขอไม่ควรใช้คำถามแบบนั้นหรอก ไม่ให้เสียเวลากับคุณแบบนั้นผมก็เอาไปคืนเอง

ยื้นยันว่านำ้ใจไม่ได้อยู่ทุกคน ทุกที่เลย แต่ขอให้เด็กมหาสารคามทุกคนไม่เหมือนเธอก็แล้วกันembarrassed

#9 By David (58.147.85.2) on 2009-08-09 14:14