Iphone 3GS กับการออกแบบที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้
posted on 12 Oct 2009 11:51 by nupomme in Accessibilityสวัสดีค่ะเพื่อนๆ แหะๆ หายไปนานเลยค่ะ ความจริงก็อยู่หน้าคอมฯ นี่แหล่ะค่ะ แต่ว่าต้องพยายามเขียนวิทยานิพนธ์ค่ะ เลยไม่ได้มีเวลามาเขียนบล๊อกเลย
แต่วันนี้รู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว ต้องขอมาเขียนสักนิดหน่อย เดี๋ยวเพื่อนๆ จะหนีหายกันไปหมดซะก่อน ;)ช่วงนี้กำลังสนใจจะซื้อมือถือใหม่อยู่ค่ะ สาเหตุเพราะว่าเครื่องเก่าก็ใช้มาหลายปีแล้ว และอีกเหตุผลหนึ่งก็คือมีมือถือออกใหม่ที่น่าสนใจมากๆ สำหรับคนตาบอดอย่างเราค่ะ นั่นก็คือ iphone 3GS นั่นเอง
สำหรับคนทั่วไป iphone คงไม่ได้ถือว่าเป็นอะไรใหม่ๆ แล้ว แต่สำหรับคนตาบอด ต้องขอบอกว่าเป็น innovation เลยทีเดียวล่ะค่ะ ใครจะคิดล่ะคะว่า iphone 3GS จะทำให้คนตาบอดสามารถใช้มือถือแบบ touch screen ได้เหมือนกับคนทั่วๆ ไป (ถึงแม้วิธีการสัมผัสอาจมีข้อแตกต่างเล็กน้อย) แต่เจ้า iphone 3GS ได้สร้างความฮือฮาขึ้นในวงการตาบอดทั่วโลกเลยทีเดียว
ถ้าใครได้ติดตามอ่านใน เอนทรี่ก่อนหน้านี้ อาจจะรู้สึกสงสัยว่าทำไมช่วงนี้เราถึงพูดถึงแต่สินค้าตระกูล Apple บ่อยซะเหลือเกิน ขอบอกก่อนนะคะว่าไม่ได้มาโฆษณาขายของให้บริษัทแต่อย่างใด (เพราะเค้าคงจะขายดีมากอยู่แล้ว) แต่ก็เพราะว่าเค้ามีสินค้าที่น่าสนใจสำหรับคนพิการนี่คะ ก็เลยต้องหยิบมาพูดถึงกันซะหน่อยอย่างที่เคยเขียนไปในเอนทรี่ก่อนค่ะว่าถ้า Apple ออกแบบสินค้าให้คนพิการเข้าถึงได้ตั้งแต่ต้นคงได้พวกเราเป็นลูกค้าไปนานแล้ว แต่อย่างไรก็ดี ถึง Apple จะพึ่งมาออกแบบสินค้าให้คนพิการสามารถเข้าถึงได้ในตอนนี้ก็คงไม่เรียกว่าสายเกินไป เพราะตอนนี้คนตาบอด(ในต่างประเทศ)หลายคนก็ได้มี iphone 3GS อยู่ในครอบครองเรียบร้อยแล้ว และก็ยังไม่มีบริษัทมือถืออื่นๆ ที่สามารถทำได้อย่าง Apple ที่มีโปรแกรมเสียงที่สามารถใช้งานได้จริงใส่ไว้ในมือถือเลย
คนตาบอดไม่ต้องซื้อมือถืออย่างพวก Nokia, Blackberry หรือยี่ห้ออื่นๆ มา แล้วต้องม่เสียสตางค์เพิ่มอีกเกือบหมื่นเพื่อซื้อโปรแกรมเสียงใส่เข้าไปอีก ซึ่งก็หมายความว่าเราต้องจ่ายค่าซื้อมือถือรุ่นเดียวกับคนอื่นในราคาที่สูงกว่า แต่สำหรับ iphone 3GS เราสามารถซื้อได้ในราคาที่เท่ากับที่ลูกค้าทั่วๆ ไปต้องจ่าย แถมได้โปรแกรมเสียงให้ใช้งานได้จริงติดมาด้วยเลย
(สำหรับเพื่อนคนไหนที่มี iphone 3GS แล้ว อยากทราบว่าไอ้เจ้าเสียงที่เราพูดถึงเป็นยังไง ก็สามารถลองเข้าไป activate ได้ที่ setting>general>accessibility>voice over เป็น on ค่ะ แต่ถ้าเปลี่ยนเป็น voice over แล้ว การจะกดเลือกเข้าเมนูต่างๆ จะต้องกด 2 ที ไม่ใช่ กด 1 ที เหมือนที่คนทั่วๆ ไปใช้นะคะ)
ถ้าใครอยากดูว่าคนตาบอดจะใช้ได้จริงๆ แน่เหรอ ลองคลิกไปดู การสาธิตวิธีการสัมผัสได้เลยค่ะนี่เป็นตัวอย่างของการออกแบบที่เรียกว่า universal design ค่ะ อาจเคยมีใครได้ยินคำๆ นี้มาบ้างนะคะ สามารถใช้ได้กับการออกแบบทุกอย่างค่ะ ถึงแม้ว่าจุดเริ่มต้นจะมาจากวงการการออกแบบของพวกสถาปนิกก็ตาม หลักง่ายๆ คือ การออกแบบที่คิดถึงผู้ใช้ทุกกลุ่มค่ะ ของหนึ่งชิ้นที่คนทั่วๆ ไปใช้ได้ ก็ต้องไม่ลืมนึกถึงคนที่อาจมีปัญหาทางด้านการมองเห็น การได้ยิน การเคลื่อนไหว หรือผู้สูงอายุ ว่าถ้าออกแบบสินค้าแบบนี้แล้ว คนเหล่านี้จะใช้ได้หรือไม่อย่างไร
ฟังดูแล้วน่าจะเป็นการออกแบบที่ท้าทายมากเลยนะคะ อาจจะทำให้ผู้ออกแบบรู้สึกว่ายาก เสียเวลา แต่ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้ค่ะ อย่างที่ Apple ได้ทำให้ดูเป็นตัวอย่างค่ะ
และขอบอกทิ้งท้ายว่า ด้วยการออกแบบที่ทุกคนสามารถเข้าถึงและใช้งานได้จริงนี้ จะทำให้บริษัทสามารถเพิ่มยอดขายและขยายตลาดของสินค้าออกไปสู่กลุ่มลูกค้าได้กว้างมากกว่าเดิมอีกด้วยค่ะ
Update : ล่าสุดเราก็พึ่งได้มาครอบครองเรียบร้อยแล้ว 1 เครื่องค่ะ (เพื่อนบอกว่าเป็นคนตาบอดคนแรกในประเทศไทยที่ใช้ iPhone เลย ไม่รู้จริงรึป่าว) ขอเวลาทำความคุ้นเคยกับมันสักนิด แล้วจะกลับมาเขียน review ในมุมมองของผู้ใช้ที่เป็นคนตาบอดให้ได้อ่านกันค่ะ

#1 By ของขวัญ+ข้อคิดจากธรรมะ on 2009-10-12 12:03