ขอบคุณทุกความช่วยเหลือของคนไทยมีน้ำใจทุกคนในวันนี้ค่ะ ไม่ได้เดินทางกลับบ้านด้วยระบบขนส่งมวลชนคนเดียวมานานแล้ว วันนี้ได้ขึ้นรถเมล์ครั้งแรกในรอบกี่ปีก็จำไม่ได้ บันไดรถเมล์สูงมากจริงๆ คิดถึงผู้อาวุโส และมนุษย์ล้อ...

 

นั่งรถเมล์จากสี่แยกตึกชัยมาลงที่อนุสาวรีย์ชัยฯ เพื่อต่อBTs แล้วก็...ผ่านไปไม่น้อยกว่า 6 ปี รถเมล์ไทยก็ยังเหมือนเดิม คือจอดเลนนอก นี่ถ้าไม่มีครูจากโรงเรียนสอนคนตาบอดมาส่ง เราคงอกสั่นขวัญหายไม่เบาเลย...ลงจากรถแล้วยังต้องข้ามถนนอีก 1 เลน เพื่อจะขึ้นทางเท้าได้

 

เคยมีพี่มนุษย์ล้อคนหนึ่งพูดว่า "การที่เราออกจากบ้านแต่ละวันมันก็เป็นการเสี่ยงชีวิตทุกครั้ง" เราเห็นด้วยกับคำพูดของพี่เค้า แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าทำไมเราต้องมาเสี่ยงชีวิตกับอะไรที่น่าจะปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น หรือให้มีความเสี่ยงน้อยลงได้ล่ะ? 

 

ลงรถเมล์แล้ว เราก็เดินทางต่อด้วย BTS ค่ะ วันนี้เจอคุณ รปภ. #BTS ที่ศาลาแดงน่ารักมาก อัธยาศัยดี ได้ความรู้จากคุณ รปภ. หลายอย่าง พึ่งรู้ว่า "60" ในประโยค "60 พิเศษตา" เวลา รปภ. ใช้ส่งข้อมูลกันนั้นเป็นรหัสของคนเล่น walkie talkie แปลว่า "เพื่อน" เพราะฉะนั้น "60 พิเศษตา" ก็แปลว่า "เพื่อนคนตาบอด" อืม...ฟังดูเป็นกันเองดี...

 

นอกจากนั้นคุณ รปภ. ยังเล่าให้ฟังว่าเค้าต้องได้รับการอบรมวิธีบริการคนตาบอด ด้วยการจำลองประสบการณ์จริง โดยให้จับกันเป็นคู่ระหว่างผู้เข้าฝึกอบรม สลับกันเป็นคนตาบอด (โดยวิธีปิดตา) กับเป็นคนนำทาง คุณ รปภ. บอกว่าทำให้เข้าใจความรู้สึกคนตาบอดมากขึ้น เราว่าการอบรมแบบนี้ของ BTS นี่ดีนะ ตอนแรกนึกว่าเค้าอาจแค่อบรมด้วยการบอกให้รู้แค่ว่าถ้าเจอคนตาบอดต้องนำทางอย่างไร ไม่ได้นึกว่าจะมีการให้ทดลองเป็นคนตาบอดกันจริงๆ ด้วย...

 

และจากการเก็บข้อมูลกับคุณ รปภ. BTS อีกหลายคน (รวมทั้งคนล่าสุดนี้ด้วย) ทำให้รู้ว่าทาง BTS มีการอบรมการให้บริการผู้โดยสารพิการทางสายตาอย่างเป็นระบบดีทีเดียว โดยผู้เข้ารับการอบรมจะได้รับการบอกว่าควรส่งผู้โดยสารขึ้นขบวนแรก ประตูแรก หลังคนขับ เพื่อที่ว่าคนขับจะได้ช่วยดูแลผู้โดยสารได้ด้วย ซึ่งเราว่านอกจากจะให้คนขับช่วยดูแลได้แล้ว ยังทำให้การมารอรับของคุณ รปภ. ที่สถานีปลายทางง่ายขึ้นด้วย (จากประสบการณ์การขึ้น MRT ที่ยังไม่บ่อยมาก คาดว่าทาง MRT ยังไม่มีมาตรการนี้ เพราะเจ้าหน้าที่ไม่ได้ส่งขึ้นประตูแรกของขบวนแรก แต่ส่งขึ้นประตูไหนก็ได้แล้วแต่ว่าจะลงมาใกล้ตรงไหน อันนี้ไม่แน่ใจนะคะ เพราะยังขึ้นไม่บ่อย ถ้าใครรู้ว่าเค้ามีมาตรการยังไง ช่วยเล่าสู่กันอ่านด้วยค่ะ)

 

กว่าจะถึงบ้านก็ต้องขึ้นรถเมล์ ต่อ BTS และ MRT แล้วก็มอเตอร์ไซค์เข้าซอย...เหล่านี้ก็เพื่อหนีรถติดบนถนนช่วงเลิกงาน...แต่รู้สึกว่าการเดินทางแบบนี้ทำให้ได้เจอคนเมืองน่ารักๆ มีน้ำใจ หลายคน สนุกกว่าการขึ้นแท๊กซี่มากมาย...

 

 

Comment

Comment:

Tweet

อะไรคือมนุษย์ล้อ?

#7 By house on 2010-09-09 15:15

^
^

เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งค่า

นานๆ แวะมาที รักษาสุขภาพนะค้า confused smile

#6 By Choco on 2010-09-08 21:47

รถเมล์นี่ อย่าว่าแต่คนตาบอดเลยค่ะ
คนปกติ ก็ต้องเสี่ยงชีวิตไม่แพ้กัน sad smile
น่าจะปรับปรุงมั่งเนอะ
Hot! มีรหัสด้วย ฟังดูเท่จัง เราเป็น 60 ของปอมได้ไหมจ๊ะ อิๆ
ชีวิตสดใสขึ้นแยะเชียวครับ :)

#3 By aaax on 2010-09-08 19:09

อ่านแล้วรู้สึกดีค่ะ
เมื่อคนเราห่วงใยกันและกัน ชีวิตก็จะมีความสุขขึ้นเนอะ.. ยังไงตอนเดินทาง ก็ระมัดระวังด้วยนะคะ

#2 By แอ้ on 2010-09-08 16:28

เพื่อนคนตาบอดจริงๆ ยิ้ม ยิ้ม

ผมว่าบ้านเรายังคงต้องพัฒนาในเรื่องนี้กันอีกนานครับ

#1 By Krai W. on 2010-09-08 15:56