News

พึ่งรู้ว่าการเป็นโรคตาแดงนี่มีน้ำมูก และก็มีไข้ด้วย ไม่เคยรู้มาก่อนเลย นึกว่าก็เป็นแค่ตาแดงๆ ธรรมดา เอามาให้อ่านกันเป็นความรู้ค่ะ

น.พ.สรรพัฒน์ รัตนิน จักษุแพทย์ กล่าวว่า ช่วงฤดูฝนต้นหนาวโรคตาแดงจะระบาดหนักอย่างรวดเร็ว เมื่อผู้ป่วยได้รับเชื้อไวรัสเข้าตาแล้ว จะตาแดง เคืองตา น้ำตาไหล
มีน้ำมูก อ่อนเพลีย และมีไข้

"ความจริงโรคตาแดง มันคือโรคไข้หวัดทางตานั่นเอง คล้ายเป็นหวัด เพราะแทนที่จะเข้าลำคอหรือปาก เชื้อไวรัสก็มาเข้าที่เยื่อตาขาว ซึ่งเปียกและเกิดอาการแพ้ง่าย เป็นแล้วไม่มียารักษาหาย
เพียงแต่ยาช่วยบรรเทาอาการให้ทุเลาลงเรื่อยๆ ควรเลี่ยงโดนลมหรือแดดร้อนจัดมากๆ ช่วง ๕-๗ วันที่ผู้ป่วยเป็นโรคตาแดง อาการค่อนข้างรุนแรงมาก แต่ขึ้นอยู่กับชนิดของไวรัสที่เข้าตา
หากไวรัสเข้าที่เยื่อตาขาวการดูแลรักษาเพียงแค่ ๑-๒ สัปดาห์ก็จะหายเป็นปกติ ในทางกลับกันไวรัสเข้าที่ตาดำจะทำให้หายช้าลง บางรายอาจต้องใช้เวลา ๑-๓ สัปดาห์ถึงหายเป็นปกติ
แต่โรคตาแดงโดยทั่วไปเพียง ๑ สัปดาห์ก็หายเป็นปกติแล้ว และไม่รุนแรงถึงขั้นตาบอด อาจจะตาพร่ามัวสักระยะที่มีอาการ ยกเว้นจะเกิดภาวะแทรกซ้อน ทั้ง นี้ ผู้ป่วยเป็นโรคตาแดงควรหมั่นดูแลรักษาความสะอาดรอบดวงตา
และปฏิบัติตามคำแนะนำของหมออย่างเคร่งครัด หากอยู่ในวัยทำงาน หรืออยู่ในวัยเรียน ควรหยุดงาน ๒ สัปดาห์ เพื่อป้องกับการแพร่ระบาดโรคตาแดงไปยังเพื่อนๆ ร่วมงานหรือเพื่อนในโรงเรียน

ที่มาของข่าว: คม ชัด ลึกออนไลน์ ๒๖ มิ.ย. ๒๕๕๐

อ่านแล้วรู้สึกแปลกดีแฮะ รักษาสายตาให้สั้นข้าง ยาวข้าง จะเป็นยังไงหว่า...เราไม่เคยมองเห็นสองข้างน่ะ นึกไม่ออก แต่คงเหมือนคนที่มีสายตาสองข้างไม่เท่ากันละมั๊ง

พญ.ยุพิน ลีละชัยกุล กล่าวว่า ประชาชนที่อายุตั้งแต่ ๔๐ ปีขึ้นไปมีโอกาสสายตายาวตามอายุ ทำให้การมองในระยะใกล้ๆ เช่น การอ่านหนังสือ ไม่ชัดเจน แต่การมองระยะไกลยังปกติ
ซึ่งเกิดจากกล้ามเนื้อด้านในลูกตาเสื่อมสภาพตามอายุจนสูญเสียความสามารถในการโฟกัสวัตถุระยะใกล้ วิธีการแก้ไขที่ผ่านมา เช่น การสวมแว่นสายตา คอนเทคเลนส์ และการผ่าตัด
อย่างไรก็ตาม วิธีดังกล่าวอาจสร้างความรำคาญในการดำเนินชีวิตประจำของผู้ที่มีอาการ ปัจจุบันจึงมีวิธีการรักษา ๓ วิธี ที่จะทำให้สายตายาวตามอายุหายได้อย่างถาวรโดยไม่ต้องสวมแว่นตา
หากระดับสายตาคงที่แล้ว ส่วนใหญ่จะอยู่ที่อายุประมาณ ๕๕ ปีขึ้นไป การรักษาวิธีที่ ๑. เรียกว่าวิธี เนียร์ วิชั่น ซีเค (Near Vision CK) เหมาะกับผู้ที่ไม่มีสายตาสั้น
แต่มีสายตายาวตามอายุ ด้วยการใช้คลื่นวิทยุเข้าไปปรับเปลี่ยนระดับความโค้งของกระจกตา ๒.วิธีเนียร์ วิชั่น เลสิค(Near Vision LASIK) เหมาะกับผู้ที่ไม่มีสายตาสั้น
แต่มีสายตายาวตามอายุเช่นกัน โดยใช้เลเซอร์ปรับระดับสายตาให้เป็นสายตาสั้นเล็กน้อยหนึ่งข้าง เพื่อไว้มองระยะใกล้ ส่วนตาอีกข้างปล่อยไว้คงเดิม เพื่อมองระยะไกล
และ๓.วิธีโมโนวิชั่น(Monovision) เหมาะสำหรับผู้ที่มีสายตาสั้นและสายตายาวตามอายุ ด้วยการแก้ไขสายตาสั้นในตาข้างที่ถนัด ให้สามารถมองไกลได้ ส่วนตาข้างที่ไม่ถนัด
จะแก้ไขให้สายตาสั้นเล็กน้อย เพื่อไว้มองใกล้ระดับที่สามารถอ่านหนังสือได้ จึงสามารถมองเห็นได้ทั้งใกล้และไกล วิธีรักษาดังกล่าวไม่เหมาะกับอาชีพที่ต้องใช้สายตาอย่างละเอียด
เช่น สถาปนิก จักษุแพทย์ และ ผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับจิวเวอร์ลี่ เนื่องจากต้องใช้สายตาติดต่อกันเป็นเวลานานๆมาก แนะนำให้สวมแว่นตาจะดีกว่า ส่วนความเชื่อที่ว่าตอนเด็กสายตาสั้น
เมื่อแก่สายตายาว จะหักลบกลบหนี้จนทำให้สายตาปกตินั้น ไม่เป็นความจริง เมื่อถึงเวลานั้นจะต้องแก้ไขทั้งสายตาสั้นและยาว

ที่มาของข่าว: คม ชัด ลึกออนไลน์ ๓๐ มิ.ย. ๒๕๕๐

ดูแลสุขภาพกันหน่อยนะคะ อย่ารับประทานอาหารหวานมากเกินไปล่ะ เดี๋ยวนี้ได้ข่าวว่าคนเป็นโรคเบาหวานกันเยอะ แม้กระทั่งเด็กเล็กๆ โรคหลายโรคเราสามารถป้องกัน และแก้ไขได้ด้วยโภชนาการนะคะ เดี๋ยวนี้อาหารมีสารพิษเยอะแยะมากมาย พววกอาหารขยะก็อันตราย ถ้าเลี่ยงได้อย่าไปรับประทานกันเลยดีกว่า หรือถ้าอยากรับประทานจริงๆ ก็เอาแบบนานๆ ทีละกันเนอะ สุขภาพเป็นสิ่งสำคัญที่เราควรดูแลและให้ความสำคัญ

ที่โรงพยาบาลจักษุ รัตนิน มีการสัมมนาเชิงวิชาการ เรื่อง สายตายาวตามอายุ...แก้ไขได้ และโรคจอประสาทตาเสื่อมจากเบาหวาน มีประชาชนสนใจเข้าร่วมรับฟังกว่า ๕๐
คน โดยพญ.หทัยรัตน์ พิพิธวิจิตรกร จักษุแพทย์ประจำโรงพยาบาลจักษุ รัตนิน กล่าวว่า ผู้ป่วยโรคเบาหวานหลังอายุ ๓๐ ปี และป่วยนานกว่า ๑๕ ปี มีโอกาสจอประสาทตาเสื่อมประมาณ
๖๐ % ส่วนผู้ที่ป่วยโรคเบาหวานก่อนอายุ ๓๐ ปี และป่วยนานกว่า ๑๕ ปี มีโอกาสเสี่ยงสูงถึง ๙๘ % ทำให้ผู้ป่วยเบาหวานที่ไม่ได้ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดจนส่งผลให้เกิดภาวะจอประสาทตาเสื่อม
มีโอกาสตาบอดสูงกว่าคนปกติถึง ๒๕ เท่า อาการจอประสาทตาเสื่อมแบ่งได้เป็น ๒ ระยะ คือ ระยะแรก ผู้ป่วยประมาณ ๘๐ % สายตายังปกติ ไม่มีการมัวลงของสายตา อาการในระยะนี้ผู้ป่วยจึงไม่สามารถสังเกตอาการได้ด้วยตนเอง
ต้องให้จักษุแพทย์ตรวจวินิจฉัย และระยะที่ ๒ ผู้ป่วยจะมีอาการตามัวลงเฉียบพลันโดยไม่มีอาการเจ็บปวด บางรายอาจเกิดพังผืดบนจอประสาทตา ดึงรั้งจอประสาทตาให้ลอกหลุดจากผนังตา
ทำให้สายตาผู้ป่วยมืดลง หากถึงขั้นรุนแรงก็จะสูญเสียการมองเห็น ผู้ป่วยจึงควรตรวจตากับจักษุแพทย์อย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อจะได้ตรวจเจออาการตั้งแต่ระยะแรกเพื่อรับการรักษาได้ทันท่วงที
รวมถึง ควรเลือกรับประทานอาหาร ที่ไม่ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น เช่น การทานผักมากๆ และแกงจืด ที่ไม่หวานและไม่เค็ม เป็นต้น การรักษาจะใช้วิธีการฉายแสงเลเซอร์ไปที่จอประสาทตา
เป็นการใช้ความร้อนกระตุ้น เพื่อห้ามการไหลซึมของน้ำเหลืองออกจากเส้นเลือดในผู้ป่วยที่จอประสาทตาบวม ในกรณีที่เกิดการงอกใหม่ของหลอดเลือดจะฉายแสงเลเซอร์ เพื่อลดการงอกใหม่ของหลอดเลือด
จะช่วยลดการลุกลามของโรคในบริเวณข้างเคียง และหากเป็นกรณีที่พังผืดดึงจอประสาทตาหลุดออก จะใช้วิธีการผ่าตัด ตัดเลาะพังผืดออกแล้วทำให้จอประสาทตาติดกับผนังลูกตา
ซึ่งในกรณีที่ผู้ป่วยเป็นในระยะที่ ๒ จักษุแพทย์จะรักษาเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยต้องสูญเสียการมองเห็นมากกว่าเดิม

ที่มาของข่าว: คม ชัด ลึกออนไลน์ ๓๐ มิ.ย. ๒๕๕๐