posted on 22 May 2007 05:58 by nupomme in Thoughts
จะเป็นยังไงนะ ถ้าวันนึงฉันตื่นขึ้นมาแล้วไม่มีคอมพิวเตอร์กับอินเตอร์เน็ต
ไม่ถึงสิบปีก่อนหน้านี้คอมพิวเตอร์กับอินเตอร์เน็ตสำหรับฉันยังถือว่าเป็นของไม่จำเป็น จะใช้ก็เฉพาะเวลาต้องทำรายงานหรือทำการบ้านส่งอาจารย์เท่านั้น แต่ทุกวันนี้ถ้าไม่มีมันฉันคงไม่สามารถมาเรียนถึงที่นี่ได้ การเรียนคงจะเป็นเรื่องยากสำหรับคนตาบอดอย่างฉันที่อ่านเอกสารที่เป็นสิ่งพิมพ์ไม่ได้อีกต่อไป
นอกจากจะใช้มันเพื่อการเรียนการศึกษาแล้ว มันยังเป็นเพื่อนที่ดีในยามเหงาอีกด้วย ทั้งดูหนัง ฟังเพลง อีเมล แช๊ต โอยสารพัดสารพันที่สามารถทำได้ อย่างน้อยมันก็ช่วยทำให้ฉันติดต่อกลับบ้านได้ง่ายและถูกด้วยบริการอย่าง voice over IP
แต่คิดกันหรือไม่ว่าทุกวันนี้พวกเราอยู่กับมันมากเกินไปหรือเปล่า พวกเราทำทุกอย่างอยู่บนโลกเสมือนจริงมากไปหรือเปล่า บางครั้งฉันก็อดที่จะถามคำถามเหล่านี้ไม่ได้ วันๆ หนึ่งฉันใช้เวลาอยู่กับมันมากเหลือเกิน (ตั้งแต่เช้าเก้า-สิบโมง จนถึงเที่ยงคืน-ตีหนึ่ง) มีพี่คนหนึ่งที่ฉันรู้จักเคยแม้กระทั่งซื้อกุ้งมังกรออนไลน์!
แม้แต่แม่ของฉันที่พึ่งเริ่มหัดใช้คอมพิวเตอร์กับอินเตอร์เน็ตเมื่อประมาณเดือนกว่าที่ผ่านมาก็ดูเหมือนว่าจะใช้เวลาอยู่หน้าจอเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มีเพื่อนมาแนะนำแม้กระทั่งให้สมัครใช้บริการอินเตอร์เน็ตผ่านมือถือ นี่มันจะเกินไปไหมนี่ พวกเราต้องรับข้อมูลข่าวสารกันตลอดเวลาขนาดนั้นเชียวหรือ?
แล้วคุณๆ ละคะมีความคิดเห็นอย่างไรกันบ้าง
edit @ 2007/06/01 20:46:14
posted on 27 May 2007 18:24 by nupomme in Thoughts
อากาศเปลี่ยนอีกแล้วเมื่อสองวันที่แล้วยังร้อนอยู่เลย อุตส่าห์เตรียมเก็บแจ๊กเก็ตเข้าตู้ แล้วค้นเอาเสื้อแขนสั้นออกมาใส่ แต่ผ่านไปเดี๋ยวเดียวฝนก็ตก อุณหภูมิก็ลดลงอีกครั้ง วันนี้ไปคว้าเสื้อแขนยาวออกมาใส่เหมือนเดิม
มองดูความเปลี่ยนแปลงของอากาศแล้วให้นึกถึงสัจธรรมที่ว่าทุกอย่างย่อมเปลี่ยนแปลง ไม่มีอะไรคงที่อยู่ได้บนโลกใบนี้
ความเปลี่ยนแปลงนี่บางทีเราอาจจะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ได้ ถ้าเราไม่สังเกตดูเราก็อาจไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงนั้นๆ ที่จริงมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นทุกขณะจิต ทุกลมหายใจเข้าออก พระท่านว่าทุกอย่างมีเกิด มีดับ แต่ถ้าเราไม่ได้ไปเรียนฝึกฝนการทำวิปัสสนามาเราก็คงจะคิดแต่ว่าความเปลี่ยนแปลงก็คือแค่อะไรบางอย่างที่เปลี่ยนไปที่เรารู้สึกได้ชัดเจนโดยไม่ต้องสังเกตมากนัก ยกตัวอย่างเช่นการเปลี่ยนแปลงของอากาศนี้
นั่นเป็นเพียงแค่ความเปลี่ยนแปลงภายนอก ส่วนใหญ่คนเรามักจะเอาใจไปจดจ่ออยู่กับอะไรที่อยู่ภายนอกตัวเราเกือบตลอดเวลา น้อยครั้งนักที่เราจะหันกลับมาสำรวจความเปลี่ยนแปลงภายในตัวเราเอง และด้วยสาเหตุที่เรามัวแต่ออกไปวุ่นวายอยู่กับสิ่งต่างๆ ภายนอกตัวเรานี่แหล่ะที่ทำให้เราเกิดความทุกข์ในบางครั้งบางโอกาส แล้วก็ไม่ทันสังเกตด้วยซ้ำว่ามีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นแล้วในใจ ในตัวเราเอง
ว่างๆ ก็ลองหันกลับมาสำรวจความเปลี่ยนแปลงภายในกันดูสิคะ แล้วเราจะรู้สึกประหลาดใจว่าเรามองข้ามสิ่งเหล่านี้ไปได้ยังไง
เคยมีพระอาจารย์สอนให้เราดูการเกิดดับของอิริยาบถต่างๆ อย่างเช่นเวลาเราเดินเวลาที่เราก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้าแล้ววางมันลงกับพื้น อิริยาบถการก้าวก็จบไปแล้ว ต่อมาก็เกิดมีอิริยาบถการก้าวเท้าขวาต่อไป ในขณะที่มีการก้าวเท้าขวานั้น อิริยาบถการวางเท้าซ้ายลงกับพื้นก็ดับไปแล้วพอเราวางเท้าขวาลงกับพื้น อิริยาบถการก้าวเท้าขวาก็จบลงไปแล้วเช่นกัน และมันก็จะเป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ตลอดระยะเวลาการก้าวเดินของเรา
นี่คือความเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นกับตัวเรา แต่เราไม่ค่อยได้สังเกตเห็นมันหรอก ถ้าลองได้สังเกตแล้วเอามาพิจารณาดูให้ดีๆ เราก็จะได้เรียนรู้จากความจริงของความเปลี่ยนแปลงว่าแม้แต่ตัวเราเองเราก็ไม่เคยเหมือนเดิมในทุกๆ ครั้งที่เข็มวินาทีเดินไป
ดังนั้นเมื่อมีความเปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะภายนอกหรือภายในเกิดขึ้น (แบบที่เรารับรู้ได้โดยไม่ต้องใช้ความพยายามดู) เราก็แค่มองให้มันเป็นสัจธรรมของโลกให้ได้ แล้วทุกอย่างจะดีเอง
ป.ล. เราเองก็กำลังพยายามฝึกอยู่ :P