safety

ได้อ่านบล๊อกของ โยชิมิ ที่เราเคยโพสต์เรื่องราวของเค้าไว้ในเอนทรี่ หนอนไม่มีตาแต่ว่าชอบอ่านหนังสือ เกี่ยวกับประสบการณ์ของเค้าที่จะไปเปิดบัญชีกับธนาคารกรุงเทพ แล้วรู้สึกว่าไทยเรายังมีกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่ยังเลือกปฏิบัติกับคนพิการอยู่ไม่น้อยเลย

 

โยชิมิเล่าในบล๊อกถึงเหตุผลที่พนักงานธนาคารไม่ให้เปิดบัญชีและทำบัตร ATM ว่า

  1. ฟอร์มที่กรอกเพื่อเปิดบัญชีต้องกรอกและเซ็นโดยคนๆ เดียวกัน คนตาบอดกรอกไม่ได้ เซ็นได้อย่างเดียว เพราะฉะนั้นไม่สามารถให้เปิดบัญชีได้ (ธรรมดาเราก็ให้คนอื่นกรอกทุกที)
  2. คนตาบอดทำบัตร ATM ไม่ได้ เพราะตู้ ATM ไม่ได้ออกแบบมาให้คนตาบอดใช้ได้ และธนาคารไม่อยากให้คนตาบอดต้องเปิดเผยข้อมูลกับคนอื่นเพื่อกด ATM เพื่อความปลอดภัยของคนตาบอดเอง

 

เรื่องราวคนตาบอดประสบปัญหากับการเปิดบัญชีกับธนาคารต่างๆ นี่ไม่เฉพาะกับโยชิมิเท่านั้นที่เจอ เราเคยได้ยินเพื่อนๆ คนตาบอดหลายๆ คนต้องประสบกับความยุ่งยากในการทำธุรกรรมกับทางธนาคารอยู่เสมอ โดยเฉพาะเวลาที่คนตาบอดไปธนาคารกันเอง โดยไม่มีคนตาดีไปด้วย พนักงานก็จะไม่ให้คนตาบอดเปิดบัญชี โดยเหตุผลหลักก็อย่างที่โยชิมิเจอ คือเรื่องความปลอดภัยในทรัพย์สินของคนตาบอด

 

เคยมีคนตาบอดถามว่า แล้วถ้าไม่ให้คนตาบอดเปิดบัญชีเพื่อฝากเงินแล้ว คนตาบอดจะต้องเก็บเงินไว้กับตัวตลอดเวลางั๊นหรือ อย่างนี้เรียกว่าให้ความปลอดภัยกับคนตาบอดไหม?

 

อีกอย่างคือทางธนาคารกลัวคนตาบอดโดนโกงจากมิจฉาชีพทั้งหลาย ซึ่งจริงๆ คนตาบอดก็ขอบคุณในความหวังดีของทางธนาคารนะคะ แต่จะว่าไปคนตาดีก็โดนโกงได้เหมือนกัน อย่างกรณีที่เป็นข่าวใหญ่โต ที่มีผู้สูงอายุที่เกษียณแล้วหลายท่านโดนมิจฉาชีพพาให้ไปถอนเงินออกจากธนาคารกันเป็นหลักแสนหลักล้าน เราจึงไม่คิดว่าเหตุผลเหล่านี้จะเป็นเหตุผลที่ดีในการที่ทางธนาคารไม่ให้คนตาบอดเปิดบัญชี

 

ตัวคนตาบอดเองก็ตระหนักถึงอันตรายรอบด้านเหล่านี้เช่นกัน และมันก็เป็นหน้าที่ของคนตาบอดที่จะต้องหาทางจัดการกับทรัพย์สินของตัวเอง ว่าทำอย่างไรจึงจะปลอดภัย สิ่งที่ทางธนาคารควรจะทำคือให้ความรู้แก่ลูกค้า (ไม่ว่าจะตาดีหรือตาบอด) ถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้น และควรทำอย่างไรที่จะป้องกัน เช่น หากเจออีเมลที่มาจากธนาคาร จะทำอย่างไรจึงจะรู้ว่าเป็นอีเมลจากทางธนาคารจริง ไม่ใช่อีเมลที่ปลอมแปลงมา เป็นต้น

 

และเหตุผลที่ว่าตู้ ATM ไม่ได้ออกแบบมาให้คนตาบอดสามารถใช้ได้ ความรับผิดชอบของธนาคารต่อสังคมควรจะเป็นว่า ธนาคารจะมีการออกแบบอย่างไรที่ให้คนตาบอดสามารถใช้บริการจากตู้ของทางธนาคารได้อย่างสะดวกและปลอดภัย ไม่ใช่ว่าพอคนตาบอดใช้ตู้ ATM ไม่ได้ก็ไม่ให้คนตาบอดทำบัตร ATM ซะเลยเป็นการแก้ปัญหา

 

ธนาคารเป็นผู้ให้บริการ แล้วในฐานะผู้ให้บริการ มันถูกต้องแล้วหรือที่คุณจะเลือกให้บริการแก่คนกลุ่มหนึ่ง แต่ไม่ให้บริการกับคนอีกกลุ่มหนึ่ง

 

ไม่ได้อยากจะเปรียบเทียบกับต่างประเทศหรอกนะคะ แต่ก็คงอดไม่ได้...ตัวเราเองไปเรียนอยู่อังกฤษมาหลายปี ก็เปิดบัญชีกับธนาคารที่นั่นได้ตามปกติ ทันทีที่คุณเปิดบัญชี คุณก็จะได้บัตร debit ที่เป็นบัตร ATM มาในตัว (ตู้ ATM ที่นั่นก็ใช่ว่าจะมีเสียงหรืออักษรเบรลล์สำหรับคนตาบอด) ไม่เห็นมีปัญหาเลยว่าทางธนาคารจะไม่ให้คนตาบอดเปิดบัญชี เพราะห่วงเรื่องความปลอดภัยในทรัพย์สินของคนตาบอด แถมทางธนาคารยังมีบริการส่งรายการบัญชี (ที่นั่นไม่มีสมุดบัญชี) เป็นอักษรเบรลล์ อักษรตัวโต หรือเป็นเสียง ให้กับลูกค้าที่เป็นคนตาบอดด้วย หรือลูกค้าต้องการจะทำธุรกรรมออนไลน์ ธนาคารก็ทำหน้าเว็บให้คนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงได้ง่าย เรียกว่าลูกค้าตาบอดอย่างเราสามารถเลือกใช้บริการได้ตามความพอใจของเรา

 

โยชิมิเล่าว่าเวลาเค้าไปเปิดบัญชีที่ธนาคารที่ญี่ปุ่น พนักงานหน้าเคาน์เตอร์ก็จะเป็นคนมากรอกเอกสารให้ (เห็นว่าจะมีพนักงาน 2 คน) กรอกกันตรงนั้น ลูกค้าที่มาใช้บริการคนอื่นก็เห็น เรียกว่ามีประจักษ์พยานเพียบ แล้วพอกรอกเสร็จ พนักงานก็จะอ่านรายละเอียดที่กรอกให้ฟัง ก่อนที่จะให้โยชิมิปั๊มชื่อเพื่อยืนยัน (โยบอกว่าที่ญี่ปุ่นใช้ปั๊มชื่อแทนการเซ็น)

 

ตัวอย่างที่เล่ามาข้างบนนี้ มันแสดงให้เห็นว่า ทางธนาคารซึ่งเป็นผู้ให้บริการรับรู้ความจริงที่ว่าคงเป็นไปได้ยาก หรือเป็นไปไม่ได้เลย ที่จะมาแก้ไขความบกพร่องทางการเห็นของลูกค้าของทางธนาคาร ทีนี้ทางธนาคารก็ต้องมาคิดว่า จะทำอย่างไรที่จะปรับบริการที่ธนาคารมี ให้เหมาะสมและปลอดภัยแก่ลูกค้าที่มีความบกพร่องเหล่านั้น ไม่ใช่มาปัดปัญหากันง่ายๆ เลย คือไม่มีบริการก็เลยไม่รับลูกค้า

ข้อที่น่าสนใจคือข้อเก้าค่ะ แนะนำให้อ่านเรื่อง ไอ้เจ้าเส้นสีเหลืองๆ บนทางเท้านี้คืออะไรกันหนอ? ประกอบค่ะ เผื่อจะได้เห็นภาพมากขึ้น

 

วันอาทิตย์ที่ 11 พฤศจิกายนนี้ ทางกรุงเทพมหานครกับหน่วยงานเอกชนที่ช่วยกันลงทุนสร้างทางเท้าที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ จะเปิดทางเท้าที่เค้าว่าจะทำเป็นทางเท้าต้นแบบของเมืองไทยที่ย่าน ถ. ราชดำริ ค่ะ ถ้าเพื่อนๆ คนไหนพอมีเวลาว่างจะแวะไปเที่ยวชมกันก็ได้นะคะ ทราบมาว่าเค้าจะปิดถนนและมีการออกร้านของคนพิการ มีการแสดงอะไรพวกนี้ด้วยน่ะค่ะ น่าเสียดายมากที่เราติดอยู่ที่นี่ ไม่งั๊นต้องไม่พลาดงานนี้แน่นอน

 สุดท้ายก็หวังว่าหลังจากที่เรามีทางเท้าต้นแบบที่ ถ. ราชดำริ นี้แล้ว เมืองไทยเราจะมีทางเท้าที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างปลอดภัยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และหวังว่าเหตุการณ์ในเรื่อง ไอ้เจ้าเส้นสีเหลืองๆ บนทางเท้านี้คืออะไรกันหนอ? และอย่างที่คุณไมตรี ลิมปิชาติ ได้แสดงความคิดเห็นไว้ตามบทความข้างล่างนี้คงจะไม่เกิดขึ้นอีก (หรือแค่ลดลงก็ยังดี)  

หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ คอลัมน์ สบายๆ สไตล์ไมตรี โดย ไมตรี ลิมปิชาติ ได้กล่าวว่า ได้อยู่เที่ยวในโตเกียวหลายวัน เห็นความแตกต่างระหว่างคนญี่ปุ่นกับคนไทย

คือ ๑) คนญี่ปุ่นกินกันเร็วมาก ไม่เดินทอดน่องแบบสบายๆ เหมือนคนไทย ๒) คนญี่ปุ่นแต่งกายดี คนทำงานสวมสูท เสื้อเชิ้ตสีขาวเป็นหลัก (ยกเว้นวัยรุ่น) ๓) คนญี่ปุ่นสุภาพเรียบร้อย

พบกันก็โค้ง ๔) คนญี่ปุ่นกินอาหารเสียงดังไม่เรียบร้อยเหมือนคนไทย ๕) คนญี่ปุ่นมีรูปร่างเหมือนคนผิดส่วนช่วงล่างจากเท้าถึงเอวจะสั้น ๖) คนญี่ปุ่นโดยเฉพาะผู้หญิง

โดยเฉลี่ยมีหน้าตาและความงามสู้ผู้หญิงไทยไม่ได้ ๗) ที่ญี่ปุ่นไม่มีขอทาน หรือมีแต่น้อยเต็มที ๘) ผู้ชายญี่ปุ่นชอบดื่มเหล้า ร้านเหล้าจึงมีเต็มเมือง และชอบสูบบุหรี่ด้วย

๙) คนญี่ปุ่นโดยเฉลี่ยไม่อ้วน อาจเพราะต้องเดินมาก อยู่ในญี่ปุ่นสิ่งที่ชื่นชมของทางการญี่ปุ่นมาก ๆ คือ จะเดินไปทางไหน ไม่ว่าศูนย์การค้า รถโดยสาร สถานที่ท่องเที่ยว

จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับคนพิการให้เห็นเสมอ เช่น ที่จอดรถเฉพาะคนพิการ ห้องน้ำสำหรับคนพิการ และทำทางเฉพาะให้คนพิการสามารถใช้รถเข็นผ่านไป และผ่านขึ้นที่สูงได้สะดวก

ทางเท้าเกือบทุกแห่งจะทำให้คนตาบอดเดิน โดยทำแผ่นคอนกรีตชนิดพิเศษปูลงพื้น มีทั้งแบบเป็นเส้นๆ และเป็นปุ่ม แบบเป็นเส้น หมายถึงให้คนตาบอดเดินตรงไปได้เลย แต่พอถึงทางแยกจะมีปุ่ม

คนตาบอดสามารถเลี้ยวไปตามทางที่ต้องการได้ เพราะเท้าที่สัมผัสกับพื้นจะรู้สึกได้ ที่สถานีรถไฟแต่ละแห่ง จะมีการปูพื้นที่ว่าให้คนตาบอดได้รู้ เป็นแนวยาวขนานไปกับรางรถไฟ

เพื่อกันไม่ให้คนตาบอดเดินตกลงไปจนถูกรถไฟชนได้ นอกจากนี้ยังปูพื้นเป็นปุ่มตรงจุดที่ประตูรถไฟเปิดด้วย เพื่อให้คนตาบอดได้ยืนรออยู่ที่ประตูได้พอดี เนื่องจากญี่ปุ่นทำทางให้คนตาบอดเป็นผลดี

จึงทำให้ทุกประเทศทั่วโลกจะทำทางที่ว่านี้ โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ ในประเทศไทยก็มี ที่ซอย ๑๐๑/๑ ถ.สุขุมวิท ทางเท้ามีการปูพื้นสำหรับให้คนตาบอดได้ใช้ แต่คนตาบอดเข้าไปใช้

รับรองว่าต้องเดินชนตู้โทรศัพท์ สอบถามได้ความว่า เขตพระโขนง กรุงเทพฯ ทำทางให้คนตาบอดเดิน แล้ววันหนึ่งก็มีตู้โทรศัพท์ถูกนำมาตั้งคร่อมทางของคนตาบอด ทางเดินสำหรับคนตาบอดเป็นสิ่งจำเป็น

เพราะทำให้คนตาบอดสามารถช่วยตัวเองได้ แต่ต้องทำให้ครบทุกแห่งทั่วเมือง นอกจากนี้ประเทศไทยได้จัดให้มีห้องน้ำคนพิการ และถ้านั่งรถออกไปนอกเมืองจะพบว่า สถานีบริการน้ำมันจะมีห้องน้ำให้คนพิการ

มีโถส้วมที่นั่งได้เหมือนนั่งเก้าอี้ ไม่ต้องนั่งยอง ห้องก็กว้าง และมีราวเหล็กให้จับ ทั้งที่เมืองไทยมีสิ่งอำนวยความสะดวกให้คนพิการและผู้สูงอายุน้อย แต่คนญี่ปุ่นกลับพากันมาใช้ชีวิตในเมืองไทยมากขึ้น

โดยมาอยู่ครั้งละหลายเดือน บางคนอยู่ยาวเป็นปีๆ เหมือนเป็นบ้านของเขาเอง แต่ถ้าไปถามคนไทยที่พิการ เชื่อว่าต่างก็อยากไปอยู่ที่ญี่ปุ่นทั้งนั้น  

 ที่มา:หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ คอลัมน์ สบายๆ สไตล์ไมตรี โดย ไมตรี ลิมปิชาติ 

เราได้ยินข่าว(วงใน)จากพี่คนตาบอดที่ได้มีโอกาสไปร่วมสำรวจเส้นทางเล่ามาว่า กทม. ตั้งใจจะทำเป็นทางเท้าตัวอย่าง ก็คงต้องรอดูกันต่อไปว่าพอทำเสร็จออกมาใช้จริงแล้วจะเป็นอย่างไร จะใช้ได้จริงหรือเปล่า ทำไมถึงจะใช้ไม่ได้จริง ลองไปอ่านเรื่องนี้ดูนะคะ

และอีกหนึ่งประเด็นสำคัญก็อย่างที่เค้าว่าในข่าวน่ะแหล่ะ ที่ว่าเมื่อทำทางเท้าเสร็จแล้ว ถ้าเกิดมีการขุดเพื่อซ่อมหรือทำอะไรก็แล้วแต่ ควรทำทางเท้าที่ถูกขุดให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิมเหมือนก่อนที่จะถูกขุด เพราะจากประสบการณ์ที่เกิดมาอยู่ในกรุงเทพฯ นี่ เจอบ่อยที่ถนนดีๆ หรือทางเท้าเค้าทำไว้ดีๆ แล้ว วันดีคืนดีมีคนมาขุดๆๆ เพื่อทำอะไรสักอย่าง พอเสร็จเรื่องก็...คิดว่าทุกคนคงมีประสบการณ์พบเจอมาด้วยตัวเอง ไม่รู้ว่าทำไมถึงทำให้ถนนกลับมาดีเหมือนเดิมไม่ได้ ล่าสุดนี่ก็ถนนแถวบ้านเลย พึ่งโดนขุดไป แล้วตอนนี้ก็เอาซีเมนต์มาแปะหน้าทำให้ไม่เรียบเหมือนเดิม หรืออย่างแถวโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพฯ ทางเท้าเคยมีเบรลล์ บล๊อก แต่พอโดนขุด เบรลล์ บล๊อก ที่เคยมี ที่โดนขุดออกไปก็ไม่ยักได้กลับมาเหมือนเดิม

อย่างไรก็ตามเราในฐานะประชาชนคนตาบอดไทยคนหนึ่งก็ได้แต่หวังว่าการริเริ่มทำทางเท้าตามในข่าวนี้จะเป็นการเริ่มต้นและเป็นตัวอย่างที่ดี ให้แก่ชุมชนอื่นๆ ต่อไป

เมื่อวันที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๕๐ ชาวชุมชนมหาดเล็กหลวง ตัวแทนคนพิการจาก DPI/AP ได้หารือร่วมกับสำนักงานเขตปทุมวัน เรื่องการปรับทางเท้า บนถนนราชดำริ ให้เอื้ออำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ

และปราศจากอุปสรรคตลอดเส้นทาง ได้ผลสรุป ดังนี้ ๑) จะประสานความร่วมมือกับองค์กรต่างๆ เพื่อแก้ไขและปรับปรุงทางเท้าบนทางเส้นดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัท

ห้างร้าน ที่มีสำนักงานตั้งอยู่ในบริเวณนั้น จะต้องมีส่วนร่วมในการแก้ไขปรับปรุงทางเท้านี้ ๒) จะทำการหารือและขอความร่วมมือกับ ๒.๑) กลุ่มแนวร่วมองค์กรต่างๆ

ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (เป็นเจ้าภาพหลัก) สำนักงานเขตปทุมวัน สสส. สภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย บริษัทนันทวัน และCPAC , SCG (บริษัทปูน) ๒. ๒) กลุ่มผู้ทำหน้าที่เกี่ยวกับการขุดถนน

และเปลี่ยนย้ายสายไฟ สายโทรศัพท์ ได้แก่ การไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง และ๒.๓) เจ้าของสถานที่ อาคารที่อยู่ถนนเส้นทางดังกล่าว ๓) กำหนดการหารือกับหน่วยงานต่างๆ

ในวันที่ ๒๐ ก.ค. ๕๐ เพื่อหาแนวร่วมดำเนินงาน โดยมีประเด็นสำคัญในการหารือคือ หลังจากที่มีการปรับปรุงเส้นทางดังกล่าวให้ปราศจากอุปสรรคแล้ว จะต้องทำข้อตกลงร่วมกันว่าหากมีการ

ขุด หรือปรับปรุงเส้นทางดังกล่าว ต้องทำให้มีสภาพเช่นเดิม เช่น มีทางลาด มีเบรลล์บล็อก ไกด์นิ่งบล็อก พื้นเรียบ การบดอัดพื้นเหมือนเดิม ๔) ในเบื้องต้นจะทำการสำรวจเส้นทางดังกล่าวโดยละเอียดอีกครั้ง

ในวันที่ ๑๗ ก.ค. ๕๐ โดยมีผู้แทนคนพิการ ผู้แทนคนตาบอด ผู้แทนคนหูหนวก เพื่อจำแนกจุดที่ต้องแก้ไข และนำเสนอบริษัทห้างร้านที่ต้องมีส่วนร่วมที่รับผิดชอบ เช่น

บริษัทห้างร้านที่อยู่ในบริเวณนั้น และ ๕) จะเริ่มดำเนินการตั้งแต่ เดือนกรกฎาคม ถึง เดือนตุลาคม ๒๕๕๐ หากดำเนินการแล้วเสร็จในเดือนตุลาคม ในวันที่ ๑๑ พ.ย.

๕๐ จะได้เชิญผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีเปิดเส้นทางดังกล่าว พร้อมทั้งเชิญคนพิการจากทั่วประเทศร่วมกิจกรรมในพิธีเปิด

ที่มาของข่าว: องค์การคนพิการสากลประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก๑๓ กรกฎาคม ๒๕๕๐